COVID-19 : สธ.ยันพบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่ม 5 ราย

สธ.พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อ COVID-19 เพิ่ม 5 ราย เป็นการป่วยแบบกลุ่มก้อน โดย 2 รายแรก เป็นกลุ่มเพื่อนที่ร่วมสังสรรค์กับผู้ป่วย 11 รายเมื่อวานนี้ ส่วนอีก 3 รายเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดและเพื่อนที่ร่วมสังสรรค์กับผู้ป่วยรายที่ 57 คลอดประกาศ 2 ฉบับ เตรียม รพ.เอกชน/คลินิกทั่วไทยรับสถานการณ์ 'แมทธิว ดีน' โพสต์ติดเชื้อ - 'อธิบดีกรมวิทย์ฯ' ยันไม่ได้จะแจ้งความ แต่โพสต์เท็จอาจผิด พ.ร.บ.คอมฯ ขณะที่ สิระ ต่อว่า อาจารย์อ๊อด กลางโรงพัก ปมกล่าวหาแจกหน้ากาก ปชช.ไม่ได้มาตรฐาน ก่อมะเร็ง

 

ประมวลสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19) ประจำวันที่ 13 มี.ค.2563 โดยเมื่อ เวลา 08.00 น. กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า 1. ผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรักษาในโรงพยาบาล 39 ราย กลับบ้านแล้ว 35 ราย เสียชีวิต 1 ราย รวมสะสม 75 ราย 2. ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคต้องเฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม – 12 มีนาคม 2563 มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนต้องเฝ้าระวังสะสมทั้งหมด 5,496 ราย คัดกรองจากทุกด่าน 226 ราย มารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอง 5,270 ราย อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้วและอยู่ระหว่างติดตามอาการ 3,992 ราย ส่วนใหญ่เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ยังคงรักษาในโรงพยาบาล 1,504 ราย

3. สถานการณ์ทั่วโลกใน 123 ประเทศ 2 เขตบริหารพิเศษ 1 เรือสำราญ ข้อมูลตั้งแต่ 5 มกราคม – 13 มีนาคม 2563 (07.00 น.) พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อจำนวน 132,983 ราย เสียชีวิต 4,946 ราย ส่วนประเทศจีนพบผู้ป่วย 80,796 ราย เสียชีวิต 3,169 ราย

สธ.คลอดประกาศ 2 ฉบับ เตรียม รพ.เอกชน/คลินิกทั่วไทยรับสถานการณ์

นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดให้โรคโควิด 19  เป็นโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสถานพยาบาลเอกชน ในการช่วยเหลือเยียวยาผู้ป่วยฉุกเฉินโรคโควิด 19 กระทรวงสาธารณสุข โดย กรม สบส.จึงจัดทำประกาศกระทรวงสาธารณสุข 2 ฉบับขึ้น โดยมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 5 มี.ค.2563 ที่ผ่านมา ได้แก่ 1.ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดผู้ป่วยฉุกเฉินโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ กรณีโรคโควิด 19 ซึ่งกำหนดให้ผู้ป่วยโรคโควิด 19 จะต้องได้รับการรักษาพยาบาลโดยฉุกเฉินจากสถานพยาบาลตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541ผู้รับอนุญาตและผู้ดำเนินการของสถานพยาบาลต้องควบคุมและดูแลให้มีการช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ป่วยเพื่อให้พ้นจากอันตรายตามมาตรฐานวิชาชีพและตามประเภทของสถานพยาบาลนั้นๆ ห้ามปล่อยปละละเลย ปฏิเสธการรักษา และหากมีความจำเป็นต้องส่งต่อหรือผู้ป่วยมีความประสงค์จะไปรับการรักษาพยาบาลที่สถานพยาบาลอื่นจะต้องจัดการให้มีการจัดส่งต่อไปยังสถานพยาบาลอื่นตามความเหมาะสม ห้ามมิให้ผู้ป่วยเดินทางไปรับการรักษาต่อด้วยตนเอง และ

2. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ป่วยฉุกเฉินโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ กรณีโรคโควิด 19 การระดมทรัพยากรและมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือเยียวยาและการจัดให้มีการส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลอื่น ซึ่งกำหนดให้ผู้รับอนุญาตและผู้ดำเนินการของสถานพยาบาลต้องจัดให้มีหน่วยคัดกรองผู้รับบริการ ซึ่งหากคัดกรองแล้วพบอาการเข้าเกณฑ์การเฝ้าระวังผู้ป่วยด้วยโรคโควิด 19 จะต้องจัดให้ผู้ป่วยสวมหน้ากากอนามัย และดำเนินการใดๆ เพื่อควบคุม ระงับ หรือบรรเทาอันตราย พร้อมแจ้งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ หากเป็นสถานพยาบาลประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน (โรงพยาบาล) จะต้องจัดให้มีการเก็บตัวอย่างส่งตรวจจากผู้ป่วยและส่งไปยังห้องปฏิบัติการตามที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนด แต่หากเป็นสถานพยาบาลประเภทที่ไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน (คลินิก)จะต้องแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทำการส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลอื่นที่มีศักยภาพโดยทันที

ทั้งนี้ หากสถานพยาบาลใดฝ่าฝืน ปล่อยปละละเลย ปฏิเสธการรักษา หรือปล่อยให้ผู้ป่วย/ผู้ที่มีอาการเข้าเกณฑ์การเฝ้าระวังผู้ป่วยโรคโควิด 19 เดินทางไปรักษาต่อ ณ สถานพยาบาลอื่นด้วยตนเอง จะถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ และพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 กรม สบส.จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อให้สถานพยาบาลได้เข้ามามีส่วนร่วมในการรับมือกับสถานการณ์โรคโควิด 19 อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

