เสวนาพรรคการเมืองกับอนาคตประชาธิปไตย: สมชายชี้ชนชั้นนำจะใช้ศาลเมื่อคุมสภาไม่ได้

ปริญญาชี้ หากมองว่าพรรคการเมืองกู้เงินมิชอบด้วยกฎหมายถือว่ามองไกลเกินไป สมชายยกตัวยกตัวอย่างแอฟริกาชนชั้นนำจะใช้ศาลก็ต่อเมื่อควบคุมสภาไม่ได้


จากซ้ายไปขวา ปริญญา เทวานฤมิตรกุล, สุภาภรณ์ มาลัยลอย, สมชาย ปรีชาศิลปกุล, โคทม อารียา

9 ม.ค. 2563 วานนี้ (8 ม.ค.) ที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ได้จัดเวทีเสวนาพรรคการเมืองกับอนาคตประชาธิปไตย โดยมีวิทยากรประกอบด้วย ปริญญา เทวานฤมิตรกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สมชาย ปรีชาศิลปกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โคทม อารียา สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล และสุภาภรณ์ มาลัยลอย ผู้จัดการมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม ดำเนินรายงานโดย ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน iLaw

สุภาภรณ์ กล่าวในฐานะตัวแทนกลุ่ม people go network ซึ่งเป็นเครือข่ายประชาชนที่ได้รับผบกระทบจากการดำเนินการต่างๆ ของรัฐ ในหลากหลายประเด็น อีกทั้งยังมีกลุ่มคนรุ่นใหม่ และนักวิชาการร่วมอยู่ในขับเคลื่อนประเด็นทางการเมืองด้วย เธอระบุต่อว่า การรวมตัวกันของกลุ่มภาคประชาสังคมนั้นเป็นเพราะเห็นว่า จะต้องร่วมกันสนับสนุนหลักการประชาธิปไตย โดยกลุ่มนี้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ช่วงการทำประชามติรัฐธรรมนูญ จนมาถึงการรณรงค์ยกเลิกคำสั่ง ประกาศ คสช. เรื่อยมาถึงการเลือกตั้งในครั้งที่ผ่าน

สุภารณ์ ชี้ว่า จากประการณ์การทำงานร่วมกันของภาคประชาชน ได้ทำให้เห็นว่า กลไกในการขับเคลื่อนเชิงนโยบายมีความสำคัญมาก ในการเปลี่ยนแปลง และตอบปัญหาของประชาชน ดังนั้น ส.ส. การเลือกตั้ง พรรคการเมือง จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกที่สำคัญที่ภาคประชาชนจะเข้าไปมีบทบาท แต่สถานการณ์ในเวลานี้ อนาคตของพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง มีข่าวว่าอาจจะถูกยุบ ในขณะที่ภาคประชาชนกำลังตื่นตัว จึงถือเป็นเรื่องที่น่าห่วง เพราะหากไม่มีพื้นที่ในสภาผ่านพรรคการเมือง เพื่อให้ประขาขนได้นำประเด็นต่างๆ เข้าไปขับเคลื่อนในสภาได้ แล้วเรื่องเหล่านี้จะถูกให้นำไปขับเคลื่อนที่ใด

“ถ้าพรรคการเมืองที่ฟังเสียงประชาชนมากๆ แล้วถูกยุบ กลไกการฟังเสียงประชาชนอาจจะถูกยุบไปในส่วนนี้ด้วย การยุบพรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์ที่เอื้อกับประชาชน ประชาธิปไตย แล้วปล่อยให้รัฐบาลที่มาจากการสืบทอดอำนาจเดินหน้าต่อไปโดยไม่มีเสียงคัดค้านหรือพรรคการเมืองที่ถ่วงดุลอำนาจ เสียงประชาชนก็คงจะหายไป แล้วเราก็คงต้องใช้พื้นที่อื่นเพื่อส่งเสียงต่อไป ถ้าเสียงในสภาเราไม่มีหรือไม่สามารส่งเสียงในสภาได้” สุภาภรณ์ กล่าว

