ศรีสุวรรณ เตรียมร้อง กกต. เอาผิดกรณีจ่ายเงินเพื่อย้ายพรรค ด้านโฆษก ปชป. หนุนดำเนินคดี

ศรีสุวรรณ เตรียมร้อง กกต. เอาผิดกรณีเสนอเงิน 23 ล้าน เพื่อให้ ส.ส. อนาคตใหม่ย้ายพรรค ด้านโฆษก ปชป. หนุนดำเนินคดีกรณีให้เงิน พร้อมเปิดรับ ส.ส. ที่มีอุดมการณ์ตรงกับพรรคเข้าเป็นสมาชิก

27 ก.พ. 2563 ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า พรุ่งนี้(28 ก.พ.) จะเดินทางไปร้องเรียนต่อกรรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เพื่อขอให้ไต่สวน สอบสวน เอาผิดพรรคการเมือง หลังจาก ส.ส. อดีตพรรคอนาคตใหม่นำคลิปเสียงมาเปิดเผยว่ามีการเสนอเงินคนละ 23 ล้านบาทหากเข้าร่วมสังกัดพรรคการเมือง ว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการทำลายการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเป็นเรื่องที่น่าอับอายขายหน้า 

“พฤติการณ์ดังกล่าวส่งผลเสียไปทั้งระบบรัฐสภา และเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นในยุคปฏิรูป เพราะเปรียบเสมือนเป็นโสเภณีทางการเมือง ทั้งที่ตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 30 บัญญัติว่าห้ามพรรคการเมืองหรือผู้ใดให้ เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้เงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม เพื่อจูงใจให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดสมัครเป็นสมาชิก” นายศรีสุวรรรณ กล่าว

ศรีสุวรรณ กล่าวว่า มาตรา 31 บัญญัติว่าห้ามผู้ใดเรียก รับหรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากพรรคการเมืองหรือจากผู้ใดเพื่อสมัครเข้าเป็นสมาชิก หากฝ่าฝืนมีความผิดตามมาตรา 109 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 5 ปี

ขณะที่ ราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงกรณี ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ที่ถูกยุบพรรค และต้องดำเนินการหาสังกัดพรรคใหม่ภายใน 60 วันตามที่กฎหมายกำหนดว่าเป็นสิทธิของ ส.ส. แต่ละคนที่จะหาพรรคการเมืองสังกัดภายในระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด เชื่อว่าจะหาพรรคสังกัดได้ไม่เป็นปัญหา หากเห็นว่าพรรคใดที่มีอุดมการณ์ตรงกับ ส.ส. ก็เป็นสิทธิส่วนบุคคล ในส่วนของพรรคก็ไม่ได้มีการปิดกั้น หาก ส.ส. จำนวนดังกล่าวที่มีอุดมการณ์ตรงกันจะมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคก็ยินดีพิจารณา แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานจากใคร และการหาสังกัดพรรคใหม่อยากให้ยึดอุดมการณ์มากกว่า ไม่อยากให้ไปสังกัดพรรคใหม่โดยยึดอามิสสินจ้าง พรรคที่จะไปชักชวน ส.ส. จำนวนดังกล่าวก็อย่าประพฤติดังกล่าวเช่นกัน

ราเมศกล่าวต่อไปว่า เราอยากทำการเมืองให้สุจริต ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ต้องแสดงให้สังคมเห็นว่าทุกภาคส่วนที่อยู่ในฝ่ายการเมืองต้องเป็นผู้ปฏิบัติให้เห็นว่าเราพร้อมทำการเมืองให้สุจริตในทุกเรื่องและทุกเวลา หากมีเรื่องเงินทองเข้าไปเกี่ยวข้องในการตัดสินใจ จูงใจ ก็น่าเป็นกังวลว่าการเมืองจะถอยกลับไปเหมือนเมื่อหลายสิบปีก่อน เขื่อว่าทุกคนไม่อยากเป็นเช่นนั้น และถ้ามีการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้น ก็ขอสนับสนุนให้ดำเนินคดีให้เป็นเยี่ยงอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริยธรรม เรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์ อาจถึงขั้นติดคุกได้หากจูงใจให้สมัครสมาชิก เพราะมาตรา 30 พ.ร.ป. พรรคการเมือง ระบุไว้ชัด ห้ามมิให้พรรคการเมืองหรือผู้ใดเสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้เงิน ทรัพย์สิน เพื่อจูงใจบุคคลใดให้สมัครเข้าเป็นสมาชิก หากมีการกระทำความผิด จำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เรียบเรียงจาก: สำนักข่าวไทย ,THE STANDARD

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์