แอปพลิเคชั่นที่คนทำงานเป็นเจ้าของและบริหารเอง: ความหวังแก้ปัญหาแบ่งผลประโยชน์ไม่เป็นธรรม

ปัจจุบันเริ่มมี ‘แอปพลิเคชั่นที่คนงานเป็นเจ้าของและบริหารเอง’ ที่พยายามแก้ไขปัญหา ‘การแบ่งผลประโยชน์ที่ไม่เป็นธรรม’ จาก ‘gig economy’ ชวนดูตัวอย่าง ‘Up & Go Mensakas และ Eva’ แอปพลิเคชั่นคนทำความสะอาด, ส่งอาหาร และการขนส่ง ที่คนทำงานเป็นเจ้าของเอง-มีสิทธิในการโหวต และได้รับการแบ่งผลประโยชน์ที่เป็นธรรม

ปัจจุบันเริ่มมีแอปพลิเคชั่นที่ใช้แนวทางการเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มและการบริหารร่วมกันโดยคนทำงาน (platform cooperativism) บ้างแล้ว | ที่มาภาพประกอบ: RidersXDerechos BCN

เครือข่ายกิจการที่คนทำงานเป็นเจ้าของซึ่งเป็นทางเลือกกำลังเข้ามาแทนที่การแบ่งผลประโยชน์ที่ไม่เป็นธรรมที่กำลังเติบโตซึ่งส่งผลกระทบต่องานที่มีคุณค่า (decent work)

นักธุรกิจพันล้านเหรียญสหรัฐฯ ผู้ที่เป็นเจ้าของแอปพลิเคชั่นที่เป็นพื้นฐานของเศรษฐกิจแบบ gig economy มีความต้องการคนทำงานที่มีการจ้างงานที่ไม่นอน (precarious work) ในขณะเดียวกัน คนทำงานจำนวนนับล้านๆ คน ผู้ที่ทำให้แพลตฟอร์มเหล่านี้มีพลัง กลับอยู่ในภาวะที่ขาดแคลนปัจจัยความจำเป็นพื้นฐาน พวกเขาขึ้นอยู่กับงานที่ทำแบบครั้งเดียวจบไม่มีความมั่นคง (gig work) เพื่อการมีชีวิตรอด บนสมมติฐานของความเสี่ยงต่างๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งการจ่ายเงินระดับต่ำ และแทบจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์อื่นๆ 

เช่น Instacart บริการจัดส่งและรับสินค้าในวันเดียว ได้ตัดครึ่งหนึ่งของค่าตอบแทนที่คนทำงานเคยได้จากจากค่าทิปที่กำหนดไว้ โดยเปลี่ยนไปเป็นค่าตอบแทนร้อยละ 5 ต่อออร์เดอร์ กระตุ้นให้เกิดการนัดหยุดงาน 3 วัน จากวันที่ 3-5 พ.ย. 2562 จากนั้นอีก 2 วันหลังจากการนัดหยุดงาน บริษัทตอบสนองโดยการยกเลิก “โบนัสที่ได้ตามคุณภาพ (quality bonuses)” ซึ่งเป็นเงินที่สามารถแทนรายได้ถึง 40% ของรายได้ของคนทำงาน

อะไรจะเกิดขึ้นถ้าคนงานรายได้น้อยมารวมกันเพื่อตัดคนกลางออกไปและสร้างแพลตฟอร์มของตัวเอง นี่ไม่ใช่เพียงการทดลองทางความคิด แอปพลิเคชั่นที่คนงานเป็นเจ้าของได้สร้างทางเลือกที่เป็นจริงเพื่อแก้ปัญหาสภาพการทำงานในเศรษฐกิจแบบ gig economy ในระดับโลก

Up & Go คือแอปพลิเคชั่นทำความสะอาดบ้านซึ่งคนทำงานในเมืองนิวยอร์กเป็นเจ้าของ “แอปพลิเคชั่นอื่นๆ เจ้าของแอปพลิเคชั่นกำหนดค่าจ้าง แต่เรากำหนดค่าจ้างของเราเอง” Esmeralda Flores คนทำงานที่เป็นเจ้าของแอปพลิเคชั่นกล่าว

คนทำความสะอาดของ Up & Go ได้เงินชั่วโมงละ 25 เหรียญสหรัฐฯ มากกว่าสองเท่าของรายได้ต่อชั่วโมงของคนงานทั่วๆ ไป จากการให้สัมภาษณ์ของ Sylvia Morse ผู้จัดการโครงการ ในขณะที่แอปพลิเคชั่นทั่วไปหักร้อยละ 20 หรือมากกว่านั้น Up & Go หักเพียงร้อยละ 5 ซึ่งนำไปลงทุนกลับไปในแพลตฟอร์ม

