คนกรุงเทพร่วม 'วิ่งไล่ลุง' แน่นสวนรถไฟ

'วิ่งไล่ลุง' เริ่มแล้วแต่เช้ามืด ประชาชนจำนวนมากทยอยเข้าร่วมงานที่สวนรถไฟ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ตรวจ-ยึด ป้ายข้อความทางการเมือง 'ธนาธร' ขอให้ประชาชนไม่กลัวการใช้สิทธิเสรีภาพเรียกร้องประชาธิปไตยอย่างสันติ ผู้จัดลั่นวิ่งไล่ความอยุติธรรม จัดอีก 2 ก.พ. ที่เชียงใหม่ สรุปยอดสวนรถไฟเช้านี้ 13,340 ราย

12 ม.ค. 2563 ผู้สื่อข่าวประชาไทรายงานว่าเมื่อเวลาประมาณ 06.29 น. นักวิ่งและผู้เข้าร่วมงานทยอยเดินทางมายังสวนวชิรเบญจทัศ หรือสวนรถไฟ สถานที่จัดกิจกรรม 'วิ่งไล่ลุง' กรุงเทพฯ เพื่อเตรียมตัววิ่งรอบแรกในเวลา 07.00 น. โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลการจราจรและตรวจสัมภาระพร้อมเครื่องตรวจโลหะ นอกจากยืดเส้นยืดสาย ในงานยังมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทำกิจกรรมทั้งคอสเพลย์ไดโนเสาร์และเล่นดนตรี ในงานยังมีเวทีประชาสัมพันธ์และทำกิจกรรมร่วมกับผู้เข้าร่วมงาน

ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

กลุ่มคนใส่เสื้อเชียร์ ม.44 โผล่เป่านกหวีด

มติชนออนไลน์ รายงานว่าเวลาประมาณ 06.15 น. มีประชาชน สวมเสื้อสีเหลือง ระบุข้อความ "รักษ์ ม.44 ยิ่งชีพ" เข้าปั่นป่วนกิจกรรมวิ่งไล่ลุง พร้อมเป่านกหวีดแสดงเชิญสัญลักษณ์ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเชิญตัวให้ข้อมูลกับตำรวจ

'ธนาธร' ขอให้ประชาชนไม่กลัวการใช้สิทธิเสรีภาพ

เวลาประมาณ 06.40 น. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เดินทางมาเข้าร่วมงานวิ่งและให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

ธนาธรกล่าวว่าการมาวันนี้นั้นต้องการเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ โดยอยากส่งสัญญาณว่า เขาและพรรคอนาคตใหม่ขอเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับประชาชน ที่ต้องการเห็นประเทศไทยก้าวหน้าและเปลี่ยนแปลง การรวมพลังกันเท่านั้นถึงจะทำได้ จึงได้มาร่วมเป็นหนึ่งในกระแสธารวันนี้

การมีงานวิ่งไล่ลุงวันนี้คือเสียงความไม่พอใจของประชาชนต่อการสืบทอดอำนาจของ คสช. พวกเขาต้องการประชาธิปไตยกลับมา คือเจตจำนงของการไม่เอาเผด็จการ เชื่อว่าในปี 2563 คงเห็นประชาชนเรียกร้องประชาธิปไตย ร่างรัฐธรรมนูญจากประชาชน

ในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้จัดงานวิ่งไล่ลุงด้วยตัวเองในต่างจังหวัด ถูกเจ้าหน้าที่คุกคาม ติดตามถึงบ้านและข่มขู่ไม่ให้จัดงาน กระบวนการนี้ไม่ใช่ประชาธิปไตยแน่นอน แต่เป็นซากเดนของเผด็จการ จึงเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่หยุดการข่มขู่คุกคาม และขอให้ประชาชนไม่กลัวการใช้สิทธิ เสรีภาพเรียกร้องประชาธิปไตยอย่างสันติ

"เขาต้องการให้เรากลัว ถ้าเรากลัวจะเข้าทางเขา ถ้าเรากลัวเราจะไม่มีทางได้สังคมที่ดีกว่านี้กลับคืนมา" ธนาธรกล่าว

'อังคณา' เผย เจ้าหน้าที่ตรวจ-ยึด ป้ายข้อความ ปฏิทินทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ยังไม่เห็น กสม. มา

อังคณา นีละไพจิตร อดีตคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้เดินทางมาสังเกตการณ์กิจกรรมวิ่งไล่ลุง ที่สวนรถไฟ กรุงเทพฯ

อังคณาระบุว่าบริเวณทางเข้างาน เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการตรวจสัมภาระประชาชน และมีการยึดป้ายข้อความต่างๆ โดยอ้างว่าป้ายข้อความมีคำหยาบ เช่น วิ่งไล่สัตว์ชนิดต่างๆ นอกจากนั้น ยังมีความพยายามยึดปฏิทินอดีตนายกฯ ทักษิณและยิ่งลักษณ์ ชินวัตรด้วย แต่ตนได้ชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ว่าปฏิทินไม่มีถ้อยคำหยาบคาย จะยึดได้อย่างไร

