กวีประชาไท: เพียงความผลักไส

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

ชั่วอีกา ขยับปีก กลางฟ้าหลัว
หมอกความชั่ว ก็ผ่อน เพราะเวหา
พอไม้ไหว กระดุก กระดิกมา
ก็รู้ว่าวันนี้มีลมวก

เพียงกระเพื่อม พุงเลื่อม วิบวับไหว
ก็รู้เนื้อ แท้ในใจ ดุจกระจก
แหวนเพชรแม่ วงนั้นสั่นสะทก
ก็รู้ว่าในหัวอก ไร้หัวใจ

โซ่ประตูตรึงผูกถูกกระชาก
เสียงแห่งความโลภมาก ช่างยิ่งใหญ่
สว่างแว๊บ แปลบปลาบ ช่างประไร
เพราะอย่างไร หนทางยังพอมี

มือกำหมัดจนชื้นชุ่ม ด้วยน้ำเหงื่อ
ก็ร้อนเลือด เพราะเอื้อ ถนัดถนี่
หนุนทุนใหญ่ รีดประชา แต่ละที
ดูดภาษีจนอ้วนพี ไม่เว้นวัน
 

นิ้วยังพอกระดิกได้ อยู่หลัดๆ
แต่โดนเตะ โดนตัด โดนเหยียดหยัน
ยอดหญ้าโดน บดขยี้ โดนโรมรัน
เกียรติยศ กลับโจษจัน ในคนทราม

แปดสิบปีเปล่าโล่งตลอดย่าน
อีกกี่ล้านที่ไล่ยุบ ไล่เหยียดหยาม
ดินเป็นทราย ไม้เป็นหิน ทุกเขตคาม
ดุจไฟลาม มอดไหม้ กลางดวงใจ

นกอยู่ฟ้า นกเชิดเห็นแต่ฟ้า
พอเป็นปลา ใหญ่ย่าม ไม่สงสัย
หนอนไรฝุ่น ไม่เห็นโลก ที่เปลี่ยนไป
มีแต่ตาบอดใบ้ ใต้อาจม

ฉันนั้นคือความเปื่อยเน่าแน่
ย่อมเกิดแก่ความนิ่งที่สั่งสม
อย่าคาดหวัง พานพุ่ม ที่ตรอมตรม
แต่ขอจง ตั้งธง ส่งวจี

และแล้วความเคลื่อนไหวของลมตด
เป็นความงด ความงามของรูขี้
มันอาจขุ่น อาจข้น ด้วยความดี
แต่ก็เริ่ม จะมี คนรู้ทัน

พอเสียงร่ำรัวกลอง ประกาศกล้า
ก็รู้ว่า เราต้องไปถึงฝั่งฝัน
พอปืนเปรี้ยงแปลบปั้ง ต้องโรมรัน
จะถึงวันที่เราจะชิงชัย
 

หมายเหตุ: แปลงจากบทกวี เพียงความเคลื่อนไหว ของ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ (สมาชิกวุฒิสภาจากการแต่งตั้งโดย คสช.) 

เพียงความเคลื่อนไหว

ชั่วเหยี่ยวกระหยับปีกกลางเปลวแดด
ร้อนที่แผดก็ผ่อนเพลาพระเวหา
พอใบไม้ไหวหลิกริกริกมา
ก็รู้ว่าวันนี้มีลมวก

เพียงกระเพื่อมเลื่อมรับวับวับไหว
ก็รู้ว่าน้ำใสใช่กระจก
เพียงแววตาคู่นั้นหวั่นสะทก
ก็รู้ว่าในหัวอกมีหัวใจ

โซ่ประตูตรึงผูกถูกกระชาก
เสียงแห่งความทุกข์ยากก็ยิ่งใหญ่
สว่างแวบแปลบพร่ามาไรไร
ก็รู้ได้ว่าทางยังพอมี

มือที่กำหมัดชื้นจนชุ่มเหงื่อ
ก็ร้อนเลือดเดือดเนื้อถนัดถนี่
กระหืดหอบฮวบล้มแต่ละที
ก็ยังดีที่ได้สู้ได้รู้รส

นิ้วกระดิกกระเดี้ยได้พอให้เห็น
เรี่ยวแรงที่แฝงเร้นก็ปรากฏ
ยอดหญ้าแยงหินแยกหยัดระชด
เกียรติยศแห่งหญ้าก็ระยับ

สี่สิบปีเปล่าโล่งตลอดย่าน
สี่สิบล้านไม่เคยเขยื้อนขยับ
ดินเป็นทรายไม้เป็นหินจนหักพับ
ดับและหลับตลอดถ้วนทั้งตาใจ

นกอยู่ฟ้านกหากไม่เห็นฟ้า
ปลาอยู่น้ำย่อมปลาเห็นน้ำไม่
ไส้เดือนไม่เห็นดินว่าฉันใด
หนอนย่อมไร้ดวงตารู้อาจม

ฉันนั้นความเปื่อยเน่าเป็นของแน่
ย่อมเกิดแก่ความนิ่งทุกสิ่งสม
แต่วันหนึ่งความเน่าในเปือกตม
ก็ผุดพรายให้ชมซึ่งดอกบัว

และแล้วความเคลื่อนไหวก็ปรากฏ
เป็นความงดความงามใช่ความชั่ว
มันอาจขุ่นอาจข้นอาจหม่นมัว
แต่ก็เริ่มจะเป็นตัวจะเป็นตน

พอเสียงร่ำรัวกลองประกาศกล้า
ก็รู้ว่าวันพระมาอีกหน
พอปืนเปรี้ยงแปลบไปในมณฑล
ก็รู้ว่าประชาชนจะชิงชัย
 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์