โฆษกพรรคเพื่อชาตินำภาคประชาสังคมยื่นนโยบายเพื่อสวัสดิการผ้าอนามัยต่อ กมธ. สตรีฯ

เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ นำภาคประชาสังคมยื่นข้อเสนอ ‘ด้านนโยบายเพื่อสวัสดิการผ้าอนามัยของผู้หญิง’ ต่อประธาน กมธ. เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และกลุ่มหลากหลายทางเพศ ระบุผ้าอนามัยควรเป็นสวัสดิการของรัฐ ควรแจกฟรีไม่ต้องเสียภาษี 

 

22 ม.ค. 2563 วันนี้ เวลา 9.30 น. ณ ห้องกรรมาธิการเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธ์ุ์และกลุ่มหลากหลายทางเพศ เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ ได้นำภาคประชาสังคมมายื่นข้อเสนอ ‘ด้านนโยบายเพื่อสวัสดิการผ้าอนามัยของผู้หญิง’ ต่อประธานกรรมาธิการ พร้อมแถลงข่าวว่า

"จากการที่ดิฉันนำเสนอประเด็นผ้าอนามัยที่เป็นสินค้าจำเป็นสำหรับสตรีแต่ถูกจัดเป็นสินค้าในกลุ่มเครื่องสำอาง ซึ่งมีเพดานภาษีสูง แม้ว่าผ้าอนามัยแบบใช้ภายนอกที่เป็นที่นิยมถูกกำหนดให้เป็นสินค้าควบคุมซึ่งเสียภาษี 7 % แต่ภาคประชาสังคมสตรีหลายกลุ่มเห็นพ้องต้องกันว่า ผ้าอนามัยควรเป็นสวัสดิการของรัฐ ที่ควรแจกฟรีและไม่ควรต้องเสียภาษี ดิฉันจึงได้ติดต่อประสาน ท่านมุกดา พงศ์สมบัติ ประธานกรรมาธิการ เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธ์ และกลุ่มหลากหลายทางเพศ เพื่อให้ภาคประชาสังคมมายื่นข้อเสนอด้านนโยบายเพื่อสวัสดิการผ้าอนามัยของผู้หญิง เพื่อจะเป็นประโยชน์ต่อสตรีไทยในวัยเจริญพันธุ์ทุกคน ไม่ต้องกังวลเรื่องภาระค่าใช้จ่ายผ้าอนามัย

ซึ่งกลุ่มภาคประชาสังคมได้สรุปมาแล้วว่าค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือนสำหรับผ้าอนามัยต่อสตรีหนึ่งคนประมาณ 180 - 200 บาท ค่าใช้จ่ายจำนวนนี้สำหรับผู้มีรายได้น้อยจัดว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่มาก ตัวอย่างกรณีค่าใช้จ่ายผ้าอนามัยที่เป็นภาระกับสตรีจนทำให้เป็นอุปสรรคในการดำรงชีวิต เช่น ในประเทศอังกฤษที่จัดเป็นกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วรายได้สูง ยังมีผู้หญิงอายุ 14-21 ปี 1 ใน 10 คนไม่สามารถซื้อผ้าอนามัย ส่งผลให้เกิดปัญหางดออกจากที่พักในวันที่มีประจำเดือนเพราะไม่มีเงินซื้อผ้าอนามัยทำให้เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิต ซึ่งรัฐบาลอังกฤษก็ได้ลดภาษีผ้าอนามัย และบริจาคเงินเพื่อสวัสดิการผ้าอนามัย รวมทั้งอีกหลายประเทศกำหนดให้ผ้าอนามัยเป็นสินค้าปลอดภาษี และเป็นสวัสดิการที่รัฐแจกฟรีให้กับประชาชน

ดิฉันเข้าใจดีว่าการรณรงค์ขับเคลื่อนเรื่องสวัสดิการผ้าอนามัยในสังคมบิดาธิปไตยทีมีการเหยียดเพศหญิงต้องมีแรงโต้กลับ แต่เพื่อประโยชน์ในด้านคุณภาพชีวิตประชาชนสตรีไทย ดิฉันจึงดำเนินการต่อเนื่องร่วมกับภาคประชาสังคม โดยมีผลตอบรับจากสังคมจำนวนไม่น้อยวัดจากจำนวนผู้ที่สนับสนุนแคมเปญเรื่อง ‘ต้องมีมาตรการควบคุมสินค้าผ้าอนามัยให้ทุกคนเข้าถึงได้’ ใน change.org มีถึง 6,733 คน (ข้อมูลวันที่ 22 มกราคม 2563) เป็นผลให้ภาคประชาสังคมเห็นว่าถึงเวลาที่ต้องมานำเสนอนโยบายเพื่อสวัสดิการผ้าอนามัยของผู้หญิงต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ เนื่องจากดิฉันเป็นผู้เปิดประเด็นเรื่องนี้ขึ้นมา จึงขอสานต่อไปให้สุดทางเพื่อให้สังคมตระหนักว่า ‘ผ้าอนามัยคือสวัสดิการที่รัฐต้องดูแลสุขภาวะประชากรวัยเจริญพันธุ์ เช่นเดียวกับถุงยางอนามัยที่บรรจุเป็นสิทธิประกันสุขภาพขั้นพื้นฐาน หรือเป็นสิทธิในบัตรทอง ที่สามารถเบิกจากสถานพยาบาลได้ฟรี"

 

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์