'แมทธิว ดีน' โพสต์ติดเชื้อ - 'อธิบดีกรมวิทย์ฯ' ยันไม่ได้จะแจ้งความ แต่โพสต์เท็จอาจผิด พ.ร.บ.คอมฯ

กรณีแมทธิว ดีน สามีของนักร้องสาว ลิเดีย-ศรัณย์รัชต์ ออกมาโพสต์คลิปผ่านอินสตาแกรม @matthew.deane1 ส่วนตัวยอมรับตรงๆว่าตนเองติดเชื้อโควิด 19 จนกระทั้งต่อมา มีการแชร์ข้อความที่ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระบุว่า ได้เห็นคลิปดังกล่าวแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ทางเจ้าพนักงานต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าป่วยจริงหรือไม่ เนื่องจากชุดที่สวมใส่ไม่ใช่ชุดของสถานพยาบาล แต่หากไม่ป่วยอาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

ทำให้ แมทธิว ดีน โพสต์ผลการตรวจอีกรอบ

 

 

อย่างไรก็ตาม เวลาต่อมา กรรชัย กำเนิดพลอย พิธิกรรายการข่าวใส่ไข่ ทางไทยรัฐออนไลน์ รวมทั้งทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ ได้สอบถาม นพ.โอภาส ถึงกรณีนี้ ได้รับคำตอบว่า “ผมไม่ได้พูดว่า ผมจะแจ้งความคุณแมทธิวนะครับ ซึ่งก่อนหน้านี้มีคนมาถามผมว่า มีข้อมูลคุณแมทธิวติดเชื้อโควิดไหม ซึ่งผมก็ได้ตอบไปว่า ผมไม่ยืนยันนะครับ เพราะผมไม่มีประวัติคนไข้ และผมก็ไม่ทราบว่า คุณแมทธิว ป่วยหรือไม่”

“การโพสต์ข้อความใดๆ ก็ตามของคุณแมทธิว เป็นสิทธิส่วนบุคคลของเขา เขาย่อมโพสต์ได้ แต่ถ้าไม่เป็นความจริง ก็อาจจะเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เพราะทำให้ประชาชนตื่นตระหนก ซึ่งตรงนี้เป็นหน้าที่ของตำรวจครับ ไม่ใช่หน้าที่ผม”

“สถานการณ์ตอนนี้ ค่อนข้างละเอียดอ่อน หากใครจะโพสต์อะไร ขอให้ตริตรองให้ดี เพราะสิ่งที่คุณโพสต์อาจทำให้ประชาชนตื่นตระหนก และไม่เกิดผลดีต่อสังคม” นพ.โอภาส กล่าว

สิระ ต่อว่า อาจารย์อ๊อด กลางโรงพัก ปมกล่าวหาแจกหน้ากากก่อมะเร็ง

วันเดียวกัน (13 มี.ค.63) เวลา 11.30 น.  ที่สน.ทุ่งสองห้อง รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ หรืออาจารย์อ๊อด อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เดินทางเข้าพบตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อเข้าให้การกรณีหน้ากากอนามัยที่ สิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ นำมาแจกให้ประชาชนและพบว่าไม่ได้มาตรฐาน โดยยืนยันไม่เคยให้สัมภาษณ์ว่าหน้ากากดังกล่าวเสี่ยงก่อโรคมะเร็ง

แต่ขณะที่อาจารย์อ๊อดกำลังให้การกับตำรวจนั้น สิระได้เดินทางมาที่สน.ทุ่งสองห้อง และได้ต่อว่าอาจารย์อ๊อดทำให้ตัวเองเสียชื่อเสียง ต่อหน้าตำรวจและผู้สื่อข่าว

“คุณเป็นนักวิชาการประเภทไหน หวังผลทางการเมืองหรือเปล่าใครใช้คุณมาทำลายผม คุณไปให้ข่าวแบบนี้ผมเสื่อมเสีย ดังนั้นคุณต้องไปแก้ข่าวว่าใครใช้คุณมา และประชาชนด่าผมทั้งประเทศ ฝ่ายการเมืองก็ด่าผมทั้งประเทศ แล้วคุณเป็นนักวิชาการยังไง สงสัยต้องไปถอดการเป็นนักวิชาการของคุณแล้ว ทำแบบนี้ไม่ได้ คุณรู้หรือไม่เขาตกใจกันทั้งเมือง” สิระ กล่าว พร้อมระบุว่า ในเขตเลือกตั้งของตน คนที่รับของไปนั้น เพราะตนเอาเงินเดือนที่มาจากภาษีของประชาชน คืนให้ประชาชนในตอนที่เกิดวิกฤตด้วยน้ำตา แต่อาจารย์อ๊อดกลับมาทำลายตนและไม่นึกถึงประชาชน บอกรู้จักตน แต่มาบอกว่าหน้ากากที่ตนเสียสละเงินเดือนไปซื้อให้ประชาชนใส่แล้วจะทำให้ก่อมะเร็ง หากไม่เรียกว่าทำลาย เพื่อหวังผลทางการเมือง จะเรียกว่าอะไร

รายงานข่าวระบุด้วยว่า หลังจากสิระได้ต่อว่าอาจารย์อ๊อดบน สน.ทุ่งสองห้อง โดยเจ้าหน้าที่พยายามห้ามปราม ก่อนอาจารย์อ๊อดจะขอเซ็นเอกสารและเดินทางกลับ

 

ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์, ข่าวสดออนไลน์ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กลุ่มภารกิจด้านข่าวและสื่อมวลชนสัมพันธ์ สำนักสารนิเทศ  

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์