'เพื่อไทย-อนาคตใหม่' อัดมาตรการ 'ชิมช้อบใช้อินเตอร์' แจกหมด เขาก็เลิกมาเที่ยว สิ่งที่หายไปคือภาษี ปชช.

ศิริกัญญา​ อนาคตใหม่​ ถามรัฐบาลคิดดีแล้วหรือกับมาตรการชิมช้อบใช้อินเตอร์​ ไทยต้องเสียงบฯกับโครงการนี้อีกเท่าไร? แก้ปัญหาที่ต้นเหตุหรือไม่? ทำไมไม่ถอดบทเรียน? รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ชี้แจกหมด เขาก็เลิกมาเที่ยว ทุกอย่างก็เหมือนเดิม แต่ที่หายไปคือภาษีประชาชน เรื่องบาทแข็ง แนะแก้ที่เรื่องอัตราแลกเปลี่ยน ปรับเปลี่ยนนโยบายการเงิน

24 ม.ค.2563 ทีมสื่อพรรคอนาคตใหม่รายงานว่า ศิริกัญญา​ ตันสกุล​ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่​ แสดงความเห็นเกี่ยวกับโครงการ ชิม ช้อป ใช้​อินเตอร์ ​ที่รัฐบาลจะพิจารณณามอบให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ​ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศไทย​โดย​ ศิริกัญญาระบุว่า​ สถานการณ์การท่องเที่ยวไทยขณะนี้มีจำนวนนักท่องเที่ยวก็เริ่มกลับมาขยายตัวต่อเนื่อง  มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวตอนนี้ที่ยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า (visa on arrival) ก็ยังไม่หมดอายุซึ่งจะหมดในเดือน​ สิงหาคม​2563ที่ ใช้งบไปกว่า 12,000 ล้านบาทแล้ว ส่วนที่ยังชะลอตัวคือค่าใช้จ่ายที่นักท่องเที่ยวใช้ซึ่งเป็นผลจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว สิ่งที่ต้องกังวลคือส่วนแบ่งจากการเติบโตของภาคท่องเที่ยวได้ลงไปสู่รายได้ของแรงงานในภาคท่องเที่ยวเต็มเม็ดเต็มหน่วยหรือไม่ ผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อยได้ประโยชน์มากขึ้นหรือไม่​ ถ้าจะแจกเงินเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวอีก คำถามที่สำคัญคือจะทราบได้อย่างไรว่าจะจูงใจให้คนที่ไม่ได้ตัดสินใจจะมาเที่ยวเมืองไทย เปลี่ยนใจมาเที่ยวเมืองไทย และเงินที่แจกเพิ่มจะทำให้เค้าใช้จ่ายเพิ่มเติมไปจากที่วางแผนไว้แล้ว​ แต่ถึงมาตรการนี้จะจูงใจนักท่องเที่ยวต่างชาติได้จริงคำถามคือรัฐบาลจะต้องใช้เงินอีกเท่าไหร่ จะแจกหัวละเท่าไหร่ถึงเพิ่มยอดนักท่องเที่ยวได้จริง  1,000 บาทเท่าชิมช้อปใช้ในประเทศ หรือไม่ หรือต้องมากกว่านั้น แล้วงบประมาณจากภาษีของประชาชนจำนวนมหาศาล​นี้จะไปทำให้การท่องเที่ยวของเราเติบโตอย่างยั่งยืนได้อย่างไร ไม่ใช่เพียงแค่การใช้จ่ายแล้วหมดไป​ 

"ดิฉันคิดว่ารัฐบาลน่าจะถอดบทเรียนจาก​ ชิม​ ช้อป​ใช้​ ในโครงการที่ผ่านมาบ้าง​ ว่าผลลัพธ์กระตุ้นเศรษฐกิจได้แค่ไหน​ แม้กระทั่งวันนี้เป็นเทศกาลจับจ่ายของคนไทยเชื้อสายจีนแต่มีผลสำรวจออกมาว่า​ปริมาณการใช้จ่ายลดลงทุกปี​ นี่หรือผลจากการแก้ปัญหาด้วยการแจกเงินอีกทั้งที่ผ่านๆ มา ก็ยังมีกรณีการคืนเงินล่าช้า เพราะงบประมาณหมดและเจอปัญหาการโกงการสวมสิทธิ์อยู่​" ศิริกัญญา กล่าว