การตรวจยึดป้ายข้อความทางการเมืองก่อนเข้างาน

อดีต กสม. เล่าว่าพบว่ามีผู้สังเกตการณ์สถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนจากองค์กรไทยและต่างประเทศหลายองค์กร แต่ยังไม่เห็นผู้สังเกตการณ์จาก กสม. ซึ่งไม่ทราบว่ามา หรือมีใครมาเป็นการส่วนตัวหรือไม่ แต่ถ้าไม่มาก็เป็นที่น่าเสียดาย เพราะหน้าที่หนึ่งของ กสม. คือการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของประชาชน

อดีตผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. พรรคเพื่อไทยขอ 'ลุง' ลาออก ฝาก ส.ส. งูเห่า อย่าทรยศประชาชน

ด้านตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส เลขาธิการกลุ่มเพื่อไทย PLUS อดีตผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. พรรคเพื่อไทย มาร่วมวิ่งในงานวิ่งไล่ลุงด้วย

ตรีรัตน์กล่าวว่า วันนี้มาร่วมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่าวันนี้อึดอัด การตรวจสอบถ่วงดุลในวันนี้ยังทำงานได้ไม่เต็มที่ในสภาและระบบสถาบันการเมืองต่างๆ การที่ประชาชนออกมาเยอะขนาดนี้ถือว่ามีความหวัง รัฐบาลต้องรับฟังความเห็นต่างของผระชาชนเพื่อเป็นรัฐบาลของประชาชนที่แท้จริง

ตรีรัตน์ฝากถึง ส.ส. พรรครัฐบาลว่าควรทำงานได้แล้ว อยากให้มีนโยบายแก้ไขปัญหาปากท้องอย่างแท้จริง รัฐบาลทำงานมานานเกือบหนึ่งปี ยังไม่มีการแก้ปัญหาอะไรที่เด่นชัดนอกจากแจกเงิน เรื่องคุณภาพชีวิตยังมีปัญหาอีกมาก

สำหรับ ส.ส. งูเห่า เลขาธิการกลุ่มเพื่อไทย PLUS ฝากว่าจงอย่าทรยศต่อความเชื่อมั่นของประชาชน อย่าลืมว่าทำไมเขาถึงเลือกคุณเข้าไปในสภา ขอให้ทำหน้าที่ตรวจสอบ ถ่วงดุลอย่างเข้มแข็ง

สำหรับข้อความถึง 'ลุง' ตรีรัตน์ฝากว่า "ลาออกเถอะครับ ผมไม่มีปัญหากับทหารอาชีพ แต่ถ้าอยู่แล้วตัวดัชนีชี้วัดต่างๆ ไม่ดีขึ้นก็ควรแสดงความรับผิดชอบ"

ผู้จัดลั่นวิ่งไล่ความอยุติธรรม จัดอีก 2 ก.พ. ที่เชียงใหม่ สรุปยอด 13,340 ราย

มติชนออนไลน์ รายงานว่าในตอนหนึ่ง นายธนวัฒน์ วงค์ไชย แกนนำผู้จัดงานกล่าวว่าขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมา ความผิดพลาดทั้งหมดขอน้อมรับทุกเรื่อง ทุกปัญหาและจะเร่งแก้ไขโดยเร็วที่สุด จากนั้นนายธนวัฒน์อ่านความในใจของทีมงาน ดังนี้

“มาจนถึงเวลานี้พวกเราทีมงานวิ่งไล่ลุงที่หลั่งไหลมาร่วมงานแบบไม่เคยปรากฏมาก่อนตลอด 5 ปีที่ผ่านมาของระบอบการต่อสู้ระบอบการเมืองแบบลุงๆ ซึ่งเริ่มต้นเมื่อ 5 แีก่อนจากการยึดอำนาจจากประชาชน ล้มรัฐบาลที่มาจากประชาชน 5 ปีที่ผ่านมาพวกเขาจึงไม่ได้ทำเพื่อประชาชนเลย ที่พวกเราเห็นตลอดมาคือการสืบทอดอำนาจเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเองให้มั่นคงมากกว่า แม้ประเทศนี้จะมืดมนเพียงใด จากการที่เผด็จการกลืนกินความสวยงามของประชาธิปไตยไปตลอด 5 ปีที่ผ่านมาแต่การที่ผู้คนมาร่วมงานมากมายในวันนี้ทำให้เห็นว่าประเทศนี้ยังคงมีความหวังเสมอเมื่อเราออกวิ่ง กว่าจะได้จัดงานนี้ไม่ง่าย พวกเราและทีมกว่า 30 จังหวัดถูกคุกคาม ข่มขู่ และหลังจากวันนี้คงมีคดีตามมาอีกมากมาย แต่เราไม่หวั่นไหวเพราะเชื่อว่าจะมีทุกคนคอยเคียงข้างอยู่เสมอ” ธนวัฒน์กล่าว โดยผู้เข้าร่วมงานปรบมืออย่างกึกก้อง

