ศาล รธน. ยุบ อนค. ตัดสิทธิกรรมการบริหาร 10 ปี ชี้ กู้ธนาธรมิชอบด้วยกฎหมาย

ศาลรัฐธรรมนูญมีคำนิวิจฉัยให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ โดยเห็นว่า การกู้เงินระหว่าง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กับพรรคอนาคตใหม่ เป็นการหลีกเลี่ยงการรับบริจาคเงิน ทรัพย์สินอื่น โดยควรรู้ว่าได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย พร้อมสั่งให้เพิกถอนสิทธิการสมัครรับเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคเป็นระยะ 10 ปี เพื่อไทยแถลงให้กำลังใจ จะยังคงร่วมเดินกับผู้ยึดถืออุดมการณ์ประชาธิปไตยต่อไป

21 ก.พ. 2563 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ผู้ถูกร้อง ตามมาตรา 92 วรรคหนึ่ง (3) ประกอบมาตรา 72 พ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 กรณี อนค. กู้ยืมเงินจากธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค จำนวน 191.2 ล้านบาท

องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญระบุตอนหนึ่งว่า บทบัญญัติมาตรา 45 ของรัฐธรรมนูญ มุ่งหมายเพื่อรับรองเสรีภาพในการจัดตั้งพรรคการเมืองให้เป็นของประชาชนอย่างกว้างขวาง เป็นไปตามหลักความเป็นประชาธิปไตยภายในพรรคการเมือง โดยเฉพาะผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สามารถปฏิบัติหน้าที่และกิจกรรมอย่างเป็นอิสระ ปราศจากการครอบงำ ชี้นำของบุคคล หรือคณะบุคคลใดๆ โดยมิชอบด้วยกฎหมาย

พ.ร.ป. พรรคการเมือง 2560 ห้ามบุคคลบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดให้พรรคการเมืองเป็นจำนวนเกิน 10 ล้านบาทต่อปี ในกรณีที่นิติบุคคลบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดเกินปีละ 5 ล้านบาท ต้องแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบ ซึ่งมุ่งหมายป้องกันพรรคการเมืองมิให้ถูกบุคคลหรือกลุ่มบุคคลอาศัยความได้เปรียบทางการเงินมาเป็นนายทุนพรรคการเมือง มีอิทธิพลครอบงำ ชี้นำกิจกรมพรรคการเมืองได้ อันทำลายเจตนารมย์ของมาตร 45 ในรัฐธรรมนูย

การที่พรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่ง รับบริจาคทรัพย์สินโดยรู้หรือควรรู้ว่ามิชอบด้วยกฎหมาย หรือควรสงสัยว่าหล่งที่มาโดยมิชอบด้วยกฎหมายนั้นมีความหายแค่ไหนนั้น เห็นว่า มาตรา 72 มีข้อห้ามอยู่ 2 กรณี หนึ่ง พรรคการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด โดยรู้หรือควรรู้ว่ามิชอบด้วยกฎหมายทั้งการได้มาและวิธีการได้มา สอง พรรคการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งรับบริจาคทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด โดยมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาอันมิชอบด้วยกฎหมาย ได้มาซึ่งเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้มาจากการกระทำความผิด

ในประการที่ว่า พรรคการเมืองสามารถกู้ยืมเงินตาม พ.ร.ป. พรรคการเมือง 2560 ได้หรือไม่ เงินส่วนใดที่พรรคนำมาใช้จ่ายในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองที่มิได้มีแหล่งที่มา หรือพฤติการณ์การได้มาตามที่กฎหมายระบุไว้ตาม พ.ร.ป. พรรคการเมือง 2560 มาตรา 62 เท่ากับได้มาโดยมิชอบตามมาตรา 62 แม้ พ.ร.ป. พรรคการเมือง 2560 มิได้ห้ามการกุ้ยืมเงินไว้โดยชัดเจน แต่มิได้รับรองให้กระทำได้ พรรคมีสถานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายมหาชน การกู้ แม้มิได้เป็นรายได้ แต่ก็เป็นรายรับ เป็นเงินทางการเมือง การดำเนินการ การได้มา และใช้จ่ายเพื่อกิจกรรมทางการเมือง สามารถทำได้ตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น

