'ธนาธร' ไลฟ์บรรยาย นศ.วลัยลักษณ์ กางโรดแมปพาประเทศสู่ประชาธิปไตย

'ธนาธร' ไลฟ์สดบรรยาย นศ.วลัยลักษณ์ ชี้เป็นยุคสมัยแห่งความท้าทายของทุกคนที่ต้องการความก้าวหน้า - กางโรดแมปพาประเทศสู่ประชาธิปไตย ลั่นไม่กลัว- ไม่หนีคุก ขอทำวันนี้ให้ดีที่สุด 

20 มี.ค.2563 ทีมสื่อคณะอนาคตใหม่ รายงานว่า เมื่อวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ไลฟ์สดทางเฟซบุ๊ก ซึ่งเป็นการบรรยายทางไกลในฐานะอาจารย์พิเศษ ให้กับนักศึกษาหลักสูตรรัฐศาสตร์ สาขาการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในหัวข้อ “จากขบวนการเคลื่อนไหวสู่พรรคการเมือง: ประสบการณ์การสร้างพรรคการเมืองใหม่และความท้าทาย” ซึ่งเป็นไปตามคำเชิญของอาจารย์ผู้สอนใน วิชา POS-221 พรรคการเมืองและการเมืองของการเลือกตั้ง โดยก่อนหน้านี้นายธนาธรตั้งใจจะเดินทางไปบรรยายถึงมหาวิทยาลัย แต่เนื่องจากสถานการณ์ไวรัสโควิด19 ระบาด จึงเลือกที่จะใช้วิธีบรรยายทางไกลและไลฟ์สดให้ผู้สนใจทั่วไปได้รับชมด้วย

ตอนหนึ่ง ธนาธร กล่าวว่า รัฐธรรมนูญปี 2560 ออกแบบมาให้อำนาจองค์กรอิสระต่างๆ มากมาย และต้องการให้พรรคการเมืองอ่อนแอลง ซึ่งหลังจากการเลือกตั้ง เราเจอกับผลของรัฐธรรมนูญฉบับบนี้ ดังจะเห็นได้ว่า เดิมทีมีพรรคการเมืองที่ประกาศตัวไม่สนับสนุนคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีจำนวนรวมกันมากกว่าพรรคที่ประกาศตัวสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี แต่การดำรงอยู่ของสมาชิกวุฒิสภา 250 คน ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน แต่มาจากการแต่งตั้งของ พล.อ.ประยุทธ์ ทำให้เกิดการบิดเบือนเจตจำนงของพรรคการเมืองต่างๆ ที่เคยให้ไว้ ดังคำให้สัมภาษณ์ของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ระบุว่า การตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลเป็นเพราะต้องการนำนโยบายไปปฏิบัติ และเพราะคณิตศาสตร์การเมือง ที่ฝ่ายต่อต้าน คสช.มี 245 เสียง ซึ่งต่อให้พรรคประชาธิปัตย์ไปรวมก็ยังไม่มีเสียงพอที่จะตั้งรัฐบาลได้

"นี่คือความท้าทายและอุปสรรคที่เกิดขึ้นกับพรรคการเมือง เมื่อเป็นพรรคการเมืองที่ต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช. ก็จะเจอเหตุการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคดีความที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการคำนวน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ การดำรงอยู่ของ ส.ว.ในลักษณะนี้  ซึ่งทั้งหมดนี้ย้อนกลับไปได้ถึงต้นตอของปัญหาทั้งหมด คือ คำถามที่ว่าอำนาจในประเทศนี้เป็นของใคร นี่คือต้นตอของความขัดแย้งทางการเมืองในรอบสิบกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งรัฐธรรมนูญ 2560 ออกแบบไว้ชัดเจนว่า อำนาจในประเทศนี้ไม่ใช่ของประชาชนในประเทศไทย" ธนาธร กล่าว 

ธนาธรกล่าวต่อว่าตามปกติแล้ว อำนาจทั้งของฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการจะต้องแบ่งให้สมดุลและทัดทานกัน แต่รัฐธรรมนูญปี 2560 ออกแบบอย่างจงใจให้อำนาจที่มาจากประชาชนมีอำนาจและศักดิ์ศรีน้อยกว่าอำนาจที่ไม่ได้มาจากประชาชน เช่น การมีกรรมการยุทธศาสตร์แห่งชาติที่สามารถยุติมติคณะรัฐมนตรี หรือแทงเรื่องไปศาล รัฐธรรมนูญ ไปที่ ป.ป.ช.เพื่อให้ล้มรัฐบาลได้ ฝ่ายนิติบัญญัติมี ส.ว. 250 คนจาก 750 คนของรัฐสภา ทำให้เสียงของผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งมีความหมายน้อยลง ส่วนฝ่ายตุลาการและองค์กรอิสระก็เป็นอิสระจากประชาชน แต่งตั้งคัดสรรกันเอง จึงจะเห็นได้ว่าอำนาจทั้งสามฝ่ายในรัฐธรรมนูญปี 2560 ไม่ได้ทัดทานและถ่วงดุลกันเอง แต่มีอำนาจหนึ่งที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งสามารถแต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์แห่งชาติ วุฒิสภา องค์กรอิสระ และตุลาการได้

