เชียงใหม่ปิดห้าง ร้าน สถานประกอบการ 28 กลุ่ม เริ่ม 23 มี.ค.-13 เม.ย.

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่แถลงปิดห้าง ร้าน สถานประกอบการ 28 กลุ่ม เริ่ม 23 มี.ค. 2563 เวลา 18.00 น. จนถึงวันที่ 13 เม.ย. 2563 เวลา 24.00 น. - ผู้ป่วยสะสมในเชียงใหม่ 12 ราย รักษาหาย 1 ราย อยู่โรงพยาบาล 11 ราย เข้าเกณฑ์การสอบสวนโรคสะสม 439 ราย กลับบ้านแล้ว 355 ราย อยู่ที่โรงพยาบาล 84 ราย 

22 มี.ค. 2563 นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ แถลงข่าวถึงสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 สำหรับพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ว่า เนื่องจากกรณีการแพร่ระบาดทำให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่จำเป็นต้องเพิ่มมาตรการเพื่อปิดกันวงจรการแพร่ระบาดสู่สถานที่ใดสถานที่หนึ่งเกินความจำเป็นมากเกินไป จึงมีความจำเป็นปรับปรุงประกาศจังหวัดเชียงใหม่ในการปิดสถานที่บางแห่งเดิมและปรับปรุงใหม่เป็นประกาศฉบับที่ 2 หลักการประกาศฉบับที่ 2 คือ ยกเลิกคำสั่งฉบับที่ 1 และกำหนดพื้นที่สำหรับปฏิบัติการเป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค. 2563 เวลา 18.00 น. จนถึงวันที่ 13 เม.ย. 2563 เวลา 24.00 น.

1. ปิดสถานศึกษาทุกระดับ และสถาบันกวดวิชา

2. ปิดศูนย์แสดงสินค้า และศูนย์แสดงและจัดนิทรรศการ

3. ปิดพื้นที่บางส่วนของห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ หรือห้างร้านที่มีร้านค้าย่อยในอาคารหรือบริเวณเดียวกัน ทั้งนี้เว้นแต่พื้นที่ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายยา หรือสินค้าเบ็ดเตล็ดเพื่อจำเป็นต่อการดำรงชีวิต สำนักงานธนาคาร สำหรับร้านอาหารให้เปิดเฉพาะการจำหน่ายอาหารเพื่อการนำกลับไปบริโภคที่บ้าน 

4. ตลาด ให้เปิดเฉพาะการจำหน่ายอาหารสด อาหารแห้ง อาหารปรุงสำเร็จเพื่อนำกลับไปบริโภคที่อื่น อาหารสัตว์ ร้านขายยา และสินค้าเบ็ดเตล็ดที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต 

5. ถนนคนเดิน

6. ร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม ให้เปิดเฉพาะการจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม เพื่อนำกลับไปบริโภคที่อื่น และร้านอาหารเครื่องดื่มในโรงแรมให้บริการเฉพาะผู้ที่พักอาศัยในโรงแรมเท่านั้น

7. ปิดพื้นที่นั่งหรือยืนรับประทานอาหาร เครื่องดื่ม ในร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม

8. ปิดสถานบริการ สถานประกอบการที่คล้ายสถานประบริการ รวมถึงสถานที่มุ่งเน้นการขาย จ่าย แลกเปลี่ยน ให้สุรา และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อดื่มกินในสถานที่และบริเวณนั้น เช่น ร้านเหล้าตอง

9. ปิดสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ตาม พ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 ได้แก่ ร้านสปา ร้านนวดเพื่อสุขภาพ ร้านนวดเพื่อเสริมความงาม

10. ปิดสถานประกอบกิจการอาบน้ำ อบไอน้ำ อบสมุนไพร เว้นแต่การรักษาพยาบาลด้วยการดังกล่าวในสถานพยาบาล