ด้านปริญญา กล่าวถึงการให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจใช้ดุลพินิจในการตัดสินใจยุบพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง ด้วยเหตุที่พรรคการเมืองนั้นเพียงแค่ “อาจจะ” เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้นเป็นเรื่องที่กำกวมมากจนเกินไป ยิ่งไปกว่านั้นคือ ศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้มีความยึดโยงกับประชาชน แต่มาตัดสินยุบพรรคการเมืองที่มาจากประชาชน ถือเป็นเรื่องที่ผิดหลักการเป็นอย่างมาก หากการกระทำใดที่ศาลเห็นว่ามีปัญหาเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง ก็น่าจะขอให้เขาเลิกการกระทำนั้นตามที่รัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้ก็เพียงพอแล้ว

เขายังได้กล่าวถึงความสำคัญต่อพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ว่าโดยหลักแล้ว ถ้าไม่มีพรรคการเมือง ไม่มีการนำเสนอนโยบายอย่างเป็นกลุ่มเป็นก้อน กระบวนการทำนโยบายจะเกิดขึ้นไม่ได้ เพราะพรรคการเมืองคือ เครื่องมือของประชาชนในกระบวนการกำหนดเนื้อหาของนโยบาย กำหนดเนื้อหาของผู้แทน กำหนดตัวผู้แทนจากพรรคที่มีนโยบาย และการกำหนดตัวนายกรัฐมนตรี ดังนั้น ระบอบประชาธิปไตยจะขาดพรรคการเมืองไม่ได้ ไม่เช่นนั้นประชาชนจะกำหนดนโยบายของประเทศไม่ได้ กำหนดตัวนายกรัฐมนตรีไม่ได้ ถ้าไม่มีพรรคการเมือง

เพราะฉะนั้นโดยหลักแล้วพรรคการเมืองคือเครื่องมือในการสร้างเจตนารมณ์ทางการเมืองของประชาชน เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตยต้องประกันเสรีภาพในการตั้งพรรคการเมือง ส่วนกลไกการยุบพรรคการเมืองก็เป็นเรื่องปกติ เพื่อไม่ให้เสรีภาพนั้นย้อนกลับมาทำร้ายรัฐธรรมนูญเอง

เขากล่าวต่อไปถึง การยุบพรรคตามรัฐธรรมนูญปี 2550 การบัญญัติเรื่องเหตุจากการล้มล้างระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจในการสั่งให้เลิกการกระทำดังกล่าว หรืออาจจะสั่งให้ยุบพรรค หรืออาจจะสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งด้วยก็ได้ แต่ในรัฐธรรมนูญปี 2560 มีการนำคำนี้ออกจากรัฐธรรมนูญ และนำไปอยู่ใน พ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 92 แทน ซึ่งระบุว่าถ้ามีการกระทำที่ “อาจ” จะเป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบการปกครอง ก็อาจนำไปสู่การยุบพรรคได้

ปริญญา กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีของพรรคอนาคตใหม่ที่กำลังเป็นกรณีศึกษาขณะนี้ มีสองเรื่องคือปฏิปักษ์ต่อระบอบการปกครองก็เป็นตามที่ตนได้พูดไปแล้ว และเรื่องเงินกู้ ซึ่งตนยังกังขาว่าเป็นเหตุให้นำไปสู่การยุบพรรคได้ด้วยหรือ เพราะใน พ.ร.ป.พรรคการเมืองไม่มีการระบุว่าเงินกู้เป็นรายได้ของพรรคการเมืองได้ แต่ทั้งนี้ การบอกว่าเงินกู้ไม่ชอบด้วยกฎหมายถึงว่าเป็นการไปไกลเกินไป เพราะหลักกฎหมายมหาชนมีอยู่ชัด ว่าถ้าเป็นองค์กรของรัฐ สิ่งใดที่กฎหมายไม่ให้อำนาจไว้จะทำไม่ได้ แต่ระหว่างประชาชนด้วยกันต้องใช้กฎหมายแพ่ง ถ้าสิ่งไหนกฎหมายไม่ห้ามเอาไว้ย่อมทำได้ พรรคการเมืองเป็นนิติบุคคล เป็นการรวมตัวกันของพลเมือง ตามหลักกฎหมายแพ่งการไม่ห้ามแปลว่าทำได้ หลักมีอยู่แล้ว

