คดีม.112 ยังไม่สิ้นสุด 'บัณฑิต' ศาลนัดสืบพยานปลายปี 'ฤาชา' รอจิตแพทย์วินิจฉัย

หลังศาลทหารโอนคดีม. 112 สู่ศาลอาญา ศาลนัดสืบพยานคดี 'บัณฑิต อาร์ณีญาญ์' ในวันที่ 19-20 และ 24 พ.ย. 63 ขณะที่ 'ฤาชา' ศาลนัดไต่สวนจิตแพทย์ในวันที่ 9 มี.ค. 63


บัณฑิต อาร์ณีญาญ์ (แฟ้มภาพ)

29 ม.ค. 2563 วานนี้ (28 ม.ค.) ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า ศาลอาญา รัชดาฯ กำหนดนัดสำหรับพิจารณาคดีในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จำนวน 2 คดี ซึ่งถูกโอนย้ายมาจากศาลทหารกรุงเทพตามคำสั่งหัวหน้า คสช. 9/2562 ได้แก่ คดีของ บัณฑิต อาร์ณีญาญ์ นักเขียนและนักแปลอิสระ และ ฤาชา (สงวนนามสกุล) หนึ่งในผู้ป่วยจิตเภทที่ถูกดำเนินคดีในข้อหาร้ายแรง

 

บัณฑิต อาร์ณีญาญ์: จากผู้ออกความเห็นในงานเสวนาสู่ผู้ต้องหาคดีร้ายแรง      

ศาลอาญาได้นัดพร้อมคู่ความเพื่อกำหนดวันนัดสำหรับสืบพยานในคดีที่มีมูลเหตุสืบเนื่องมาจากการแสดงความเห็นเกี่ยวกับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่ควรจะถูกบรรจุไว้ในร่างรัฐธรรมนูญที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อปี 2558  ซึ่งเดิมทีในคดีนี้ ศาลทหารได้สืบพยานโจทก์ไปแล้ว 4 ปาก ก่อนที่จะมีการโอนย้ายคดี โดยโจทก์ประสงค์จะสืบอีก 5 ปาก จำเลยต้องการจะสืบพยาน 4 ปาก ศาลจึงได้กำหนดนัดสืบพยาน 3 วัน ในวันที่ 19-20 และ 24 พ.ย. 63

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2562 ศาลทหารได้มีคำสั่งโอนย้ายคดีหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ซึ่ง “สมอลล์” บัณฑิต อาร์ณีญาญ์ เป็นจำเลย รวม 2 คดี มายังศาลยุติธรรม ก่อนหน้านี้เพียงหนึ่งวัน (27 มกราคม 2563) ศาลอาญาได้นัดพร้อมบัณฑิตมาเพื่อทำสัญญาประกันตัวชั่วคราวใหม่ในคดีที่มีมูลเหตุมาจากการที่เขาพยายามตั้งคำถามและแสดงความเห็นเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ในงานเสวนาของพรรคการเมืองพรรคหนึ่งเมื่อปี 2557 โดยในคดีนี้ ศาลอาญาจำเป็นต้องทำคำพิพากษาทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ร่วมอยู่ในกระบวนการสืบพยาน

 

ฤาชา: ผู้ป่วยโรคจิตเภทที่หลงเชื่อว่ามีพระแม่ธรณีอยู่ในร่าง

ในวันเดียวกันที่ศาลอาญาฯ ได้มีการนัดพร้อมในคดีของฤาชา ผู้ป่วยจิตเภทผู้ถูกกล่าวหาในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 คู่กับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งก่อนหน้าที่จะมีการโอนย้ายคดีนั้น ศาลทหารได้สั่งจำหน่ายคดีชั่วคราวเพื่อรอให้จำเลยมีศักยภาพในการสู้คดี มาในนัดนี้ ทนายจำเลยได้ปรึกษาศาลว่า จะขอยื่นคำร้องขอให้ศาลเรียกจิตแพทย์มาไต่สวนเพื่อวินิจฉัยว่า อาการจิตเภทของฤาชาดีขึ้นหรือไม่ เนื่องจากผลที่ตรวจล่าสุดที่ได้ยื่นต่อศาลคือตั้งแต่เมื่อปี 2560

ศาลกล่าวยืนยันว่า ฤาชามีศักยภาพในการต่อสู้คดีแล้ว โดยศาลอ้างว่า ฤาชาสามารถพูดคุยรู้เรื่องตามปกติ เนื่องจากฤาชาสามารถตอบคำถามทั่ว ๆ ไปได้ เช่น มีครอบครัวไหม มีบุตรกี่คน บุตรทำงานหรือยัง ได้อาศัยอยู่กับบุตรของตัวเองไหม ศาลยังกล่าวอีกว่า ควรจะสู้คดีไปเสีย ผิดก็ว่าไปตามผิด ถูกก็ว่าไปตามถูก หากไม่พอใจในคำตัดสินก็ให้ยื่นอุทธรณ์

อย่างไรก็ตาม ทนายจำเลยยังคงยืนยันต่อศาลว่าจะขอใช้สิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 14 เพื่อขอให้เรียกจิตแพทย์มาไต่สวนถึงผลการวินิจฉัยอาการของฤาชาก่อนที่จะกำหนดนัดสืบพยาน ศาลจึงนัดไต่สวนจิตแพทย์ในวันที่ 9 มีนาคม 2563 เวลา 13.00 น.

“ฤาชา” ชายอายุ 62 ปี เป็นผู้ป่วยจิตเภท มีอาการหูแว่ว ผู้หลงเชื่อว่าตัวเองไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว โดยตั้งแต่ปี 2553 เขาเชื่อว่าพระแม่ธรณีได้เข้ามาอยู่ในตัวและคอยบอกให้ทำสิ่งต่าง ๆ รวมถึงการโพสต์ภาพและข้อความในเฟซบุ๊ก จนกระทั่งถูกดำเนินคดีในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากการโพสต์เฟซบุ๊กจำนวน 5 ข้อความ

 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์