คนทำความสะอาด โดยพื้นฐานเป็นผู้หญิงที่เป็นแรงงานข้ามชาติจากอเมริกาใต้ ร่วมมือกันเป็นเจ้าของ Up & Go ซึ่งเริ่มอย่างเป็นทางการในเดือน พ.ค. 2560 พวกเธอประชุมกันทุกเดือน เพื่อทำการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ เช่น นโยบายการยกเลิกงาน และการกำหนดราคา

“ถ้าคุณดูแพลตฟอร์มอื่นๆ มันเป็นที่ชัดเจนว่า พวกเขาลดราคาให้ต่ำลงแบบไม่จริง ด้วยการอุดหนุนผู้ใช้บริการครั้งแรก และจ่ายให้คนงานน้อยเท่าที่จะเป็นไปได้ ข้อเสนอที่มีคุณค่าของเราคือ ราคาของเราโปร่งใส คนงานได้รับค่าจ้างที่เป็นธรรม ลูกค้าได้รับการทำความสะอาดที่มีคุณภาพแบบมืออาชีพ” Maru Bautista กล่าว

Bautista ดูแลโครงการการพัฒนาความร่วมมือขององค์กรศูนย์กลางสำหรับชีวิตครอบครัว (Cooperative Development Program of the Center for Family Life) ในบรุกลิน ในช่วง 13 ปีที่ผ่านมา ศูนย์ฯ ได้ก่อตั้งกิจการที่คนงานร่วมกันเป็นเจ้าของและบริหาร (co-ops) จำนวน 20 แห่ง ซึ่งสร้างรายได้มากกว่า 13 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

การพัฒนาของ Up & Go ได้รับการชี้แนะแนวทางจากกิจการที่คนงานข้ามชาติเป็นเจ้าของร่วมกันในด้านการทำความสะอาด 3 แห่งซึ่งเป็นกระบวนการที่ใช้ระยะเวลานาน 1 ปี ในการออกแบบร่วมกัน ทดสอบ และทำให้มีความเป็นไปได้ โดยบางส่วนจากการให้เงินทุนขององค์กรต่อต้านความยากจนชื่อว่า Robin Hood Foundation 

สู่แพลตฟอร์มความร่วมมือของคนงาน

Up & Go แอปพลิเคชั่นทำความสะอาดบ้านซึ่งคนงานในเมืองนิวยอร์กเป็นเจ้าของ หนึ่งในการเกิดขึ้นของขบวนการที่ใช้แนวทางการเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มและการบริหารร่วมกันโดยคนงาน (platform cooperativism) | ที่มาภาพ: upandgo.coop

Up & Go เป็นตัวอย่างหนึ่งในการเกิดขึ้นของขบวนการที่ใช้แนวทางการเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มและการบริหารร่วมกันโดยคนงาน (platform cooperativism) โครงการใหม่ๆ เหล่านี้ บางครั้งเรียกว่ากิจการที่คนงานเป็นเจ้าของและบริหารแพลตฟอร์ม (platform cooperatives) ซึ่งก็คือบริษัทเทคโนโลยีที่คนงานเป็นเจ้าของและมีการควบคุมอย่างมีความเป็นประชาธิปไตยโดยคนงาน

Danny Spitzberg นักวิจัยที่ช่วยพัฒนา Up & Go กล่าวว่า “การทำโครงการในลักษณะนี้ขึ้นมาให้แตกต่างจากสิ่งที่เคยเป็นอยู่เดิม มันช่วยให้เห็นแพลตฟอร์มเป็นเครื่องมือดิจิตัลมากกว่าเป็นสิ่งที่มีชีวิตด้วยตัวมันเอง” ในกรณีของ Up & Go แพลตฟอร์มสร้างขึ้นมาบนโมเดลการรวมกลุ่มกันเป็นเจ้าของ และใช้เวลาหลายปีในการสร้างความสัมพันธ์ของคน 

Spitzberg กล่าวว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวมีความสำคัญคือเรื่องเกี่ยวกับการที่ “คนงานคิดออกว่าจะออกแบบขั้นตอนการทำงานของตนเองและรักษาผลประโยชน์ไว้กับพวกเขาอย่างไร"

