'คณากร เพียรชนะ' เสียชีวิตแล้วหลังยิงตัวเองซ้ำ

7 มี.ค. 2563 BBC Thai รายงานว่านายคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดยะลา ที่เคยก่อเหตุยิงตัวเองได้รับบาดเจ็บในห้องพิจารณาคดี ที่ศาลจังหวัดยะลาเมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2562 หลังจากออกมาร้องเรียนและกล่าวหาบุคคลในสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาศาลภาค 9 ว่ามีพฤติกรรมแทรกแซงคดีโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ถูกนำส่งโรงพยาบาลแมคคอร์มิค อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ช่วงเช้าวันนี้ (7 มี.ค.)

BBC Thai ได้รับคำยืนยันจาก พ.ต.ท.สุริยันต์ จันทร์ใส พนักงานสอบสวน สภ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ว่านายคณากรถูกนำตัวจากบ้านพักใน อ.ดอยสะเก็ด มารักษาตัวที่ รพ.แมคคอร์มิค ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบสวนเหตุการณ์

เจ้าหน้าที่ประจำห้องฉุกเฉิน รพ.แมคคอร์มิค ให้ข้อมูลว่านายคณากรถูกส่งตัวมาเมื่อประมาณ 08.30 น. และแพทย์ได้เร่งช่วยชีวิต แต่ไม่สามารถให้รายละเอียดเพิ่มเติมได้ในขณะนี้

เวลา 10.00 น. นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่าสำนักงานศาลยุติธรรมได้รับแจ้งว่านายคณากรยิงตัวเองที่บ้านพักส่วนตัวใน อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ช่วงเช้าวันนี้ โดยเป็นช่วงที่ภรรยาของนายคณากรออกไปส่งลูกออกไปข้างนอก ฃ

"นายคณากรจึงตัดสินใจยิงตัวเองด้วยอาวุธปืนเข้าที่บริเวณหัวใจ ได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อภรรยากลับมาพบเหตุจึงเเจ้งรถพยาบาลนำส่งโรงพยาบาลดอยสะเก็ด เเต่เมื่อพบว่าอาการหนักทางโรงพยาบาลดอยสะเก็ด จึงทำการส่งต่อไปยังโรงพยาบาลแมคคอร์มิค" นายสราวุธกล่าว

นายสราวุธกล่าวว่า ขณะนี้ผู้อำนวยการศาลภาค 5 ติดตามดูเเลอาการที่โรงพยาบาลอย่างใกล้ชิด เเละได้รายงานสถานการณ์ให้นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา รับทราบเเล้ว

เมื่อเวลา 10.38 น. ไทยรัฐออนไลน์ รายงานว่า พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เปิดเผยกับไทยรัฐออนไลน์ ว่า ขณะนี้ นายคณากร เสียชีวิตแล้ว ร่างอยู่โรงพยาบาลแมคคอร์มิค สาเหตุเบื้องต้นคาดว่ามาจากความเครียดตามที่ระบุ

ด้าน Thai PBS รายงานว่าเช้าวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา นายคณากร ได้โพสต์ข้อความลงในเฟสบุ๊คส่วนตัวที่ใช้ชื่อว่า คณากร ตุลาคม เป็นเอกสาร 3 แผ่น

สำหรับข้อความในจดหมายที่นายคณากรเขียนทิ้งไว้ ระบุว่า
วันที่ 5 มีนาคม 2563
เรียนเพื่อนๆ พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รัก
เรื่องจดหมายลา

สืบเนื่องจากผม นายคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดยะลา ใช้อาวุธปืนยิงตนเองในห้องพิจารณาคดีที่ 4 ที่ศาลจังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2562 ทั้งแถลงการณ์ผ่านสื่อออนไลน์แจ้งให้ประชาชน ทราบถึงการที่ นายเพิ่มศักดิ์ สายสีทอง อธิบดีผู้พิพากษาภาค 6 แทรกแซงผลคำพิพากษาที่ผม เป็นเจ้าของสำนวนรายละเอียดตามคำแถลงการณ์ 25 หน้าของผม ซึ่งคงได้อ่านกันแล้ว

ต่อมาผมถูกศาลยุติธรรมตั้งกรรมการสอบสวน และยังถูกพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหา เป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา ซึ่งผมเชื่อว่าต้องถูกลงโทษออกจากราชการเป็นแน่ ทั้งการดำเนินคดีกับตัวผมเพิ่งจะเริ่มต้นการสูญเสียหน้าที่การงานที่รักนั้น คือการสูญเสียตัวตนทั้งกลับกลายเป็นผู้ต้องหาเสียเอง สภาพร่างกายและจิตใจของผม ไม่อาจรับไหวเต็มไปด้วยความทุกข์ เส้นทางชีวิตของผมในชาตินี้ได้ขาดลงแล้ว

ผมขอยืนยันกับเพื่อนๆพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกท่านว่า สิ่งที่ทำลงไปผมทำด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์ต้องการให้ความยุติธรรมแก่ประชาชนและไม่เสียใจที่ได้กระทำผมภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งในการให้ความยุติธรรมแก่ประชาชน