ในประเด็นว่า การบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดตาม พ.ร.ป. พรรคการเมือง มาตรา 72 มีความหายอย่างไร เห็นว่า ในนิยามว่า พ.ร.ป. พรรคการเมือง มาตรา 4 คำว่าเงินบริจาค คือการให้เงิน ทรัพย์สินแก่พรรคการเมือง หมายความรวมถึงการให้ประโยชน์อื่นใดแก่พรรคที่คำนวณเป็นเงินได้ คำว่าประโยชน์อื่นใด หมายความรวมถึงการใช้ทรัพย์สิน การบริการหรือส่วนลดโดยไม่มีค่าตอบแทน หรือมีค่าตอบแทนที่ไม่ปกติในทางการค้า การที่กฎหมายใช้คำว่า หมายความรวมถึง ย่อมหมายรวมถึงสิ่งอื่นนอกจากสิ่งที่จำกัดความหรือให้ความหมายไว้อีกด้วย ดังนั้น การให้ประโยชน์อื่นใดของพรรค ย่อมหมายถึงการกระทำที่ลักษณะคล้ายกันกับความหมายข้างต้น

การให้กู้โดยไม่คิดดอกเบี้ย หรือดอกเบี้ยในอัตราที่ไม่ปกติในทางการค้า หรือทำให้หนี้ที่ทำให้พรรคเป็นลูกหนี้นั้นลดลง หรือได้ประโยชน์อื่นใดโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งที่ปกติต้องจ่าย ถือเป็นประโยชน์อื่นใดตาม พ.ร.ป. พรรคการเมือง มาตรา 4

ข้อเท็จจริงปรากฎว่า งบการเงินปี พ.ศ. 2561 ของ อนค. ตั้งแต่ 3 ต.ค. 2561 ยื่นต่อ กกต. แสดงว่าผู้ถูกร้องมีรายได้มาจากเงินทุนประเดิม 1.06 ล้านบาท เงินบำรุงสมาชิก 8.6 ล้านบาท รายได้จากการจำหน่ายสินค้า 2.7 ล้านบาท การได้เงินบริจาค 58.7 ล้านบาท รายได้อื่นประมาณ 34,000 บาท รวม 71.1 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายต้นทุนจากการจำหน่ายสินค้า 2.4 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายบริหาร 61.5 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์ 8.6 ล้านบาท รวมค่าใช้จ่าย 72.6 ล้านบาท มีสินทรัพย์หมุนเวียน และไม่หมุนเวียน 32.8 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายสูงกว่ารายได้ 1.4 ล้านบาท

แต่ อนค. กลับทำสัญญากู้เงินจากธนาธร ซึ่งมีฐานะหัวหน้าพรรคเป็นสัญญา 2 ฉบับ รวมเงิน 191.2 ล้านบาท แต่การคิดอัตราดอกเบี้ย และเบี้ยปรับไม่เป็นไปตามปกติในทางการค้า ถือเป็นการให้ประโยชน์อื่นใดต่อพรรคการเมืองอันสามารถคำนวณเป็นเงินได้ แม้จะชำระหนี้บางส่วนให้ผู้ให้กู้หลายครั้ง แต่ครั้งแรกที่ชำระหนี้เมื่อ 4 ม.ค. 2562 ชำระเงินสดจำนวน 14 ล้านบาท เกิดขึ้นหลังทำสัญญากู้เงินเพียง 2 วัน ถือเป็นการผิดปกติวิสัย ทั้งนี้ สัญญากู้เงินเมื่อ 21 เม.ย. 2562 มีจำนวนเงินกู้ 30 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2 ต่อปี