“ถ้าวิเคราะห์กันในทางการเมือง พรรคอนาคตใหม่เราจะชอบหรือไม่ชอบ เลือกหรือไม่เลือกก็ตาม เป็นปฏิกิริยาต่อการที่ คสช. อยู่ในอำนาจนานเกินไป อย่าลืมว่าพรรคตั้งก่อนเลือกตั้งแค่ปีเดียว ถ้าความสุขจะกลับคืนมาไม่นานเหมือนสัญญาไว้ตอนยึดอำนาจใหม่ๆ ถ้าไม่มีการสืบทอดอำนาจ ก็คงจะไม่มีพรรคอนาคตใหม่เกิดขึ้น คนเลือกพรรคอนาคตใหม่มีจำนวนไม่ใช่น้อย 6 ล้านกว่าเสียง ผมว่าให้สู้กันในสภาดีกว่า ถ้าการกระทำของเขามันไม่ถึงขั้นล้มล้างระบอบการปกครองมันไปถึงขั้นยุบพรรคไม่ได้ การกระทำตรงไหนที่มีปัญหาก็ไปบอกให้เลิกการกระทำก็พอ ให้สู้กันในสภาดีกว่า” ปริญญากล่าว

สมชาย เริ่มต้นด้วยกรณีศึกษาจากประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งเห็นได้ว่า หากชนชั้นนำดั้งเดิมยังสามารถยึดกุมรัฐสภาได้ ศาลจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง จนเมื่อชนชั้นนำดังเดิมไม่สามารถกุมอำนาจทางการเมืองในรัฐสภาได้อีกต่อไป ชนชั้นนำดั้งเดิมเหล่านั้นก็เริ่มใช้ศาลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการต่อสู้ทางการเมือง โดยที่กำลังเป็นปัญหาใจกลางสำคัญของระบอบการเมืองไทยในปัจจุบัน คือจะจัดวางความสัมพันธ์ทางอำนาจรระหว่างสถาบันทางการเมืองต่างๆ เมื่อชนชั้นนำที่เคยถืออำนาจกำลังถูกท้าทายจากกลุ่มคนใหม่ๆ ซึ่งในมุมของชนชั้นนำ ต้องปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง และเครื่องมือหนึ่งที่ถูกนำมาใช้ก็คือสถาบันตุลาการ

เขากล่าวต่อถึงบทบาทของอำนาจตุลาการที่เข้ามาในสังคมการเมืองไทย และพรรคการเมือง เห็นได้ชัดว่าเกิดขึ้นหลังปี 2549 เป็นต้นมา โดยหลังจากปี 2549 มาศาลรัฐธรรมนูญเริ่มเข้ามามีบทบาทในคดีการเมืองต่างๆ มากขึ้น โดยเฉพาะการเข้าไปยุบพรรคการเมือง ตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน คดีสมัคร สุนทรเวช คดีแก้รัฐธรรมนูญ เป็นต้น