“ลองดูกรณีการตัดค่าตอบแทนที่เกิดขึ้นล่าสุดของ Instacart ที่ทำให้ลูกค้าหลายร้อยคนไม่ใช้บริการ ผู้บริโภคให้ความสนใจอย่างสูง และสิ่งต่างๆ เกิดขึ้นในทวีตเตอร์ เพื่อเรียกร้องให้เกิดการปรับปรุงจากประธานกรรมการบริหารของบริษัท ผู้ซึ่งยังเงียบอยู่  ถ้าหากนักลงทุนรู้สึกถึงความกดดันหรือมองเหตุการณ์ข้างหน้าออก พวกเขาอาจจะตอบสนองต่อการเรียกร้องให้มีการจ่ายค่าตอบแทนที่ดีขึ้น และมองการรวมกลุ่มเคลื่อนไหว เป็นโอกาสที่จะสร้างธุรกิจที่สมาชิกเป็นเจ้าของได้อีกด้วย” Spitzberg กล่าว ทั้งนี้ เขาเป็นผู้ให้คำปรึกษาในโปรแกรมเรื่องการเป็นเจ้าของร่วมกันที่ชื่อว่า Start.coop

ศาสตราจารย์ Trebor Scholz แห่งมหาวิทยาลัย New School ประเมินว่าปัจจุบัน มีโครงการราว 400 โครงการที่มีแนวทางการเป็นเจ้าของและบริหารแพลตฟอร์มโดยคนทำงานเอง และล่าสุด เขาช่วยจัดงานสัมมนาในเมืองนิวยอร์กโดยนำผู้พูดจากทั่วโลกจำนวน 150 คนจาก 30 ประเทศ มาเข้าร่วมการสัมมนา

เป้าหมายร่วมกันของพวกเขาคือการสร้าง “ทางเลือกที่เป็นรูปธรรม” สำหรับคนงาน “ผู้ที่ไม่ได้รับการคุ้มครอง และในความเป็นจริง เป็นผู้ถูกกระทำในด้านสิทธิแรงงานที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ซึ่งไม่ค่อยจะมีอยู่ในการทำงานเหล่านั้นตั้งแต่แรกเริ่มอยู่แล้ว” Scholz กล่าว

Mensakas แอปพลิเคชั่นส่งอาหารที่คนทำงานเป็นเจ้าของ | ที่มาภาพ: Mensakas (@MensakasApp)

Oriol Alfambra และ Nuria Soto อดีตคนขับจักรยานส่งอาหารของ Deliveroo จากเมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน เข้าร่วมการสัมมนาและพูดถึงแอปพลิเคชั่นที่คนทำงานเป็นเจ้าของอีกแอปพลิเคชั่นหนึ่งคือ Mensakas ในปี 2561 ทั้งสองคนเริ่มดำเนินการแอปพลิเคชั่นดังกล่าวร่วมกับคนขับรถจักรยานส่งอาหารคนอื่นๆ ผู้ที่ถูกเลิกจ้างในช่วงที่มีการรณรงค์ตั้งสหภาพแรงงาน พวกเขาเปิดแอปพลิเคชั่นโดยการสนับสนุนจากรณรงค์การระดมทุนจากผู้สนับสนุนวงกว้างแบบ crowdfunding และเงินทุนจากรัฐบาล

“บริษัทพยายามที่จะขายเรื่องงานที่ไม่แน่นอน (precarious work) คล้ายกับอะไรบางอย่างที่เท่” Soto กล่าวในการนำเสนอ และกล่าวถึง Deliveroo ที่บอกว่า “เป็นนายของตัวเอง” ในการจ้างงาน ปัจจุบัน เธอและเพื่อนร่วมงานในเศรษฐกิจแบบ gig economy พยายามที่จะสร้างสโลแกนของตัวเองขึ้นมาที่สะท้อนความเป็นจริง Mensakas เป็นการบริหารจัดการตัวเองโดยคนงานของแพลตฟอร์มเอง ผู้ที่มีสัญญาการจ้างงาน มากไปกว่าการถูกจัดประเภทแบบไม่ถูกต้องให้เป็นผู้รับจ้างเหมาช่วงอิสระ

Mensakas ก็ยังเป็นพันธมิตรกับ CoopCycle สหพันธ์กิจการส่งอาหารโดยจักรยานที่เป็นเจ้าของและบริหารโดยคนงานแห่งสหภาพยุโรปใน 16 เมือง โดยได้รวมทรัพยากรเข้าด้วยกันเพื่อพัฒนาซอฟแวร์ที่ใช้ร่วมกันได้และมีความพยายามต่างๆในการประสานงานกัน