ในอดีตที่เราใช้รัฐธรรมนูญพ.ศ.2540 ที่ถูกร่างขึ้นโดยสสร. ประชาชนและนักวิชาการทั้งหลายต่างยอมรับว่า เป็นรัฐธรรมนูญที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากที่สุดเท่าที่ประเทศเราเคยมีมา ท่านคงสงสัยว่า ขณะใช้รัฐธรรมนูญดังกล่าวทำไมจึงไม่ให้มีการตรวจร่างคำพิพากษาในศาลชั้นต้นเพราะอะไรหรือสสร. รู้ว่าการตรวจร่างคำพิพากษาในศาลชั้นต้นอาจเปิดโอกาสให้มีการแทรกแซงผลคำพิพากษาโดยอธิบดีผู้พิพากษาภาค

ขออนุญาตถามเพื่อนๆ พี่น้องประชาชนชาวไทยง่ายๆ ว่า สิ่งที่ผมทำลงไปจนถูกสอบวินัยและตกเป็นผู้ต้องหาคดีอาญานี้ท่านพบความชั่วหรือความเลวอยู่ในการกระทำของผมบ้างหรือไม่ขอทุกท่านตอบในใจเบาๆก็พอส่วนผมรู้คำตอบมาตั้งแต่ต้นแล้วเสียดายที่ท่านไม่ใช่ผู้ตัดสิน

ในวันที่ 4 ตุลาคม 2562 ผมไม่คิดว่าจะมีชีวิตรอดแต่วันนั้นสวรรค์ทรงเมตตาให้ผมมีชีวิตอยู่ต่อเข้าใจว่าทรงมีพระประสงค์ให้มาอยู่กับครอบครัวสักระยะหนึ่งเท่านั้น ผมจึงจัดการซ่อมแซมแต่งบ้านบางส่วนให้เรียบร้อยขึ้นเพื่อให้สองแม่ลูกอยู่อย่างสะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้นสอนลูกให้เข้มแข็งสอนให้เป็นคนดีว่า “คนดีคือคนที่ทำในสิ่งที่มีประโยชน์ต่อตนเองผู้อื่นและประชาชนภายในกรอบของศีลธรรม”

วันที่ 6-7 มีนาคม 2563 เป็นวันดีลูกปิดเทอมได้หนึ่งสัปดาห์ สมควรแก่เวลา ก่อนหน้านี้ฝึกดับขันธ์บางส่วนมาก่อนแล้ว ดับได้บ้างไม่ได้บ้าง ก็ยังดีกว่าคับไม่ลง จึงตัดใจดับขันธ์ทั้งห้าด้วยกำลัง

ชีวิตเป็นเพียงแค่การเดินทางร่างกายที่แท้ไม่ใช่ของเรา ท้ายที่สุดย่อมเสื่อมสภาพกลับไปเป็นธาตุทั้งสี่การพลัดพรากจากหน้าที่การงานหรือคนที่รักก็เช่นกันท้ายที่สุดย่อมต้องจากเหลือไว้แต่ความดีในความทรงจำของผู้อื่นเพื่อดับทุกข์จึงขอลาจากไปในเวลานี้แม้จะก่อนเวลาอันควร

ขอความสุขสวัสดีจงมีแด่ทุกท่านลาก่อน
นายคณากร เพียรชนะ
ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดยะลาฯ และผู้ต้องหา

ปล. ท่านที่เมตตาผมท่านสามารถส่งวิญญาณผมให้ไปสู่สุคติได้
โดยให้ทุนการศึกษาแก่ลูกของผมที่
บัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ ชื่อบัญชี นายคณากร เพียรชนะ เลขบัญชี 714-236993-0

นอกจากนี้มีเอกสารอีก 1 ฉบับ เขียนข้อความว่า

ผมไม่ใช่นักสู้ผู้เก่งกาจเป็นเพียงผู้เสียสละ
ขอยืนยันว่าสิ่งที่ทำลงไป
ผมทำหัวใจที่บริสุทธิ์ เพื่อให้ความยุติธรรมแก่ประชาชน
จากผู้พิพากษาสู่ผู้ต้องหา ทั้งถูกตั้งกรรมการสอบ
เส้นทางชีวิตของผมบนโลกนี้ขาดลงแล้ว
ผมขอลิขิตชีวิตตัวเอง
โดยการจากไป
ใจนี้เหลือเพียงความสงบและความรัก
ห่วงเพียงลูกที่อยู่ในวัยเรียน
ร่วมส่งวิญญาณผมให้ไปสู่สุคติได้
โดยช่วยเหลือเยียวยาให้ทุนการศึกษาลูกผมที่
ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) 714-236993-0
ชื่อบัญชีนายคุณากร เพียรชนะ
ขอความสุขสวัสดีจงมีแด่ทุกท่าน ลาก่อน.

สำหรับ นายคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลชั้นต้นในศาลจังหวัดยะลา ถูกย้ายไปช่วยราชการ ในกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 จ.เชียงใหม่ หลังก่อเหตุยิงตัวเองภายในศาลจังหวัดยะลา ได้รับบาดเจ็บ เมื่อวันที่ 4 ต.ค.2562 ที่ผ่านมา

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์