ส.ส. ประชาธิปัตย์ ค้านปรับ ครม. อ้างหลายกระทรวงกำลังทำงานสู้ไวรัสโควิด

ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ค้านการปรับ ครม. ชี้หลายกระทรวงกำลังทำงานต้านไวรัสโควิด-19 ยัน 7 รมต. ของประชาธิปัตย์ทำงานอย่างเต็มที่ และยังไม่มีความคิดจะสลับเปลี่ยนบุคคลในเวลานี้ พร้อมแนะฝ่ายค้านอย่าสร้างปัญหาให้กับส่วนรวมจากการอภิปรายนอกสภา

3 มี.ค. 2563 ชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรีภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า กรณีนี้ถือเป็นเรื่องปกติในทางการเมือง เพราะหลังจากที่รัฐบาลถูกอภิปรายแล้ว ก็อาจจะมีการสลับสับเปลี่ยนตัวบุคคลที่จะเข้ามาเสริมการทำงานของรัฐบาลให้ดียิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้ ตนมองว่า ด้วยสถานการณ์ไวรัส COVID - 19 ที่มีการระบาดร้ายแรง ส่งผลต่อประเทศชาติ ที่จำเป็นจะต้องอาศัยรัฐมนตรีหลายกระทรวงบูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหาทั้งระบบนั้น จึงไม่น่ามีการปรับ ครม. ในเวลานี้ เพราะจะส่งผลเสียต่อการทำงานส่วนรวม มากกว่าผลดีของกลุ่มก้อนการเมืองเพียงไม่กี่คนเท่านั้น 

“ผมยืนยันว่า ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ 7 รัฐมนตรีของพรรคก็ทำงานให้กับประชาชนทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่องต่อไป และยังไม่มีแนวคิดที่จะสลับคนในพรรค เข้ามาเป็นรัฐมนตรีแทนที่โควตาของพรรคเองด้วย” นายชัยชนะ กล่าว 

ส่วนประเด็นการอภิปรายนอกสภาของพรรคฝ่ายค้านนั้น ชัยชนะกล่าวว่า ถึงแม้ว่า เป็นเรื่องที่พรรคฝ่ายค้านสามารถจะทำได้ แต่ขอให้คิดดีๆ ก่อนว่า การนำสิ่งที่ควรจะพูดในสภา มาพูดข้างนอกให้ประชาชนรับฟังนั้น สมควรหรือไม่ เพราะการอ้างว่า เป็นการอภิปรายนอกสภานั้น ผู้พูดย่อมไม่มีเอกสิทธิ์ของ ส.ส. คุ้มครองอยู่แล้ว อีกทั้งการพูดแบบนี้คนที่ถูกพาดพิงย่อมไม่มีโอกาสชี้แจงต่อผู้พูดและส่งผลเสียต่อประชาชน เพราะได้รับข้อมูลเพียงด้านเดียวเท่านั้น ซึ่งตนกังวลมากว่า อาจจะมีปัญหาในลักษณะเดียวกันกับที่พรรคฝ่ายค้านเคยตั้งเวทีเพื่อระดมความคิดเห็นในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่กลับปล่อยให้บางคนพูดจาในประเด็นที่ล่อแหลมสุ่มเสี่ยงที่จะผิดกฎหมาย ดังนั้นตนขอร้องพรรคฝ่ายค้านว่า อย่าเอาวิกฤตปัญหาเรื่องการแบ่งเวลาอภิปรายในสภาไม่ลงตัว เป็นโอกาสในการเดินสายสร้างความสับสนให้กับประชาชน และสร้างปัญหาให้กับส่วนรวมด้วย

กรณีนี้สืบเนื่องจากกระแสข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรี​ และรมว.กลาโหม​ ได้บอกกับบรรดาแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลทุกคนว่า จะมีการปรับ ครม. แต่จะไม่มีการแตะโควตาในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล พรรคใดดูแลกระทรวงใดอยู่ก็จะยังคงได้ดูแลอยู่เช่นเดิม  เพียงแต่ให้แต่ละพรรคไปพิจารณาเป็นการภายในเองว่าจะปรับเปลี่ยนตัวบุคคลอย่างไรหรือไม่​ แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะมีการเริ่มดำเนินการเมื่อใด

อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ แกนนำพรรคพลังประชารัฐในแต่ละกลุ่ม ยังคงปฏิเสธว่าไม่ได้รับสัญญาณโดยตรงจากนายกฯ แต่ต้องจับตาไปที่ 2 คน ที่พลาดร่วมเก้าอี้ ครม.ครั้งแรก คือ 1.สุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี และประธาน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ที่ครั้งแรกพลาดเก้าอี้ หลังมีโผจะนั่ง รมว.แรงงาน และ 2.อนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท ที่ครั้งแรกมีชื่อหลุดโผรัฐมนตรีเช่นกัน มาคราวนี้ทั้ง 2 คน มีชื่อถึงคิวร่วมวง ครม. ขณะที่กระทรวงพลังงานก็ต้องจับตาเป็นพิเศษ เพราะสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน คนปัจจุบัน ส่อถูกโยกสลับเก้าอี้กับสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม

เรียบเรียงจาก: ไทยรัฐออนไลน์ , แนวหน้าออนไลน์ 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์