ธนวัฒน์ วงศ์ไชย: ประเทศมีหวังได้ แค่เราออกวิ่ง นัดหมายวิ่งอีก 2 ก.พ. เชียงใหม่

นายธนวัฒน์กล่าวต่อว่า ในขณะที่ทีมงานถูกคุกคาม แต่กลุ่มจัดงานสนับสนุนลุงกลับจัดได้สบายใจเฉิบใจกลางเมือง สะท้อนว่าผู้มีอำนาจชอบฟังความเห็นที่เหมือนกัน ปฏิเสธรับฟังความเห็นต่าง แม้จะกดปราบเราหนักขนาดไหน แต่เราคือประชาชน เรามีปากเสียงมีชีวิตจิตใจและต้องการแสดงออกว่า เราไม่ไหวแล้วกับระบอบการเมืองแบบนี้ โดยวันนี้เป็นจุดเริ่มต้นโดยจะมีการจัดงานครั้งต่อไปในวันที่ 2 ก.พ. ที่ จ.เชียงใหม่

“เราไม่ไหวแล้วกับการแช่แข็งประเทศ เราจึงเดินทางมาที่นี่วันนี้ด้วยความจริงใจ เราไม่ได้ออกมาวิ่งไล่ลุงคนใดคนหนึ่ง แต่ออกมาวิ่งไล่ระบอบการเมืองแบบลุงๆ เพราะถ้าแทนสิ่งที่เรียกว่าลุงกับสิ่งที่เราเผชิญหน้าตลอด 5 ปีที่ผ่านมาอาจอทนได้ด้วยคำหลายคำ เราไม่ได้ออกมาวิ่งไล่ลุง แต่ออกมาวิ่งไล่ความอยุติธรรม สองมาตรฐานในประเทศนี้ ออกมาวิ่งไล่รัฐบาลที่บริหารเศรษฐกิจไม่เป็น ทำให้พี่น้องประชาชนเผชิญความทุกข์ยาก ลำบากขัดสนในการใช้ชีวิตประจำวัน เราออกมาวิ่งไล่ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ สังคมและการผูกขาดความร่ำรวยไว้กับเจ้าสัวบางรายในประเทศนี้ สองเท้าของเราได้ร่วมจารึกประวัติศาสตร์ในความพยายามเปลี่ยนแปลงประเทศนี้เพื่ออนาคตที่ดีกว่า สังคมที่ดีกว่าซึ่งเป็นไปได้เพียงแค่พวกเราออกมา ขอให้ผู้มีอำนาจรู้ว่า วันนี้เป็นวันแรกหลังจากนี้พวกเราจะพร้อมใจกันออกวิ่งไม่หยุด เพื่อให้ลุงออกไปให้ได้ในปีนี้ วันนี้จะเป็นหมุดหมายสำคัญทางการเมืองของไทย หมุดหมายต่อไปพบกัน 2 กุมภาพันธ์ จังหวัดเชียงใหม่” นายธนวัฒน์กล่าว

คุยสั้นๆ กับนักวิ่งไล่ลุง

สำหรับตัวเลขผู้เข้าร่วมงานวิ่งไล่ลุง ผู้จัดงานใช้ยอดโดยประมาณจากเจ้าหน้าที่หน้าปากทางเข้า พบว่ามีผู้เข้าร่วมราว 14,000 กว่าคน โดยมีการถ่ายภาพร่วมกัน มวลชนต่างชูสามนิ้วตะโกน ‘ประยุทธ์ออกไป’ อย่างกึกก้อง

ธีรยุทธ ประกอบอาชีพเทรนเนอร์ มาจากกรุงเทพฯ ระบุว่า มาวิ่งไล่ลุงเพราะว่าอยากให้ทุกคนได้รู้ มีบทบาทในประชาธิปไตย ว่าอะไรที่ควร ไม่ควร สิ่งไหนที่เราอยากได้และไม่อยากได้ การเดินทางมาร่วมกิจกรรมวันนี้ไม่กลัวการถูกเจ้าหน้าที่ข่มขู่ คุกคาม เนื่องจากยึดหลักกฎหมายที่ถูกต้อง ประเทศไทยไม่ใช่ไม่มีกฎหมาย 

ข้อความที่เขาอยากบอก ‘ลุง’ คือ อยากให้ลุงใช้หลักที่บอกตั้งแต่เข้ามาในอำนาจวันแรกที่ว่าจะคืนความสุขให้ประชาชน

ภรธนเกษ อาชีพพนักงานบริษัท ออกมาร่วมวิ่งโดยมีสาเหตุจากเศรษฐกิจไม่ดี กระทบกับการงาน เพราะว่าทำงานเยอะ แต่ว่าได้เงินน้อย เธอบอกว่าออกมาวิ่งไล่ลุงประยุทธ์ จันทร์โอชา

“หนูว่าลุงอยู่นานแล้วค่ะ ไปได้แล้ว” เธอกล่าว

ภัณฑิรา ปัจจุบันเป็นนักศึกษา ระบุว่าเห็นโพสท์ในเฟสบุ๊คโพสท์แล้วอยากออกมาร่วมกิจกรรมวิ่งไล่ลุง

“ควรมีจิตสำนึกบ้าง คนลำบากทั้งประเทศ” ภัณฑิราส่งข้อความถึง 'ลุง'

ภาพในงาน

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์