ขณะที่ โพสต์ทูเดย์ รายงานว่า ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงมาตรการ “ชิม ช้อป ใช้ อินเตอร์” ว่า ไม่น่าเชื่อว่าแนวคิดการแจกเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นครั้งๆ จะลามไปสู่การแจกเงินให้ต่างชาติเที่ยว มาตรการสารพัดแจกในที่สุดก็ถูกดัดแปลงเป็นการเอาภาษีคนไทยไปแจกเงินจ้างต่างชาติมาเที่ยวไทย มาตรการสารพัดแจกเหล่านี้ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเลย แจกหมด ก็หมดไป แล้วเขาก็เลิกมาเที่ยว แล้วทุกอย่างก็เหมือนเดิม แต่ที่หายไปคือเงินภาษีประชาชน เรื่องบาทแข็ง ก็ต้องแก้ที่เรื่องอัตราแลกเปลี่ยน ปรับเปลี่ยนนโยบายการเงิน ไม่ใช่ปัญหาอยู่ที่หนึ่ง แล้วก็ไปแก้อีกที่หนึ่ง

ดร.เผ่าภูมิ กล่าวต่อว่า การแจกเงินให้กับนักท่องเที่ยว โดยใช้มาตรการด้านราคาเป็นตัวดึงดูดการท่องเที่ยว ผลลัพธ์ของมันคือการได้มาแต่นักท่องเที่ยวที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงด้านราคาสูง นั่นก็คือ นักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพการใช้จ่ายต่ำ ซึ่งเป็นกลุ่มที่เราอยากได้น้อยสุด มีตัวคูณทางเศรษฐกิจที่ต่ำสุด ซึ่งไม่ใช่ทางออก เป็นการใช้งบประมาณ ซึ่งมาจากภาษีคนไทย ที่ไม่ชาญฉลาด น่ากลุ้มใจเป็นอย่างยิ่ง

รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เสนอว่า หากจะใช้มาตรการด้านราคาจริง มาตรการเหล่านั้น ต้องเอางบประมาณใส่มือคนไทย สนับสนุนผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทยให้สามารถให้บริการในราคาที่ถูกลง เพื่อไปดึงดูดการท่องเที่ยวอีกทอดหนึ่ง ไม่ใช่เอาเงินไปจ้างนักท่องเที่ยวในลักษณะนี้ เช่น การสนับสนุนด้านต้นทุนจากภาครัฐให้กับโรงแรมของคนไทย โดยสร้างเงื่อนไขดึงดูดให้นักท่องเที่ยวอยู่ไทยนานขึ้น สำหรับนักท่องเที่ยวที่พักหลายๆ คืน ขึ้นไป เพิ่มสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยว อยู่ไทยนานขึ้น ใช้จ่ายในเมืองไทยนานขึ้น และโรงแรมคนไทยก็ได้ประโยชน์นานขึ้น

สำหรับ มาตรการ “ชิม ช้อป ใช้” เวอร์ชั่นอินเตอร์ ข่าวสดออนไลน์ รายงานไว้ว่า พิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า 31 ม.ค.นี้จะนำมาตรการดังกล่าว สำหรับกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เสนอคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) เป็นมาตรการที่จะชดเชยค่าใช้จ่ายที่นักท่องเที่ยวต่างชาติ อาจเกิดความกังวลเมื่อเดินทางมาไทย เพราะเงินบาทแข็งค่าส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในเมืองไทย สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแพงขึ้นมากกว่า 10 % การแจกคูปองเงินสด สำหรับช้อปปิ้งทดแทนค่าเงินบาทที่แข็งค่า

ทั้งนี้ มาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย หรือการท่องเที่ยวในประเทศที่ผ่านมา จะดำเนินการผ่านมาตรการของกระทรวงการคลัง ส่วนมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างประเทศ กระทรวงฯจะเร่งดำเนินการในเร็ววันนี้ เพื่อดึงดูดจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่ลดลง จากทั้งปัญหาเศรษฐกิจ การตัดราคาของคู่แข่ง และเงินบาทแข็งค่า หลังวันที่ 31 ม.ค. มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวทั้งภายในและต่างประเทศจะทยอยออกมา

“มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาท โดยในส่วนนี้จะใช้เงินจากงบประมาณกลาง ที่จะขอจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี วงเงินสำหรับกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศสำหรับมาตรการชิม ช้อป ใช้ ใช้เงินเท่าไหร่ มาตรการกระตุ้นยอดการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างประเทศก็จะใช้วงเงินเดียวกัน” พิพัฒน์ กล่าว

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์