แต่ในวันที่ทำสัญญา อนค. รับเงินกู้เพียง 2.8 ล้านบาท สัญญาฉบับเพิ่มเติมที่กู้มาเมื่อมีหนี้ค้างชำระอยู่ ไม่เป็นไปตามปกติวิสัย จึงมีลักษณะกู้ยืมเงินในลักษณะเอื้อประโยชน์เป็นกรณีพิเศษ ไม่ปกติในทางการค้าและตามปกติวิสัยการให้กู้ยืมเงินละการชำระหนี้เงินกู้บืม อัตราดอกเบี้ยไม่ปกติตามหลักการค้า ถือเป็นการให้ประโยชน์อื่นใดแก่ อนค. ในบรรดาที่สามารถคำนวณเป็นเงินได้ การกู้เงินจำนวน 191.2 ล้านบาทกับการที่ธนาธรบริจาคให้ อนค. อีก 8.5 ล้านบาท ย่อมชัดแจ้งว่าเป็นการรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดที่มีมูลค่าเกิน 10 ล้านบาทต่อปี ต้องห้ามตาม มาตรา 66 วรรค 2 ของ พ.ร.ป. พรรคการเมือง

การที่ธนาธรให้เงินกู้แก่ อนค. เป็นการบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด การที่ธนาธรให้กู้เงินจำนวนมาก กรรมการบริหารพรรคควรจะรู้ว่าการเป็นหนี้จำนวนมากต่อบุคคลใด ย่อมทำให้เกิดการครอบงำ ชี้นำจากการเป็นหนี้ อาศัยอำนาจให้ อนค. ชำระหนี้ หรือยกเว้นการอันใดตามสัญญาก็ได้ ทั้งยังก่อให้เกิดความได้เปรียบทางการเงินของพรรคการเมือง กลายเป็นธุรกิจการเมือง การกู้ยืมเงินของผู้ถูกร้องเป็นเจตนาหลีกเลี่ยงมาตรา 66 ของ พ.ร.ป. พรรคการเมือง 2560

เมื่อการบริจาคดังกล่าวเป็นการต้องห้ามตามมาตรา 66 ตาม พ.ร.ป. พรรคการเมือง 2560 จึงถือเป็นการรับโดยรู้หรือควรจะรู้ว่ามิชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา 72 ใน พ.ร.ป. พรรคการเมือง 2560 จึงมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ผู้ถูกร้องฝ่าฝืนมาตรา 72 อันเป็นเหตุให้ยุบพรรคตาม พ.ร.ป. พรรคการเมือง 2560 มาตรา 92 วรรค 2

เมื่อพิจารณาลักษณะการกระทำของผู้ถูกร้องข้างต้น ปรากฎพฤติการณ์และพยานหลักฐานว่า ผู้ถูกร้องมีเจตนาหลีกเลี่ยงกฎหมายตามมาตรา 62 ของ พ.ร.ป. พรรคการเมือง 2560 แต่ยังไม่ถึงขนาดทำให้สมาชิกพรรคถูกครอบงำหรือชี้นำโดยสิ้นเชิง หรือสูญเสียซึ่งประชาธิปไตยในพรรคทั้งหมด จึงเห็นสมควรกำหนดระยะเวลาเพิกถอนสิทธิลงสมัครับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรค ณ วันที่มีการกระทำความผิด เป็นเวลา 10 ปี นับตั้งแต่มีคำสั่งยุบพรรค สอดคล้องตาม พ.ร.ป. พรรคการเมือง 2560 มาตรา 94 วรรค 2 และห้ามร่วมจดทะเบียนจัดตั้งพรรคใหม่ ร่วมเป็นกรรมการบริหารพรรค หรือมีส่วนจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ได้ ภายในกำหนด 10 ปี นับตั้งแต่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย

อนึ่ง ข้อมูล ณ วันที่ 20 ก.พ. 2563 ส.ส. พรรคอนาคตใหม่มีจำนวนทั้งหมด 76 คน เป็นส.ส. แบบแบ่งเขต 26 บัญชีรายชื่อ 50 มี 11 คน ที่ เป็น กรรมการบริหารพรรค ณ วันที่ มีการกู้เงิน และตอนนี้ยังมีสมาชิกสภาพเป็นผู้แทนราษฎรอยู่ 

