ย้อนดู ส.ส.โรม อภิปรายปม 'ป่ารอยต่อ' ข้อต่ออำนาจทหาร-ทุน ภายใต้การนำของ 'ประวิตร'

คลิป ส.ส.รังสิมันต์ อภิปรายปม 'มูลนิธิป่ารอยต่อ' ข้อต่ออำนาจทหาร-ทุน ภายใต้การนำของ 'ประวิตร' ขณะที่ประวิตรยันไม่มีการเชื่อมโยงกับกลุ่มนายทุนใด

เมื่อวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีมี ส.ส. ฝ่ายค้านส่วนหนึ่งวอร์กเอาต์ออกจากที่ประชุมเนื่องจากไม่เห็นด้วยที่มีการปิดการอภิปราย ทั้งที่มี ส.ส. ฝ่ายค้านอีก 3 คนยังไม่ได้อภิปราย รวมทั้งความไม่ลงรอยของการใช้เวลาอภิปรายของ ส.ส.พรรคฝายค้านด้วยกันเอง จึงได้มีการอภิปรายนอกสภาด้านล่างของห้องประชุม ซึ่ง รังสิมันต์ โรม ส.ส. อดีตพรรคอนาคตใหม่ อภิปรายถึง 'มูลนิธิป่ารอยต่อ' ในฐานะเครือข่ายผลประโยชน์ที่เชื่อมระหว่างกองทัพกับกลุ่มทุนใหญ่ โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นผู้มีบทบาทสำคัญ

ซึ่งบีบีซีไทย สรุปคำอภิปรายของ รังสิมันต์ ดังนี้

รังสิมันต์ อภิปรายว่า มูลนิธิป่ารอยต่อ ตั้งในปี 2549 ก่อนการโค่นรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร โดยที่ขณะนั้นมี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นกรรมการมูลนิธิ ซึ่งตั้งมูลนิธิอยู่ในพื้นที่ทหาร ซึ่งพล.อ.ประวิตรอ้างว่าเป็นการเช่าพื้นที่มาแล้ว 15 ปีก่อนจะมีการจัดตั้งมูลนิธิเสียอีก มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในการอนุรักษ์ป่า และสัตว์ป่า ในป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ภาคตะวันออก

"มูลนิธิป่ารอยต่อกลายเป็นที่ซ่องสุม มั่วสุมอำนาจ" รังสิมันต์กล่าวถึง กิจกรรมที่เกิดขึ้นในมูลนิธิมีหลายงานไม่เกี่ยวข้องกับวัตถุประค์ที่ตั้งไว้ ซึ่งปัจจุบันในรายชื่อคณะกรรมการมูลนิธิมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หลายคน และมีผู้บริจาครายใหญ่จากกลุ่มบริษัทเอกชนบางแห่งบริจาคต่อเนื่องทุกปี

รังสิมันต์ ชี้ให้เห็นว่า มีการขยายสัญญาการเช่าพื้นที่ 50 ปี ให้กับกลุ่มบริษัทเอกชนกลุ่มหนึ่ง เช่าที่ "ศูนย์สิริกิติ์" ในราคาที่ต่ำมาก ซึ่งรัฐจะสูญเสียเม็ดเงิน 10,417.85 ล้านบาท "การบริจาคของท่านอาจจะสุจริตครับ แต่ดูเหมือนว่า การบริจาคเหล่านี้ได้ทำให้ท่านประวิตร รู้สึกซาบซึ้ง ตราตรึง ถึงกับตอบแทนเป็นผลประโยชน์ต่อกลุ่มทุนหรือไม่" รังสิมันต์ตั้งคำถาม

รังสิมันต์ ให้ข้อมูลอีกว่า กลุ่มบริษัทนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการของรัฐ และนำไปสู่การจัดตั้งบริษัททั้งในส่วนกลาง และ 76 จังหวัด ซึ่งเครือข่ายทำงานก็เป็นทายาทของกลุ่มบริษัทนี้ สุดท้ายทำให้เกิดความทับซ้อนของแหล่งทุนกับรัฐ จึงตั้งคำถามไปถึงเส้นแบ่งของเอกชนกับรัฐ

นอกจากนี้ยังมีการยกตัวอย่างบริษัทอื่น ๆ ที่มีการบริจาคเงินเข้าสู่มูลนิธิดังกล่าว โดย รังสิมันต์อ้างว่า หลังการบริจาคมีการเลื่อนตำแหน่งให้เจ้าหน้าที่รัฐ จึงตั้งคำถามว่า สองประการนี้มีความเกี่ยวเนื่องกันหรือไม่ ใครจะมั่นใจได้ เพราะหลังจากมีการปลดนายตำรวจ หุ้นของบริษัทที่เคยบริจาคก็ตกตามไปด้วย