 Alexandre Segura นักพัฒนาเว็บไซต์ที่เรียนด้วยตัวเอง ได้สร้าง CoopCycle ในปี 2559 หลังจากที่ติดต่อเชื่อมสัมพันธ์กับคนขี่จักรยานส่งอาหารในฝรั่งเศส ผู้ที่ตกงานเมื่อบริษัทสตาร์ทอัพ Take Eat Easy ซึ่งมีฐานอยู่ที่ประเทศเบลเยี่ยมประกาศกิจการล้มละลาย 

“ผมไม่ได้เป็นคนขี่จักรยานส่งอาหาร ผมขี่จักรยานไม่ค่อยเป็น แต่เราในฐานะนักพัฒนาเว็บไซต์มีความรับผิดชอบในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง ในโลกปัจจุบัน แพลตฟอร์มมีผลกระทบชีวิตของคนจำนวนมากมาย” Segura กล่าว “กิจการที่คนงานเป็นเจ้าของของเราโดยส่วนมากยังคงเล็กอยู่ แต่พวกเรากำลังเสนอทางเลือกให้แก่ผู้บริโภค ซึ่งเป็นทางเลือกที่มีความน่าเชื่อถือ

ความท้าทายในการสร้างเศรษฐกิจดิจิตัลที่พวกเราเป็นเจ้าของ

Eva แอปพลิเคชั่นที่ให้บริการคล้าย Uber แต่พุ่งเป้าไปที่คนที่ต้องการสนับสนุนธุรกิจท้องถิ่น ภายใต้ระเบียบการบริหารของ Eva ทั้งคนขับรถยนต์และคนขี่จักรยานมีสิทธิในการโหวต และสิทธิในการได้รับการแบ่งผลประโยชน์ | ที่มาภาพ: eva.coop

Eva เริ่มดำเนินการในเดือน พ.ค. 2562 ในเมือง Montreal ด้วยการสนับสนุนทางการเงินจาก Desjardins สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศแคนาดา Eva คล้ายกับ Uber แต่พุ่งเป้าไปที่คนที่ต้องการสนับสนุนธุรกิจท้องถิ่น แพลตฟอร์มนี้มีคนขับอยู่ 500 คน และอีกมากกว่า 500 คนกำลังอยู่ในกระบวนการในการเข้าร่วม และผู้ใช้แอปพลิเคชั่นกำลังเติบโตบนฐานของผู้ใช้ 17,000 คน Dardan Isufi ผู้ร่วมก่อตั้งให้ข้อมูลดังกล่าว

นอกจากนี้ Isufi กำลังเตรียมการประชุมสามัญประจำปี “เราต้องส่งจดหมายเชิญจำนวน 18,000 ฉบับ แน่นอนว่า เราไม่ได้คาดหวังให้ทุกคนแสดงตัวมาเข้าร่วมประชุม แต่พวกเขาคือสมาชิกของเรา”

ภายใต้ระเบียบการบริหารของ Eva ทั้งคนขับรถยนต์และคนขี่จักรยานมีสิทธิในการโหวต และสิทธิในการได้รับการแบ่งผลประโยชน์

“ผมชอบในเรื่องที่เราสามารถโหวตว่า ค่าธรรมเนียมของเราจะแบ่งไปที่สำนักงานใหญ่เป็นจำนวนเท่าไร” Imran Karmali คนขับของ Eva กล่าว ในปัจจุบัน คนขับจะมีส่วนที่แบ่งให้บริษัท 15% ของค่าธรรมเนียมทั้งหมดที่พวกเขาได้รับ เพื่อช่วยเรื่องต้นทุนดำเนินการและการตลาดของบริษัทที่เพิ่งเริ่มต้น ในขณะที่ Uber หัก 25% 

Isufi ได้เริ่มทำงานกับ Eva สองปีก่อนกับเพื่อนนักศึกษาร่วมมหาวิทยาลัย Raphael Gaudreault เขาจำได้ถึงการถาม Gauldreault ว่า “มันยากแต่ไหนที่จะเริ่มแพลตฟอร์มที่ดีกว่าปัจจุบันที่มีการแบ่งปันกันของคนขับ” ในทางปฏิบัติ มีความท้าทายมากมายที่ไม่เคยขาดไปเลย โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นในการสร้างแอปพลิเคชั่นขึ้น

