เมื่ออินเดียกลายเป็นรัฐขวาจัด แต่รัฐบาลท้องถิ่นสวนกลับต่อต้าน กม.เหยียดเชื้อชาติ

เมื่อรัฐบาลกลางของอินเดียเริ่มมีลักษณะแบบฟาสต์ซิสม์มากขึ้นผ่านอุดมการณ์แบบชาตินิยมฮินดูที่สร้างความเกลียดชังต่อชาวมุสลิม อย่างการออกกฎหมายเกี่ยวกับการให้สัญชาติที่กีดกันชาวมุสลิม มีเพียงรัฐเกรละที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว สถานการณ์แบบนี้การแข็งข้อขัดขืนแบบเป็นหย่อมๆ ก็มีความสำคัญ

ภาพธงชาติอินเดีย ที่มา: Nishant Vyas from Pexels

รายงานในเว็บไซต์ Toward Freedom เผยแพร่ประสบการณ์ของ ไอแซค เค โอมเนน ที่เล่าถึงสภาพการเมืองและสังคมในอินเดียที่รัฐบาลพรรคภารตียชนตะ (BJP) มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มชาตินิยมฮินดู รัชตรียา สวายัมเสวัค สังฆ์ (Rashtriya Swayamsevak Sangh - RSS) ทั้งสองกลุ่มนี้ต่างก็มีส่วนสร้างบรรยากาศการเกลียดกลัวคนนอกและพยายามกีดกันชาวมุสลิม รวมถึงการยึดครองแคว้นแคชเมียร์

สำหรับกรณีล่าสุดที่ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของชาวโลกคือกฎหมายสัญชาติพลเมือง (CAA) ฉบับใหม่ ที่มีการกีดกันไม่ให้สัญชาติกับผู้อพยพชาวมุสลิม การออกกฎหมายนี้นำมาซึ่งการประท้วงในหลายพื้นที่ของประเทศ บางรัฐและอัสสัมและเดลีก็กลัวว่ากฎหมายนี้จะเปิดโอกาสให้เกิดการกลืนวัฒนธรรม แต่ในรัฐเกรละ พวกเขายืนหยัดอยู่ข้างเดียวกับประชากรชาวมุสลิมทั่วประเทศโดยผู้นำของรัฐประกาศว่าจะไม่สั่งคุมขังผู้อพยพที่ไม่มีใบอนุญาตไม่ว่าจะศาสนาไหนก็ตาม

อัชราฟ อชีรา ประธานสหพันธ์มุสลิมแห่งอินเดีย (IUML) กล่าวว่า CAA จะให้สัญาติกับคนศาสนาฮินดู, ซิกข์, คริสต์ และพุทธ เท่านั้น โดยที่องค์กร IUML เป็นหนึ่งในองค์กรที่ร่วมประท้วงกฎหมายในครั้งนี้ อชีราบอกว่านี่ไม่ใช่ปัญหาเล็กๆ โดยยกตัวอย่างเรื่องการที่มันจะกระทบกับการสมัครเข้าโรงเรียนของลูกชาวมุสลิมเพราะคนที่ตัดสินใจจะกลายเป็นพรรค BJP

รัฐเกรละทางตะวันตกเฉียงใต้ของอินเดียมีประชากรอยู่ 35 ล้านคน ตลอดช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมาสมาชิกสภาของรัฐนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้มีแนวคิดคอมมิวนิสต์ พวกเขาต่างก็แสดงการปกป้องความเป็นรัฐโลกวิสัยด้วยการต่อต้านกฎหมายสัญชาติพลเมืองฉบับใหม่ของอินเดีย โดยที่มุขมนตรีของเกรละ พินาไร วิจายาน ประกาศในที่ประชุมสภาในช่วงวันสิ้นปี 2562 ว่าจะไม่ให้มีการสร้างเรือนจำเพื่อคุมขังคนที่ต้องสงสัยว่าจะเป็นผู้อพยพที่ไม่มีเอกสารอนุญาต หลังจากที่มีการเสนอให้สร้างเรือนจำดังกล่าวทั่วประเทศอินเดีย

นอกจากนี้รัฐเกรละยังเป็นรัฐแรกที่มีการลงมติผ่านร่างบัญญัติต่อต้าน CAA ซึ่งการโหวตเกือบจะเป็นเอกฉันท์มีเว้นแต่ผู้สนับสนุนพรรค BJP แค่คนเดียวเท่านั้น โดยที่สภารัฐเกรละแสดงจุดยืนว่ากลุ่มชาวมุสลิมเป็นประชากรส่วนที่สำคัญของประเทศอินเดีย

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่รัฐเกรละยืนหยัดต่อต้านฟาสต์ซิสม์ของพรรค BJP ในปี 2560 รัฐมนตรีกระทรวงสิ่งแวดล้อมเรียกร้องให้มีการสั่งห้ามการซื้อขายและการกินเนื้อวัวซึ่งเป็นสัตว์ที่ชาวฮินดูเชื่อว่าศักดิสิทธิ แต่ในเกรละต่างกันออกไป ในเกรละมีวัฒนธรรมที่แม้แต่ชาวฮินดูก็กินเนื้อวัว หลังจากที่มีข้อเสนอแบนในครั้งนั้นพรรคคอมมิวนิสต์แห่งอินเดียและกลุ่มยุวชนของพรรคต่างก็จัดปาร์ตีเนื้อวัวกัน

ทั้งนี้ยังมีการตั้งข้อสังเกตว่าอินเดียเป็นประเทศที่ส่งออกเนื้อวัวรายใหญ่ที่สุดของโลกและเป็นไปได้ว่าจะต้องการลดการบริโภคเนื้อวัวภายในประเทศ

เรียบเรียงจาก

How India Became Fascist, and Why Pockets of Resistance Matter, Toward Freedom, 08-01-2020

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์