ฉะนั้นอาจจะไม่ต้องสงสัยว่า ทำไมพรรคอนาคตใหม่ถึงโดนคดีและมีการดำเนินการอย่างรวดเร็ว สิ่งที่เราเห็นคือองค์กรที่ใช้อำนาจตุลาการ มีเป้าหมายอยู่ที่พรรคที่เป็นปฏิปักษ์ต่อชนชั้นนำ ข้และอเสนอของพรรคอนาคตใหม่กระทบถึงประโยชน์และอำนาจของชนชั้นนำดั้งเดิมอย่างเป็นประจำ เช่นการเลิกเกณฑ์ทหาร การเข้าไปแตะงบประมาณกองทัพ ชนชั้นนำจึงเลือกที่จะใช้อำนาจตุลาการมาทำหน้าที่อีกครั้งง

ส่วนอนาคตใหม่จะยุบหรือไม่ สมชายกล่าวว่า ไม่รู้ แต่คิดว่าเงื่อนไขของปี 2562-2563 ขณะนี้ ถ้าเทียบกับตอนยุบพรรคไทยรักไทยและพลังประชาชนต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ เงื่อนไขที่จะนำไปสู่การยุบหรือไม่ยุบ ตอนนั้นเกิดขึ้นได้เพราะมีอำนาจนำที่มีบารมีชี้นำไปในทางเดียวกัน แต่ตอนนี้อำนาจนำที่ชี้นำในสังคมไทยแตกต่างกันไป สิ่งที่น่าสังเกตคือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่หมดอายุไป 5 คนและต้องพ้นจากตำแหน่ง เหตใดจึงไม่มีการแต่งตั้งใหม่ ตนคิดว่าสิ่งนี้เป็นเพราะอำนาจนำที่มีบารมีแตกต่างออกไป การตั้งคนใหม่จึงไม่สู้น่าไว้วางใจเท่า

“ความชอบธรรมของผู้มีอำนาจตอนนี้กำลังต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ถ้าถามใจผม ยุบไปเลย ถ้าเห็นว่าการกระทำที่เกิดขึ้นเป็นปัญหา ต้องจัดการเลย อย่าปล่อยให้เกิดการแพร่กระจายการกระทำแบบนี้ ยุบไปเลย แล้วจะได้รู้ว่าการยุบพรรคการเมือง จะไม่ได้ทำให้ปมปัญหาความสัมพันธ์ทางอำนาจระหว่างกลุ่มต่างๆ ในสังคมจบไปด้วย” สมชายกล่าว

ด้าน โคทม อารียา เริ่มต้นด้วยการตั้งคำถาม ว่าพรรคการเมืองสามารถเป็นภัย เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยได้มากน้อยแค่ไหน แต่เดิมเรากลัวว่าพรรคการเมืองจะถูกครอบงำโดยอำนาจคณาธิปไตย ตกอยู่ภายใต้อำนาจของใครคนหนึ่ง ต่อมามีการขยายความมาถึงอะไรก็ตามที่เป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ไม่ให้ใครคิดเป็นอย่างอื่นในทางการเมือง โดยเฉพาะในเรื่องของความจงรักภักดี

เขากล่าวต่อว่า พรรคการเมืองคือเครื่องมือที่ทำให้ประชาชนอย่างเราสามารถเลือกตามยุทธศาสตร์ นโยบายสาธารณะ และทิศทางการปกครองของประเทศ พรรคการเมืองจึงเป็นหัวใจของประชาธิปไตย แต่ขณะนี้เรากำลังมีความพยายามยุบพรรคการเมือง ซึ่งการยุบพรรคการเมืองที่ผ่านมาผลเป็นอย่างไร เราก็ทราบมาแล้วว่ามันนำไปสู่ความยืดเยื้อ แต่พวกเขาก็ยังจะใช้วิธีการเหล่านี้ต่อไป

“พรรคการเมืองที่มีนโยบายที่ดีรับฟังได้ ทำไมไม่เปิดพื้นที่ให้เขาดำเนินการทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ถ้ามีพรรคการเมืองเหล่านี้ ประชาธิปไตยจะเข้มแข็ง อย่าไปพิฆาตเขาเลย” โคทมกล่าว

 

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์