ประเด็นต่อมารังสิมันต์ กล่าวถึง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ น้องชายของพล.อ.ประวิตร ที่เข้ามาเป็นประธานกรรมการของบริษัท Energy Absolute ก่อนรัฐประหาร 1 เดือน ขณะนั้นมูลค่าหุ้นอยู่ที่ 11 บาท แต่หลังรัฐประหารราคาหุ้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง

มีการพูดถึงบริษัททุนจีนต้าถังที่บริจาคเงินให้มูลนิธินี้เช่นกัน ซึ่งบริษัทนี้กำลังจะลงทุนในการสร้างเขื่อนที่ลาว และมีการไฟฟ้าฝ่ายผลิตถือหุ้นอยู่ในโครงการนั้นด้วย ซึ่งโครงการดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างมากต่อชาวบ้านในพื้นที่

รังสิมันต์ ยังยกตัวอย่างอีกหลายบริษัทที่มีความเกี่ยวข้อง และมีผลประโยชน์พัวพันกับมูลนิธิป่ารอยต่อ จนไม่สามารถแยกออกจากกันได้ระหว่างอำนาจรัฐกับอำนาจทุน อีกทั้งกรรมการมูลนิธิคนอื่น ๆ ยังมีความสัมพันธ์กับ พล.อ.ประวิตร อีกด้วย

ตอนท้ายของการอภิปราย รังสิมันต์กล่าวว่า "สำหรับผมและพรรคอนาคตใหม่ที่ถูกยุบไปแล้ว วันนี้อาจจะมีเพื่อน ส.ส. ที่บางคนอาจจะย้ายไปอยู่พรรคการเมืองอื่นก็ไม่เป็นไร ผมยังเชื่อมั่นว่า ผมและเพื่อน ๆ ที่เหลือ เรายังคงไปต่อกันได้ เรายังคงทำหน้าที่ในฐานะผู้แทนราษฎรที่ดีต่อไปได้ แต่ผมไม่เชื่อว่า พรรคการเมืองที่ท่านไปสังกัด ผมไม่เชื่อว่า คนที่ท่านรับใช้จะเป็นคนที่ดี และเป็นคนที่จะเป็นผู้นำของประเทศไทยต่อไป และผมเชื่อว่า วันหนึ่งข้างหน้าคนเหล่านี้ คนที่ท่านรับใช้จะไม่ได้ไปต่อ จบ สวัสดี"

ประวิตรยันไม่มีการเชื่อมโยงกับกลุ่มนายทุนใด

วานนี้ (28 ก.พ.63) กรุงเทพธุรกิจออนไลน์รายงานปฏิกิริยาของ พล.อ.ประวิตร  หลังจากถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจระบุมีผลประโยชน์เกี่ยวกับมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ว่า ไม่มีการเชื่อมโยงกับกลุ่มนายทุนใดตามที่ถูกกล่าวอ้าง และหลังจากนี้จะให้เพจของมูลนิธิป่ารอยต่อชี้แจงประเด็นข้อสงสัยต่าง ๆ

เมื่อถามย้ำว่ามีการเชื่อมโยงถึงคนใกล้ชิด พล.อ.ประวิตรหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มี

เมื่อถามถึงเหตุที่ส.ส.ลงมติไว้วางใจ 277 เสียง ซึ่งมากกว่ารัฐมนตรีทุกคน พล.อ.ประวิตร กล่าวพร้อมอมยิ้ม ว่า เป็นเรื่องของสภา

ด้าน รังสิมันต์ กล่าวว่า ว่าไม่กลัวถูกทำร้ายในรูปแบบต่างๆ จากการเปิดเผยข้อมูลขบวนการ "ป่ารอยต่อ" เพราะที่ผ่านมาตนเคยติดคุกมาแล้ว และกล่าวว่า ตนรับเงินเดือนจากภาษีประชาชน จึงต้องทำหน้าที่ให้เต็มที่

รังสิมันต์ ยังกล่าวด้วยว่า ตนไม่กลัวว่าจะถูกใครฟ้องร้อง โดยเฉพาะ พล.อ.ประวิตร และกลุ่มทุน เพราะเชื่อว่ากลุ่มทุนเหล่านี้อาจจะไม่อยากเปิดเผยความจริงต่อศาลและต่อสาธารณชน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์