องค์กรสิ่งแวดล้อมเผยน้ำดื่มในสหรัฐฯ หลายแห่งปนเปื้อนสารกลุ่ม PFAS หวั่นกระทบสุขภาพ

ผลสำรวจน้ำดื่ม 44 แห่งจากรัฐต่างๆ ในสหรัฐฯ พบว่ามี 43 แห่งที่ปนเปื้อนสารกลุ่ม PFAS ที่มักจะนำมาใช้กับผลิตภัณฑ์หลายอย่างในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตามเคยมีงานวิจัยระบุว่ากลุ่มสารนี้อาจจะส่งผลเสียหายต่อสุขภาพได้ถ้ารับเข้าไปในร่างกาย


ที่มาภาพประกอบ: Democracy Now!

26 ม.ค. 2563 งานวิจัยชิ้นใหม่ในสหรัฐฯ ระบุว่า จากการสำรวจแหล่งน้ำดื่ม 44 แห่งจาก 31 รัฐในสหรัฐฯ มี 43 แห่งที่มีการปนเปื้อนสารเคมีที่เรียกว่าสารกลุ่ม PFAS มากเกินกว่ากำหนด

ผู้ที่ทำการสำรวจในครั้งนี้คือ คณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อม (EWG) โดยที่กลุ่มสาร PFAS นั้นเป็นสารที่สร้างขึ้นจากการเชื่อมพันธะระหว่างคาร์บอนกับฟลูออรีนซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในพันธะที่เชื่อมกันได้หนาแน่นที่สุดในสารเคมีจำพวกออร์แกนนิค มีการนำกลุ่มสารนี้มาใช้ทำให้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในชีวืตประจำวันทนทานต่อสภาวะไม่ว่าจะเป็นความร้อน ความชื้น และคราบต่างๆ แต่สารเหล่านี้ก็ใช้เวลาการสลายตัวนานมาก จนทำให้มีชื่อเรียกว่าเป็น "สารเคมีคงทนถาวร" (the forever chemical)

อย่างไรก็ตามเคยรายงานจากศูนย์ควบคุมโรคติดต่อ (CDC) ในปี 2551 ระบุว่า มีสาร 14 ชนิดในกลุ่มสาร PFAS ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคมะเร็ง ความพิการของทารกในครรภ์ โรคต่อมไทรอยด์ และความเสียหายต่อตับ นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยอื่นๆ ที่เคยระบุว่าการที่ร่างกายรับเอากลุ่มสาร PFAS เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการมีคอเรสเตอรอลสูงและโรคทางระบบประสาท

สื่อเนชันแนลจีโอกราฟฟิกระบุว่ากลุ่มที่เสี่ยงต่อการรับสารปนเปื้อนเหล่านี้คือคนที่อาศัยอยู่ใกล้โรงงานผลิตสินค้าที่มีการใช้ PFAS เป็นส่วนประกอบ เช่น ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด, กระทะที่มีสารเคลือบกันติดกระทะ, เสื้อกันฝน, พรมที่ทนต่อรอบคราบ, ผลิตภัณฑ์บรรจุอาหาร มีการสำรวจว่ามีสารชนิดนี้อยู่ในตัวคนแทบทุกคนในสหรัฐฯ

การสำรวจน้ำจากก็อกในครั้งนี้มีการสำรวจในหลายเมืองเช่น ไมอามี, นิวออร์ลีนส์, ฟิลาเดเฟีย, วอชิงตัน ดีซี และชิคาโก การศึกษาวิจัยในครั้งนี้มีขึ้นในช่วงเดียวกับที่ศาลสูงสุดเปิดทางให้ผู้อยู่อาศัยในเมืองฟลินต์ รัฐมิชิแกน ฟ้องร้องเจ้าหน้าที่รัฐและเทศบาลเมืองที่ปล่อยให้เกิดวิกฤตน้ำดื่มมีสารปนเปื้อน ซึ่งกรณีของฟลินต์นี้เคยมีปัญหามาตั้งแต่ปี 2557 จนทำให้ประชาชนเป็นโรคจากการติดเชื้อแบททีเรียและมีเด็กจำนวนมากได้รับสารตะกั่วจากน้ำ

รายงานในเรื่องนี้ยังออกมาในช่วงไล่เลี่ยกับการที่รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์สั่งยกเลิกกฎหมาย "น้ำแห่งสหรัฐอเมริกา" (WOTUS) ซึ่งเป็นกฎหมายคุ้มครองความสะอาดของน้ำในสมัยบารัค โอบามา Ecowatch ระบุว่าการแทนที่กฎหมายนี้จะยกเลิกการสั่งห้ามที่คุ้มครองความสะอาดของน้ำในแง่ต่างๆ ทำให้เจ้าของที่ดินสามารถกลับมาทิ้งยากำจัดศัตรูพืชหรือมีการสร้างสิ่งปลูกสร้างบนพื้นที่ชุ่มน้ำ (เช่น หนอง, บึง) ได้อีกครั้ง

กรณียกเลิกกฎหมาย WOTUS นี้ทำให้กลุ่มสิ่งแวดล้อมกังวลว่าจะกลายเป็นการสูญเสียกฎหมายคุ้มครองน้ำสะอาดครั้งใหญ่สำหรับชาวสหรัฐฯ และทำให้ชาวอเมริกันนับล้านคนเสี่ยงจะต้องดื่มน้ำที่มีการปนเปื้อนสารพิษที่ไม่ได้รับการควบคุมดูแล

เรียบเรียงจาก
Study: Tap Water in 43 U.S. Cities Contaminated with PFAS Chemicals, Democracy Now!, 23-01-2020
https://www.democracynow.org/2020/1/23/headlines/study_tap_water_in_43_us_cities_contaminated_with_pfas_chemicals

'This Will Be the Biggest Loss of Clean Water Protection the Country Has Ever Seen': Trump Finalizes Clean Water Rule Replacement, Eco Watch, 23-01-2020
https://www.ecowatch.com/starbucks-vegan-drinks-nutrition-2644908732.html

Toxic ‘forever chemicals’ more common in tap water than thought, report says, National Geographic, 24-01-2020
https://www.nationalgeographic.com/science/2020/01/pfas-contamination-safe-drinking-water-study/

ข้อมูลเพิ่มเติมจาก
https://en.wikipedia.org/wiki/Flint_water_crisis

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์