มวล.เสรี ยืนยันจะ 'วิ่งไล่ลุง' แม้ ม.วลัยลักษณ์ ออกแถลงการณ์ไม่อนุญาต

11 ม.ค. 2563 กลุ่ม มวล.เสรี ออกแถลงการณ์ เรื่อง 'เราจะวิ่ง' ระบุว่าตามที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ออกแถลงการณ์ไม่อนุญาตให้ “วิ่ง ไล่ ลุง” ในวันที่ 12 ม.ค. 2563 ด้วยเหตุผลว่าเป็น “กิจกรรมทางการเมือง” และ “มหาวิทยาลัยเป็นหน่วยงานของรัฐ อยู่ภายใต้การกำกับของรัฐ” จึงไม่อนุญาตและสนับสนุนให้กลุ่มองค์กรใดก็ตามจัดกิจกรรมเพื่อเคลื่อนไหวทางการเมือง

พวกเราในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตยผู้รักสุขภาพที่มีความปราถนาจะวิ่ง และในฐานะนักศึกษา ประชาชนที่จ่ายค่าเทอมและจ่ายภาษีเพื่อสร้างมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ขอประกาศจุดยืนและความเห็นต่อมหาวิทยาลัยดังต่อไปนี้

1. พวกเรายืนยันว่าเราจะวิ่งกันต่อไป “การวิ่ง” เป็นสิทธิเสรีภาพตามกฎหมาย ตั้งแต่เติบโตจากวัยเด็กจนเข้าสู่วัยหนุ่มสาว มีโอกาสได้เรียนหนังสือมาระดับหนึ่ง ยังไม่พบว่าการวิ่งเป็นกิจกรรมที่ผิดกฎหมายหรือถูกห้ามแต่อย่างใด

2. การ “ห้ามวิ่ง” โดยอ้างว่าเป็น “กิจกรรมทางการเมือง” นั้นหาใช่เหตุผลที่แท้จริง แต่เป็นเพราะขัดกับความเห็นหรือจุดยืนทางการเมืองที่ผู้บริหารสนับสนุนมากกว่า และแม้การวิ่งจะทำให้เหนื่อยก็ตามแต่ไม่กระทบกระเทือนต่อเสรีภาพของผู้อื่นแต่อย่างใด

มีหลักฐานเชิงประจักษ์ยืนยันได้ว่า ผู้บริหารระดับสูง อธิการบดี รองอธิการบดี ส่วนกิจการนักศึกษา พนักงาน อาจารย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์จำนวนมากเคยมีบทบาทสำคัญในการเคลื่อนไหว “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” มีการจัดปราศรัยในมหาวิทยาลัย นำนักศึกษาออกไปเคลื่อนไหวภายนอก ใช้รถบัสมหาวิทยาลัย “ขนคน” ไปชุมนุม เหล่านี้ล้วนเป็นกิจกรรมทางการเมือง และได้นำพาประเทศชาติมาถึงจุดนี้ที่ต้องเป็นภาระให้พวกเราต้องออกมาวิ่งกัน

3. การเมืองเป็นเรื่องของทุกคน ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพทางการเมืองตามที่รัฐธรรมนูญรับรอง และกฎหมายอื่นไม่ได้ห้ามไว้ ดังนั้น เสรีภาพในการแสดงออกและการเคารพความแตกต่างทางการเมืองจึงเป็นเรื่องจำเป็น หากคำนึกถึงความเป็นกลางทางการเมืองที่มักถูกอ้างอย่างขาดความเข้าใจนั้น บทบาทหน้าที่ของมหาวิทยาลัยอันเป็นสมบัติของประชาชน ไม่ใช่การกดทับความเห็นหรือการแสดงออกของนักศึกษา แต่คือการเป็นพื้นที่กลาง เปิดโอกาสหรือเอื้ออำนวยให้ทุกกลุ่มทุกความคิดเห็นได้แสดงออกอย่างเปิดเผยภายใต้กรอบกฎหมายอย่างสันติ

เพื่อเห็นแก่อนาคตของนักศึกษาและลูกหลานของท่านในอนาคต ขอให้ผู้บริหาร อาจารย์ และเจ้าหน้าที่ทั้งหลาย อดทนและเรียนรู้ที่จะเคารพเสรีภาพ ความแตกต่างทางความคิด และหยุดปิดกั้นการแสดงออกของนักศึกษา

โดยท้ายแถลงการณ์กลุ่ม มวล.เสรี ย้ำว่า "เราจะวิ่ง เจอกันวันอาทิตย์"

ม.วลัยลักษณ์ เบรค ‘วิ่งไล่ลุง’ ชี้เป็นกิจกรรมการเมือง ด้าน นศ.ยัน 'เราจะวิ่ง'
แอมเนสตี้ฯ เปิดรับอาสาสมัครสังเกตการณ์ #วิ่งไล่ลุง ผ่านมุมมองด้านสิทธิฯ
ศูนย์ทนายฯ ชี้ ตร.อุบลฯ ไม่อนุญาตจัด 'วิ่งไล่ลุง' ไม่ชอบด้วยกฎหมายแถมขัด รธน.