Mike Calomoris เริ่มขับให้กับ Uber ในปี 2561 เพื่อเสริมรายได้ของเขาในอาชีพช่างภาพงานแต่งงาน เขาเข้าร่วม Eva เมื่อแพลตฟอร์มเริ่มต้นดำเนินการ

อย่างไรก็ตาม Calomoris เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มทดสอบของ Eva จำนวน 15 คนผู้ที่ได้รับค่าจ้างพื้นฐาน 13-15 เหรียญแคนาดาต่อชั่วโมง (ค่าจ้างขั้นต่ำในพื้นที่คือ 12.50 เหรียญแคนาดา) แลกเปลี่ยนกับการทำงานในพื้นที่ที่มีความต้องการสูง ถ้าคนขับได้ค่าจ้างน้อยกว่าค่าธรรมเนียมที่ประกันไว้ Eva จะจ่ายส่วนต่างนั้นให้ ถ้าคนขับได้มากกว่าที่จำนวนที่ประกันไว้ คนขับก็ได้รับเต็มจำนวน

ในเดือนตุลาคม Eva เริ่มโครงการนำร่องกับสนามบิน มอนทรีออล และมีคนขับเพิ่มขึ้น 40% “เรามีพื้นที่จอดรถขนาดใหญ่สำหรับคนขับ Eva มีประตูสำหรับเราเอง และมีบูธให้ข้อมูลภายในสนามบิน”

จากการให้ข้อมูลของ Isufi ผู้บริหารสนามบินพึงพอใจกับคนทำงานของ Eva แต่หลังจากนั้น สนามบินแจ้ง Eva ว่าไม่สามารถโฆษณาภายในสนามบินได้ และระบุถึงข้อตกลงที่ทำกับบริษัทที่ใหญ่กว่า

ขยายไปยังประเทศอื่นๆ

โมเดลทางธุรกิจของกิจการที่คนงานร่วมกันเป็นเจ้าของและบริหาร รหัสของแอปพลิเคชั่นได้ถูกทำขึ้นเพื่อให้กิจการคนงานเป็นเจ้าของในประเทศอื่นทั่วโลกได้ใช้ ‘เเฟรนไชส์ทางสังคม’ อันแรกที่มีการลงทะเบียนเข้าร่วมคือความร่วมมือของคนขับรถในเมืองธากา ประเทศบังคลาเทศ

สมาชิกและผู้สนับสนุนแพลตฟอร์มที่คนงานเป็นเจ้าของต้องการสร้างซอฟแวร์และธุรกิจที่แตกต่างโดยพื้นฐานกับแอปพลิเคชั่นที่ครองตลาดอยู่

สมาชิกของสมาคมผู้หญิงที่ทำงานส่วนตัวไม่มีนายจ้าง (Self-Employed Women’s Association) ในประเทศอินเดีย กำลังสำรวจเพื่อหาทางออกในการแก้ปัญหาต่างๆ ของการไปทำงานของคนงานตามบ้าน เช่น ปุ่มตกใจ ปุ่มแจ้งเจ้าหน้าที่

Salonie Hiriyur ตำแหน่ง Senior Associate ทำงานกับสมาคมผู้หญิงที่ทำงานส่วนตัวไม่มีนายจ้าง (SEWA) โดยมีสมาชิก 300,000 คน เน้นว่า โมเดลคนงานเป็นเจ้าของและบริหารร่วมกัน (co-op model) สามารถเพิ่มในเรื่องความปลอดภัยของคนทำงานได้  “มันมีความตระหนักว่า คนงานมีการรวมกลุ่มเป็นสิ่งสนับสนุน ความตระหนักนี้จะปกป้องคนงานจากการล่วงละเมิดได้”

ในประเด็นอื่นๆ ในเมืองนิวยอร์ก Up & Go ตัดสินใจไม่ใส่ภาพบุคคลของคนงานในแอปพลิเคชั่น Sylvia Morse ผู้จัดการโครงการของบริษัทที่คนงานเป็นเจ้าของกล่าวว่า “เราขายบริการของเรา ไม่ใช่ตัวเรา” 

“เหตุผลสำหรับโปรไฟล์เหล่านี้คือตัวแทนของการสร้างความไว้วางใจของแพลตฟอร์มใหญ่ๆ แต่แพลตฟอร์มที่คนงานเป็นเจ้าของมีความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบคือ พวกเขาเป็นเจ้าของมันเอง” เธอกล่าว

 

ที่มาเรียบเรียงจาก
Worker-Owned Apps Are Trying to Fix the Gig Economy's Exploitation (Ryan Hayes, vice.com, 19 Nov 2019)

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์