16 ก.พ. สธ.แถลงยอดผู้ป่วย COVID-19 สะสมยังอยู่ที่ 34 ราย รักษา รพ. 19 ราย กลับบ้านแล้ว 15 ราย

16 ก.พ. 2563 กระทรวงสาธารณสุข แถลงยอดผู้ป่วย COVID-19 สะสมยังอยู่ที่ 34 ราย รักษาในโรงพยาบาล 19 ราย อนุญาตให้กลับบ้านเพิ่มอีก 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 45 ปี รวมกลับบ้านแล้ว 15 ราย นับถอยหลัง 3 วันส่งคนไทยจากอู่ฮั่นกลับบ้านมั่นใจทุกคนปลอดภัยสุขภาพแข็งแรง

16 ก.พ. 2563 กลุ่มภารกิจด้านข่าวและสื่อมวลชนสัมพันธ์ สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ประจำวันที่ 16 ก.พ. 2563 ดังนี้

1.สถานการณ์ ถึงวันที่ 16 ก.พ. 2563 ณ เวลา 08.00 น.

1. ผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรักษาในโรงพยาบาล 19 ราย กลับบ้านแล้ว 15 ราย รวมสะสม 34 ราย

2. ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคต้องเฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 3 ม.ค. – 15 ก.พ. 2563 มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนต้องเฝ้าระวังสะสมทั้งหมด 821 ราย คัดกรองจากสนามบิน 54 ราย มารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอง 767 ราย อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้วและอยู่ระหว่างติดตามอาการ 696 ราย ส่วนใหญ่เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ยังคงรักษาในโรงพยาบาล 125 ราย

3. สถานการณ์ทั่วโลกใน 27 ประเทศ และ 2 เขตบริหารพิเศษ ข้อมูลตั้งแต่ 5 ม.ค. – 15 ก.พ. 2563 (07.00 น.) พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อจำนวน 67,185 ราย เสียชีวิต 1,527 ราย ส่วนประเทศจีนพบผู้ป่วย 66,496 ราย เสียชีวิต 1,523 ราย

4. ขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข ประชาชนทั่วไป ขอให้สวมหน้ากากอนามัยแบบผ้าที่สะอาด เมื่ออยู่ในสถานที่ที่มีคนอยู่รวมกันจำนวนมาก สำหรับผู้ป่วย และผู้ที่มีอาการ ไอ จาม ควรใช้หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ สำหรับหน้ากากอนามัยประเภท N95 จะใช้ในเจ้าหน้าที่ที่ดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด

2. สธ.เผย ผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กลับบ้านเพิ่ม 1 ราย

กระทรวงสาธารณสุขเผย ผู้ป่วยยืนยันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อนุญาตให้กลับบ้านเพิ่มอีก 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 45 ปี รวมขณะนี้มีผู้ป่วยหายป่วยแพทย์ให้กลับบ้านรวม 15 ราย เตรียมนับถอยหลัง 3 วันส่งคนไทยจากอู่ฮั่นกลับบ้านมั่นใจทุกคนปลอดภัยสุขภาพแข็งแรง

นายแพทย์ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงความคืบหน้าสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ว่าวันนี้มี ผู้ป่วยยืนยันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หายดี กลับบ้านได้อีก 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 45 ปี ที่มีประวัติสัมผัสนักท่องเที่ยว รวมขณะนี้มีผู้ป่วยหายป่วยและแพทย์

ให้กลับบ้านรวมเป็น 15 ราย ยังไม่มีรายงานผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มเติม ส่วนรายล่าสุดที่เป็นบุคลากรจากโรงพยาบาลเอกชนขณะนี้ได้รักษาไว้ที่ห้องแยกสถาบันบำราศนาดูร ส่วนบุคลากรโรงพยาบาลในกลุ่มเดียวกันจำนวน 23 คน เข้าระบบการเฝ้าระวังตั้งแต่ต้น ผลไม่มีไข้

อย่างไรก็ตาม การติดเชื้อในบุคลากรสามารถพบได้ ในขณะนี้มีหลายประเทศ เช่น จีน ญี่ปุ่น อังกฤษ ฝรั่งเศสและประเทศไทย เป็นต้น ดังนั้นกระทรวงสาธารณสุข ได้กำชับให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขทุกระดับ ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อจากผู้ป่วยอย่างเคร่งครัดโดยในวันพรุ่งนี้จะมีการประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอ เพื่อเน้นย้ำให้ทุกโรงพยาบาลควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล

สำหรับคนไทยกลับบ้านที่ฐานทัพเรือสัตหีบ ทุกคนสบายดี ไม่มีไข้ และไม่มีผู้เข้าเกณฑ์สอบสวนโรคเพิ่ม ครบกำหนดเฝ้าระวังวันที่ 18 ก.พ. 2563 โดยในวันที่ 19 ก.พ. 2563 จะเริ่มทยอยกลับบ้าน ได้มีการประสานเตรียมการนัดหมายกับญาติทั้งที่จะมารับที่เรือนพักรับรองและที่จะเดินทางต่อ ขอให้มั่นใจว่ากระทรวงสาธารณสุขได้ดูแลอย่างดีที่สุดและมีระบบติดตามเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ทุกคนจะได้รับคู่มือการปฏิบัติตัวร่วมทั้งอุปกรณ์ป้องกันโรค เช่น หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ คนไทยกลับบ้านกลุ่มนี้สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติยืนยันไม่ใช่ผู้ป่วย

นอกจากนี้ได้มีการติดเชื้อในชุมชนเกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น และสิงคโปร์ ประเทศไทยจึงได้เข้มมาตรการคัดกรองผู้ที่เดินทางมาจากประเทศดังกล่าวทุกช่องทาง และเข้มมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จัดอบรมให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านช่วยกันเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมไม่ให้เกิดการแพร่กระจายของโรค ถ่ายทอดความรู้ สู่ครอบครัว บุคคลใกล้ชิด และชุมชน เป็นเกราะป้องกันตนเอง ลดการระบาดของโรคฯ ในชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ ยึดหลัก กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ สวมหน้ากากอนามัย ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพแข็งแรง

กระทรวงสาธารณสุขได้ร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเข้มมาตรฐานการคัดกรองผู้เดินทางทั้งทางบก เรือ อากาศ มาอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีเรือสำราญ Westerdam ซึ่งทางรัฐบาลไทยตัดสินไม่ได้อนุญาตให้เทียบท่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเพราะคำนึงถึงสุขภาพคนไทยเป็นหลัก ทั้งนี้ได้มีการประสานข้อมูลผู้โดยสารเรือสำราญลำนี้ทั้งลำส่งให้กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อร่วมมือในการเฝ้าระวัง โดยวันนี้มี ผู้เดินทางเข้าประเทศมาที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพิ่มอีก 35 เป็นชาวต่างชาติ 34 ราย เพื่อต่อเครื่องบินไปยังประเทศปลายทางอื่น และเป็นคนไทย 1 ราย ทุกคนได้รับการตรวจคัดกรองไม่มีไข้ สำหรับคนไทยที่เดินทางเข้าประเทศจะมีการดูแลติดตามเฝ้าระวังตาม มาตรฐานป้องกันควบคุมโรค รวมแล้วขณะนี้มีคนไทยจากเรือสำราญดังกล่าว 2 คน ทุกคนไม่มีไข้ จะต้องมีการติดตามเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องจนครบ 14 วัน

3. ผลการดำเนินงานที่ด่านควบคุมโรค

- ตั้งแต่วันที่ 3 – 23 ม.ค. 2563 ได้เฝ้าระวังคัดกรองผู้โดยสารเที่ยวบินตรงจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ ภูเก็ต และกระบี่ ตั้งแต่วันที่ 24 ม.ค. 2563 ขยายเพิ่มที่ท่าอากาศยานเชียงราย และตั้งแต่วันที่ 29 ม.ค. 2563 – 15 ก.พ. 2563 คัดกรองเที่ยวบินจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิทั้งขาเข้าและขาออกจากประเทศจีน สะสมทั้งสิ้น 827 เที่ยวบิน รวมคัดกรองผู้เดินทางและลูกเรือสะสม 67,121 ราย และคัดกรองสะสมเที่ยวบินที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิทั้งขาเข้าและขาออก 1,512,955 ราย ทางกระทรวงสาธารณสุขได้จัดเจ้าหน้าที่หมุนเวียนไปสนับสนุนเจ้าหน้าที่ที่ด่าน เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพตลอด 24 ชั่วโมง

- ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2563 ได้คัดกรองพื้นที่ ณ ท่าเรือ 5 แห่ง (กรุงเทพมหานคร ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน ท่าเรือภูเก็ต และท่าเรือสมุย) มีผู้ได้รับการคัดกรองสะสมรวม 68,075 ราย และด่านพรมแดนทางบก มีผู้ได้รับการคัดกรองสะสม 440,043 ราย สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแจ้งวัฒนะ 33,456 ราย

- นักท่องเที่ยวทุกคนจะได้รับแจกคำแนะนำสุขภาพ (health beware card) จากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และเจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรค

4. ข้อแนะนำประจำวันในการป้องกันตนเองจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอด้วยน้ำ และสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจลล้างมือ ไม่นำมือมาสัมผัสตา จมูก ปาก โดยไม่จำเป็น และปฏิบัติตามคำแนะนำ “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” อย่างเคร่งครัด และหมั่นทำความสะอาด เช็ดถูบริเวณที่คนที่สัมผัสบ่อยๆ เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได ปุ่มกดลิฟท์ ราวจับบนรถโดยสารสาธารณะ เป็นต้น

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์