“นี่คือความท้าทายอย่างยิ่งว่า ในเมื่ออำนาจรัฐทั้งสามอำนาจถูกแต่งตั้งโดยคนกลุ่มเดียวกันภายใต้รัฐธรรมนูญที่พวกเขาร่างมาเอง สังคมไทยจะเดินต่อไปยังไง ผมว่านี่เป็นโจทย์ใหญ่ที่ไม่ใช่ของผม ไม่ใช่ของอดีตพรรคอนาคตใหม่ ไม่ใช่ของพรรคก้าวไกล แต่เป็นของประชาชนทั้งสังคม แต่เป็นของคนที่รักความก้าวหน้าที่ต้องการเห็นประชาชนเดินไปข้างหน้า ที่ต้องการเห็นประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพ และความเป็นธรรมในสังคมไทย” ธนาธร กล่าว

จากนั้นในช่วงของการถาม-ตอบผ่านระบบออนไลน์ ได้มีนักศึกษาถามถึงอนาคตของการเมืองไทยว่าจะไปสู่ประชาธิปไตยได้อย่างไรและจะป้องกันไม่ให้เกิดการรัฐประหารขึ้นอีกได้อย่างไร นายธนาธร กล่าวว่า ไม่มีใครสามารถรับประกันได้ว่าการรัฐประหารจะไม่เกิดขึ้นอีก ประชาธิปไตยไม่ว่าในสังคมไหนไม่เคยได้มาจากการร้องขอหรือหยิบยื่นให้จากผู้ปกครอง แต่มาจากการต่อสู้เรียกร้องและปกป้องอย่างแข็งขัน ดังนั้น อันดับแรกของโรดแมปไปสู่ประชาธิปไตยจะต้องมีการแก้รัฐธรรมนูญเกิดขึ้นก่อน เปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี อันดับที่สอง คือการปฏิรูปกองทัพ ถ้าไม่ปฏิรูปกองทัพจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาการรัฐประหารได้เลย ทุกวันนี้กองทัพทำหน้าที่เกินบทบาทไปมาก สิ่งเหล่านี้ถ้ายังดำรงอยู่จะไม่สามารถสถาปนาประชาธิปไตยได้ จะสถาปนาประชาธิปไตยได้ เราต้องสถาปนาหลักการกองทัพต้องอยู่ใต้รัฐบาลพลเรือนให้ได้ก่อนเท่านั้น รวมถึงการปฏิรูปองค์กรอิสระ ที่ประชาชนไม่สามารถตรวจสอบกลไกเหล่านี้ได้ก็จะต้องทำผ่านการแก้รัฐธรรมนูญด้วย

รายงานข่าวจากคณะอนาคตใหม่ ยังระบุว่า มีนักศึกษาบางส่วนได้ถามถึงบทบาทและอนาคตของนายธนาธรหลังจากถูกตัดสิทธิทางการเมือง ว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะกลับมาได้ก่อน 10 ปี รวมถึงคดีอาญาที่อาจจะนำไปสู่โทษจำคุกในอนาคตว่าจะทำอย่างไร ธนาธรตอบว่า แกนนำพรรคอนาคตใหม่ทุกคนไม่ได้หวังตำแหน่งหรือยศถาบรรดาศักดิ์ แต่ต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้ก้าวหน้าและเป็นธรรมมากกว่านี้ ดังนั้น ตำแหน่งแห่งที่ ยศถาบรรดาศักดิ์ การได้เป็น ส.ส.สำหรับเราไม่ได้เป็นเรื่องสำคัญ แต่เป็นการทำงานการเมืองเพื่อเปลี่ยนประเทศไทย ส่วนกรณีที่ต้องถูกตัดสินจำคุกนั้น ตนคงไม่ทำอะไรนอกจากทำอย่างที่ทำอยู่ทุกวันนี้ต่อไป ใช้ทุกวันที่เหลืออยู่ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์ จริงใจ และตรงไปตรงมากับประชาชนมากที่สุด ไม่ได้กลัว ไม่ได้หนี ที่มายืนอยู่ตรงนี้เพราะความตั้งใจ อำนาจในการตัดสินเรื่องนี้อยู่ที่เขาไม่ได้อยู่ที่เรา อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สิ่งที่เรารู้ก็คือในเวลาที่เรายังมีอิสระ ในเวลาที่เรายังมีเสรีภาพอยู่ ใช้เวลานั้นรณรงค์เพื่อให้ประชาชนตื่นตัวถึงสิทธิถึงอำนาจของตัวเองให้ได้มากที่สุด 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์