รร. จับผิดนักเรียนร้องเพลงชาติไม่ดัง-มาสายให้นั่งบนแสตนด์มีขี้นก-กล้อนผมทำโทษ

ต้อนรับปีใหม่ ส่องระบบการศึกษาไทย กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท เผย โรงเรียนแห่งหนึ่งจังหวัดปทุมธานีมีเครื่องวัดระดับเสียง หากนักเรียนร้องเพลงชาติไม่ดังพอต้องร้องใหม่จนขึ้นห้องสาย อีกโรงเรียนย่านปากเกร็ดทำโทษนักเรียนมาสายโดยให้นั่งบนแสตนด์ที่เต็มไปด้วยอุจจาระนก และอีกโรงเรียนยังทำโทษนักเรียนด้วยการกล้อนผม

8 ม.ค. 2563 วานนี้ (7 ม.ค.) เฟสบุ๊คแฟนเพจ กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท รายงานว่า ได้รับแจ้งมาว่าโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี มีการตั้งกฎเกณฑ์ให้เด็กนักเรียน ร้องเพลงชาติหน้าเสาธง ซึ่งหากร้องเสียงไม่ดังพอ จะต้องร้องใหม่ บางวันต้องร้องซ้ำถึง 3 รอบ โดยมีการใช้เครื่องวัดระดับเสียงเป็นตัวจับผิด

โดยทางเพจ ได้มีการเผยแพร่ภาพข้อความสนทนาที่ระบุว่า คือข้อความของกองงานสารวัตรนักเรียน กล่าวว่า จะมีการใช้เครื่องวัดระดับเสียงการร้องเพลงชาติ โดยจะมีป้ายสี 3 สี ชูหน้าเสาธง สีแรกคือเขียว แสดงให้รู้ว่าผ่าน ร้องแค่รอบเดียว สีเหลืองคือพอใช้ ต้องร้อง 2 รอบ และสีแดง คือต้องร้องซ้ำ 3 รอบ

ทั้งนี้ หลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป มีคนเข้ามาแสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก นอกจากนี้ยังพบว่า มีบรรดาศิษย์เก่าก็ออกมาบอกว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ใช้เพิ่งเกิด เพราะมีมานานแล้ว กับการบังคับให้ร้องเพลงชาติ สวดมนต์ หรือท่องคำปฏิญาณต่าง ๆ ต้องให้เสียงดัง พบว่ามีความเห็นหนึ่ง ระบุว่า บางวันถ้าต้องร้องเพลงชาติซ้ำ ๆ หลายรอบ ทำให้เด็กนักเรียนขึ้นห้องไปเรียนสาย

อย่างไรก็ตาม นอกจากเรื่องประเด็นบังคับนักเรียนร้องเพลงชาติซ้ำหลายรอบ พบว่ามีการแฉพฤติกรรมของผู้อำนวยการโรงเรียน ถึงพฤติกรรมไม่เหมาะสมด้วย

ภาพจากเฟสบุ๊คแฟนเพจและทวิตเตอร์ของ กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท

 

อีกกรณีหนึ่ง กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท รายงานว่า โรงเรียนแห่งหนึ่งย่านปากเกร็ดมีมาตรการลงโทษนักเรียนมาสาย โดยการให้นักเรียนไปนั่งบนแสตนด์ที่เต็มไปด้วยอุจจาระนก

ทั้งนี้ในอุจจาระนกพิราบ มีเชื้อ Cryptococcus neoformams ซึ่งมนุษย์สามารถรับเชื้อตัวนี้ได้จากการสูดดมผ่านลมหายใจ เชื้อตัวนี้เมื่อสูดดมเข้าไปแล้ว จะเข้าไปที่ปอดเป็นอันดับแรก และลามไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายผ่านกระแสเลือด คนที่ได้รับเชื้อนี้เข้าไป จะมีอาการปวดศีรษะ หน้ามืด อาเจียน ไอและเสมหะเป็นเลือด บางรายถ้าไม่แสดงอาการ เชื้อจะฟักตัวอยู่ในร่างกาย จนเมื่อภูมิคุ้มกันของร่างกายบกพร่อง เชื้อก็จะแสดงอาการออกมา ในขั้นรุนแรงที่สุดคือมีการติดเชื้อที่สมอง จะส่งผลให้พฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป แม้ว่าเชื้อดังกล่าวจะพบได้น้อยลงเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น แต่เราก็ไม่ทราบดีว่าอุจาระนกที่เห็นผ่านความร้อนมาหรือยัง เป็นอุจจาระสดหรือไม่ ดังนั้นจึงไม่ควรเข้าใกล้บริเวณที่มีอุจจาระนกชุกชุม เพื่อเป็นการป้องกันก่อนที่จะสายเกินไป

 

และกรณีสุดท้ายหลังปีใหม่ เมื่อวันที่ 6 ม.ค. กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท ระบุว่า นักเรียน ม.3 โรงเรียนชื่อดังสาขา 2 ในกรุงเทพมหานครถูกลงโทษด้วยการกล้อนผม

ทั้งนี้ ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการลงโทษนักเรียน พ.ศ. 2548 ระบุว่าการลงโทษที่ทำได้คือ

1. ว่ากล่าวตักเตือน
2. ทำทัณฑ์บน
3. ตัดคะแนนความประพฤติ
4. ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

"นักเรียนละเมิดกฎโดนทำโทษรายวัน ตีบ้าง ไถผมบ้าง แต่โรงเรียนที่ละเมิดกฎข้างต้นเป็นว่าเล่น กลับไม่เคยโดนลงโทษใด ๆ เลย ไหนล่ะความยุติธรรม? เราอยู่ภายใต้กฎหมายฉบับเดียวกันหรือเปล่า?" เพจการศึกษาเพื่อความเป็นไทระบุ

 

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์