1.ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค ส.ส.บัญชีรายชื่อ
2.กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ รองหัวหน้าพรรค ส.ส.บัญชีรายชื่อ
3.ชำนาญ จันทร์เรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ
4.พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรค ส.ส.บัญชีรายชื่อ
5.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค ส.ส.บัญชีรายชื่อ
6.ไกลก้อง ไวทยการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
7.นิรามาน สุไลมาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ
8.เยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
9.สุรชัย ศรีสารคาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ
10.เจนวิทย์ ไกรสินธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
11.จารุวรรณ ศรัณย์เกตุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

และอีก 4 คนที่ไม่ได้เป็น ส.ส.

12.นิติพัฒน์ แต้มไพโรจน์ เหรัญญิกพรรค
13 ชัน ภักดีศรี กรรมการบริหารพรรค
14.สุนทร บุญยอด กรรมการบริหารพรรค
15.รณวิต หล่อเลิศสุนทร รองหัวหน้าพรรค
16. ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค สิ้นสุดการเป็น ส.ส.

'เพื่อไทย' แถลง ยุบพรรคกระทบ 6 ล้านเสียง ปัญหาคือกลไกเลือกตั้งไม่เป็นธรรม รัฐแทรกแซง

วันนี้ (21 ก.พ. 63) เฟสบุ๊คเพจพรรคเพื่อไทย เผยแพร่แถลงการณ์ของพรรค สืบเนื่องจากคำวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ ระบุว่า อนาคตใหม่และเพื่อไทยร่วมกันยืนหยัดต่อสู้ ต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช. โดยให้กำลังใจผู้บริหารและสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ เพื่อไทยจะยังคงร่วมเดินกับผู้ยึดถืออุดมการณ์ประชาธิปไตยต่อไป มีใจความดังนี้

แถลงการณ์พรรคเพื่อไทย
เรื่อง ยุบพรรคอนาคตใหม่
.
จากเหตุการณ์ที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคอนาคตใหม่ และตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค 10 ปี ทางพรรคเพื่อไทยรู้สึกเสียใจกับคำตัดสินดังกล่าว ซึ่งส่งผลกระทบกับสมาชิกพรรค อนาคตใหม่ และประชาชนผู้สนับสนุนอีกกว่า 6 ล้านคน
.
ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา พรรคอนาคตใหม่และพรรคเพื่อไทย ยืนยันหลักการเดียวกันคือ “ต่อต้านการสืบทอดอำนาจ คสช.” ระหว่างทาง ทั้งสองพรรคได้ยืนหยัดต่อสู้ในอุดมการณ์ ดังกล่าว แม้จะต้องเผชิญอุปสรรคต่างๆ เป็นอย่างมากก็ตาม
.
ทั้งระบบกลไกการเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรม การแทรกแซงด้วยอำนาจรัฐ ซึ่งพรรคเพื่อไทยและพรรคอนาคตใหม่ต่างก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกันมาโดยตลอด
.
พรรคเพื่อไทย ขอเป็นกำลังใจให้ผู้บริหารและสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ทุกท่าน และมั่นใจว่าสมาชิกผู้ร่วมเดินทางในเส้นทางประชาธิปไตยทุกท่านจะยังคงไม่ท้อถอย รักษาอุดมการณ์ และ มีกำลังใจในการเดินหน้าทำหน้าที่เพื่อรักษาประชาธิปไตยต่อไป
.
โดยพรรคเพื่อไทยจะคงยึดมั่นอุดมการณ์ ในการรักษาระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างมั่นคง และจะร่วมเดินหน้าเคียงบ่าเคียงไหล่กับผู้ร่วม อุดมการณ์ประชาธิปไตยทุกท่าน เพื่อต่อสู้กับการใช้อำนาจไม่เป็นธรรม ที่จ้องทำลายระบอบ ประชาธิปไตยของเราต่อไป
.
พรรคเพื่อไทย
21 กุมภาพันธ์ 2563

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์