ตำรวจ สภ.สมุทรปราการ เรียกตัวแทนแรงงานมาให้การในฐานะพยานงานวิ่งไล่ลุง

ตำรวจสมุทรปราการร่อนหมายเรียกผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนแรงงานกลุ่ม Try Arm และนักกิจกรรมสหภาพแรงงานให้ปากคำในฐานะพยานงานวิ่งไล่ลุง ขณะที่นักปกป้องสิทธิมนุษยชนกังวลรู้สึกไม่ปลอดภัยและเหมือนถูกข่มขู่คุกคาม

เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2563 ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน วิภา มัจฉาชาติ แรงงานกลุ่ม Try Arm และนายเซีย จำปาทอง นักกิจกรรมสหภาพแรงงานได้เดินทางไปให้ถ้อยคำพยานจากกรณีที่ได้รับหมายเรียก พ.ต.ต.ปัญญวัฒน์ คำศรี ที่สถานีตำรวจภูธรสมุทรปราการนี้ จากกรณีที่ทั้งสองคนได้เข้าร่วมกิจกรรมวิ่งไล่ลุงบริเวณทางเท้าเข้าศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการเมื่อวันที่ 12 ม.ค ที่ผ่านมา โดยการเดินทางเข้าให้ถ้อยคำพยานของทั้งสองคนในครั้งนี้มีตัวแทนของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนและตัวแทนสหภาพแรงงานเข้าร่วมให้กำลังใจทั้งสองคนเป็นจำนวนมาก

วิภา กล่าวภายหลังจากให้ถ้อยคำเสร็จแล้วว่า ตนรู้สึกตกใจหลังจากได้รับหมายจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะการที่ตนเข้าร่วมกิจกรรมวิ่งไล่ลุงก็เป็นการแสดงออกทางการเมืองตามสิทธิที่คิดว่าทุกคนสามารถทำได้ ซึ่งเราเป็นคนทำงานหาเช้ากินค่ำพอได้รับหมายเรียกก็เริ่มกังวลและเริ่มไม่มีสมาธิในการทำงาน ซึ่งวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามตนในหลากหลายประเด็นทั้งเหตุผลในการเข้าร่วมกิจกรรม และเข้าร่วมกิจกรรมกับใคร ได้ทำป้ายมาเองหรือไม่ซึ่งตนก็ตอบเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตามความเป็นจริงทุกประการ
                 
"พี่ขอยืนยันอีกครั้งว่าการเข้าร่วมกิจกรรมของพี่ในครั้งนี้เป็นการเข้าร่วมเพื่อแสดงออกความรู้สึกทางการเมืองที่ประชาชนคนหนึ่งมีสิทธิเสรีภาพในการทำได้ และคิดว่าไม่ว่าจะเป็นพี่ที่ได้รับหมายเรียกในฐานะพยานหรือว่าเป็นใครที่ร่วมกันแสดงออกทางการเมืองในกิจกรรมวิ่งไล่ลุงในครั้งนี้ก็ไม่ควรที่จะได้รับหมายเรียกใดๆจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเลยแม้แต่สักคนเดียว" นักปกป้องสิทธิแรงงานกลุ่ม Try Arm กล่าว
               
ขณะที่นายเซียกล่าวภายหลังจากให้ถ้อยคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเสร็จแล้วว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเอาหมายเรียกมาเป็นพยานให้ตนถึงบ้าน ซึ่งตอนที่ได้หมายเรียกก็ตกใจเพราะกิจกรรมวิ่งไล่ลุงผ่านมานานแล้วแต่หมายเรียกว่าถึงตนเมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา ตนก็รู้สึกกังวล อย่างไรก็ตามพอให้ถ้อยคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเสร็จแล้ววันนี้ก็รู้สึกโล่งเหมือนยกภูเขาออกจากอก และตนก็ได้ให้ถ้อยคำตามความเป็นจริงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกประการ ทั้งนี้ที่ตนเข้าร่วมกิจกรรมวิ่งไล่ลุงในครั้งนี้เพราะเห็นว่าเป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์เป็นการออกกำลังกายไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนอะไรจึงตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อแสดงออกถึงความอัดอั้นตันใจถึงสิ่งที่พี่น้องแรงงานได้รับหลังจากที่มีการรัฐประหารที่ทำให้แรงงานในหลายภาคส่วนได้รับผลกระทบ เพราะตอนนี้เวลาเรามีปัญหาอะไรที่เกี่ยวกับแรงงานเราก็ไม่สามารถรวมตัวกันยื่นหนังสือเรียกร้องอะไรใดๆได้

"แต่ผมก็รู้สึกงงเพราะกิจกรรมในวันนั้นผมเห็นมีคนเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมากทำไมเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงเจาะจงเรียกพวกผมมาเป็นพยาน ทำให้ผมคิดไปเองได้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีข้อมูลของพวกผมและจับตาการเคลื่อนไหวของพวกผมตลอดเวลา ก็ทำให้ผมกังวลและรู้สึกไม่ปลอดภัย" นักกิจกรรมสหภาพแรงงานกล่าว

ขณะที่ภาวิณี ชุมศรี ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ที่เดินทางเข้ามาร่วมสังเกตการณ์การเข้าให้ถ้อยคำของทั้งสองคนในวันนี้กล่าวว่า ดูจากการสอบปากคำของเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันนี้ก็เป็นการเรียกมาสอบดูข้อมูลเพื่อที่จะหาว่าใครเป็นผู้จัดงานไม่น่าจะมีอะไร แนวคำถามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจถามวันนี้ก็เป็นแนวคำถามปรกติที่เขาต้องการจะหาว่าผู้จัดการคือใคร

สำหรับรายละเอียดของหมายเรียกพยานที่ทั้งสองคนได้รับ เป็นหมายเรียกที่ออกโดยสถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรปราการโดยหมายเรียกของนายเซียระบุวันที่ 17 ก.พ. ส่วนของวิภาระบุวันที่ 25 ก.พ. โดยข้อความของหมายเรียกระบุว่า "ด้วยเหตุเมื่อวันที่ 12 ม.ค. 2563 ผู้คำให้ถ้อยคำทั้งสองคนได้เข้าร่วมกิจกรรมวิ่งไล่ลุงบริเวณทางเท้าใกล้ทางเข้าศาลากลางจังหสัดสมุทรปราการ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ พนักงานสอบสวนต้องการทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมดังกล่าว ฉะนั้นให้ผู้เข้าให้ถ้อยคำทั้งสองคนไปพบ พ.ต.ต.ปัญญวัฒน์ คำศรี ที่สภ.เมืองสมุทรปราการ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ
 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์