ใบตองแห้ง: ใช้ ก.ม.ช่องไหนยุบ

ยิ่งใกล้วันที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยยุบไม่ยุบพรรคอนาคตใหม่ จากกรณีธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ให้เงินกู้พรรค 191 ล้านบาท ก็ยิ่งน่าสนใจว่า ถ้าคำวินิจฉัยออกมา “ยุบพรรค” ศาลจะให้เหตุผลทางกฎหมาย อธิบายความผิดของพรรคอนาคตใหม่อย่างไร

ศาลต้องมีเหตุผล ไม่ว่าศาลไหน ต้องอธิบายหลักกฎหมายพร้อมพยานหลักฐาน ไม่ใช่แค่มีคนใส่เสื้อครุยขึ้นมานั่งบัลลังก์ออกคำสั่ง แล้วห้ามวิพากษ์วิจารณ์ จะมีความผิดฐานหมิ่นฐานละเมิดอำนาจศาล โดยเฉพาะคดีการเมือง การยุบพรรคฝ่ายค้านในขณะที่รัฐบาลขาลง กำลังจะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจในอีก 3 วัน อาจเป็นชนวนแห่งความโกรธอย่างรุนแรง แม้ไม่ปะทุทันทีในวันนั้น

ที่พูดเช่นนี้เพราะดูการแสดงความเห็นของนักกฎหมาย ซึ่งลบความเห็นปิยบุตร แสงกนกกุล ไปก็ได้ เกือบทุกคน “ปิดช่อง” เห็นแย้งคำร้อง กกต. ซึ่งใช้มาตรา 72 พ.ร.บ.พรรคการเมือง

“ห้ามมิให้พรรคการเมืองและผู้ดํารงตําแหน่งในพรรคการเมืองรับบริจาคเงินทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย”

นี่ไม่ต้องนักกฎหมายก็เข้าใจ มาตรานี้หมายถึงการรับเงินสกปรก ที่ได้จากบ่อนซ่องการพนันทุจริตค้ายาเสพติด ฯลฯ ไม่ใช่แค่มองว่า การกู้เงินเป็นความผิด ไม่สามารถกู้ได้ ก็ขึ้นลิฟต์ไปใช้มาตรา 72

มิพักต้องอ้างอดีต กกต.สมชัย ศรีสุทธิยากร กระทั่งแก้วสรร อติโพธิ อดีต คตส.ซึ่งวิพากษ์วิจารณ์พรรคอนาคตใหม่และการเข้าชื่อคัดค้านใน Change.org อย่างหนัก ก็เห็นว่ายุบพรรคด้วยมาตรา 72 ไม่ได้ หากตีความในทางร้ายที่สุด คือใช้มาตรา 66 พรรคการเมืองจะรับบริจาคเงินทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดซึ่งมีมูลค่าเกิน 10 ล้านบาทมิได้ คือตีความว่าเงินกู้เป็น “นิติกรรมอำพราง” ที่แท้เป็นเงินบริจาค

แต่ต่อให้ตีความอย่างนั้น มาตรา 66 ก็ใช้ยุบพรรคไม่ได้ กกต.ต้องไปดำเนินคดีอาญา แม้มีโทษหนักคล้ายกัน คือริบเงิน ลงโทษปรับ ลงโทษอาญาและตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค 5 ปี แต่ก็ไม่ยุบพรรค และไม่อยู่ในอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ เป็นอำนาจศาลยุติธรรม

กรณีนี้นักกฎหมายบางท่าน เช่น รศ.ณรงค์เดช สรุโฆษิต ชี้ว่าหากจะตีความเป็นเงินบริจาค ก็ต้องสู้กันว่า พรรคอนาคตใหม่เสียดอกเบี้ย และมีการใช้เงินคืนไปแล้วบางส่วน

แต่กล่าวโดยสรุป แทบทุกคนเห็นตรงกันว่า กรณีนี้ไม่เข้ามาตรา 72 ถ้าเห็นว่าผิดมาตรา 66 ก็ไม่มีโทษยุบพรรค ไม่อยู่ในอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ แล้วศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยอย่างไร

พูดอย่างนี้ไม่ใช่นักกฎหมายก้าวล่วงศาลรัฐธรรมนูญ ตีความกฎหมายดักหน้าศาล จนจะยุบพรรคไม่ได้ เพราะเหตุผลทางกฎหมาย ทุกคนรู้เท่ากัน แม้แต่ชาวบ้าน ฟังแล้วก็เข้าใจได้

ถ้าศาลจะวินิจฉัยยุบพรรค จึงต้องใช้เหตุผลทางกฎหมายที่เหนือกว่า อธิบายได้ชัดเจน ซึ่งยังมองไม่เห็นเหมือนกันว่า ท่านจะอธิบายอย่างไร

เพียงหวังว่าจะไม่ใช้ “อภินิหารทางกฎหมาย” ตีความไปในทางที่ไม่คาดคิด หรือนอกเหตุผลที่เข้าใจกัน

คดีนี้มีปัญหาตั้งแต่ต้น ที่มีผู้ร้อง กกต.เพราะเป็นที่โต้แย้งกันว่าพรรคการเมืองกู้เงินได้หรือไม่ เข้าข่ายรับเงินบริจาคเกินหรือไม่ แต่ กกต.ไพล่ยื่นยุบพรรคด้วยมติ 5-2 ทั้งที่อนุกรรมการ 2 ชุด ให้ยกคำร้อง

คดียังมีข้อโต้เถียงจำนวนมาก แต่ศาลก็ไม่เปิดไต่สวน นัดวินิจฉัยก่อนซักฟอก 3 วัน ก่อนตุลาการชุดเก่า 5 คนจะครบวาระ

แน่ละ ใครก็หมิ่นศาลไม่ได้ แต่ถ้าจะบอกให้ประชาชน “เคารพกฎหมาย” การใช้กฎหมายก็ต้องมีเหตุผลเช่นกัน ไม่เช่นนั้น สถาบันกฎหมายล้มละลาย

 

 

 

ที่มา: ข่าวหุ้นธุรกิจ www.kaohoon.com/content/342194

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์