เผยเจ้าหน้าที่ ม.วลัยลักษณ์ เรียกนักศึกษาพูดคุยกรณีกิจกรรม 'วิ่งไล่ลุง' ร่วมกับตำรวจ

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 2563 iLaw แจ้งว่าที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เรียกนักศึกษาพูดคุยกรณีวิ่งไล่ลุงร่วมกับตำรวจ 

‘นนท์’ ซึ่งเป็นนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ ชั้นปีที่สอง ที่ผ่านมาเขาเคยทำกิจกรรมเรื่องการถอดถอน กกต. และจัดเวทีดีเบทพรรคการเมือง กรณีกิจกรรมวิ่งไล่ลุง ‘นนท์’ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดกิจกรรม เมื่อเห็นว่ามีการประชาสัมพันธ์กิจกรรมจึงได้ทำการแชร์โพสต์ดังกล่าวและชักชวนเพื่อนของเขาไปร่วมกิจกรรม

วันที่ 9 มกราคม 2563 เจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้ขอเบอร์โทรศัพท์ของ ‘นนท์’ จากเจ้าหน้าที่หอพักของเขาและโทรมาหาเขาในเวลาประมาณ 16.00 น. ให้ไปพบที่อาคารไทยบุรี ซึ่งตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัย ก่อนหน้าที่จะไป ‘นนท์’ได้ปรึกษาอาจารย์ที่ปรึกษาว่า จะทำอย่างไร อาจารย์แนะนำว่า เรามีสิทธิเลือกว่า จะไปหรือไม่ไปก็ได้ แต่‘นนท์’เลือกที่จะไป  โดยเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยขับรถยนต์ส่วนตัวมารับและพาขึ้นไปพูดคุยที่ห้องทำงานส่วนตัวของเขา

เมื่อไปถึงพบเจ้าหน้าที่ตำรวจนั่งอยู่ประมาณสี่ห้านาย แต่งกายทั้งในและนอกเครื่องแบบ ตำรวจสอบถามเกี่ยวกับรายละเอียดกิจกรรม ‘นนท์’ตอบไปตามรายละเอียดที่ปรากฏอยู่บนหน้าเพจ  และพยายามถามคาดคั้นอยู่หลายครั้งมากว่า  ‘นนท์’เป็นเจ้าของเพจหรือไม่ เป็นคนจัดกิจกรรมหรือไม่ แต่เขาปฏิเสธ จากนั้นจึงถามว่า คิดอย่างไรกับการออกแถลงการณ์ของมหาวิทยาลัยและยังจะไปอีกไหม  ‘นนท์’ก็ยืนยันว่า จะไปร่วมกิจกรรม ตำรวจถามว่า ‘นนท์’ จะไปกับใคร เขาบอกว่า ไปกับเพื่อนสามสี่คน ตำรวจถามว่า ได้ชวนอาจารย์ไปไหม ไม่ได้เอ่ยชื่ออาจารย์คนใดเป็นพิเศษแต่บอกทำนองว่า อาจารย์อาจจะใช้พวกคุณเป็นเครื่องมือ 

ด้านเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยก็บอกว่า ทำแบบนี้ไม่รักมหาวิทยาลัยหรือ ‘นนท์’ ตอบว่า ตนก็รักมหาวิทยาลัยนะ แต่อยากให้มหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่ที่สามารถแสดงความคิดเห็นได้ และบอกว่า เป็นกังวลว่า กิจกรรมจะมีมือที่สาม (คนที่คิดเห็นทางการเมืองต่างกัน) หรือมีเหตุอันตรายหรือความขัดแย้งในมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ยังบอกว่า เหตุที่เรียก ‘นนท์’ ไปคุยเพราะว่า ‘นนท์’ เป็นคนที่แชร์กิจกรรมเป็นคนแรก

การพูดคุยใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง ส่วนมากก็คุยปกติ ทุกคนพยายามถามคำถามเดิม ตำรวจได้เอาชื่อกับเบอร์โทรศัพท์ของเขาไปด้วย

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์