11. ปิดร้านเสริมสวย ร้านตัดผม หรือแต่งผม หรือแต่งเล็บ

12. ปิดสถานที่บริการสักผิวหนังหรือเจาะส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกาย

13. ปิดสถานที่ให้บริการควบคุมน้ำหนัก คลินิกเสริมความงาม และสถานที่เสริมความงาม 

14. ปิดสระว่ายน้ำ รวมถึงสระว่ายน้ำของหมู่บ้าน หรืออาคารชุดที่พักอาศัย

15. ปิดสถานที่ออกกำลังกาย ฟิตเนส 

16. ปิดสถานที่เล่นสเก็ต หรือโรเล่อร์เบต หรือการเล่นอื่นๆ ในทำนองเดียวกัน

17. ปิดเครื่องเล่นในอาคาร เครื่องเล่นภายนอกอาคาร เครื่องเล่นชั่วคราว สวนสนุก รวมถึงโซนอุปกรณ์เครื่องเล่นสำหรับเด็กเล่นในห้างสรรพสินค้า

18. ปิดเกม ร้านอินเตอร์เน็ต และตู้เกมหรือสถานที่อื่นใดที่มีการบริการลักษณะคล้ายกัน

19. ปิดร้านคาราโอเกะ

20. ปิดสถานประกอบการ โรงมหรสพ โรงละคร

21. ปิดศูนย์พระเครื่องพระบูชา และสนามพระเครื่องพระบูชา

22. ปิดสนามกอล์ฟ สนามฝึกซ้อมกอล์ฟ

23. ปิดสนามยิงปืน

24. ปิดบ่อตกปลา ตกกุ้ง หรือกิจกรรมใดในประเภทเดียวกัน

25. ปิดสนามกีฬาที่มีการสัมผัสร่างกาย หรือใช้อุปกรณ์ร่วมกัน อาทิเช่น สนามฟุตบอล ฟุตซอล

26. ปิดโต๊ะสนุ๊กเกอร์ บิลเลียด และสถานที่เล่นโบว์ลิ่ง

27. ปิดสนามมวย โรงเรียนสอนมวย ค่ายมวย โรงเรียนสอนฝึกสอนศิลปป้องกันตัว

28. ปิดสนามชนไก่ สนามประลองไก่ สนามม้าหรือสนามอื่นที่มีพื้นที่จัดให้สัตว์ต่อสู้กัน 

ทั้งนี้ผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 52 แห่ง พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ประกาศ ณ วันที่ 22 มี.ค. 2563

นอกจากนี้ทางเชียงใหม่ใช้มาตรการเข้มแบบเดียวกับ กทม.คณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัดเชียงใหม่ยกเลิกประกาศฉบับแรก โดยประกาศฉบับใหม่ กำหนดปิดพื้นที่เป็นการชั่วคราวตั้งแต่เวลา 18.00 น.วันที่ 236 มี.ค.ถึงเวลา 24.00 น.วันที่ 13 เม.ย. 2563 ผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับ 1 แสนจำคุก 1 ปี หรือทั้งจำและปรับ

ขณะที่ทางด้านสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้นทางด้าน นายแพทย์วรเชษฐ เต๋ชะรัก ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพิงค์ เปิดเผยว่าสำหรับในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่มีเคสจำนวนผู้ป่วยเท่าเดิม แต่ได้รับการยืนยันเพิ่ม 5 ราย โดยเป็นผู้ป่วยที่รักษาของเราทั้งสิ้น 12 ราย และรักษาหายกลับบ้านแล้ว 1 ราย ยังอยู่โรงพยาบาล 11 ราย ส่วนในกรณีของการเฝ้าระวังผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์การสอบสวนโรคตอนนี้ผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 439 ราย และกลับบ้านไปแล้ว 355 ราย อยู่ที่โรงพยาบาล 84 ราย ซึ่งรวมทั้งผู้ป่วยอีก 11 ราย ที่ได้รับการยืนยัน และสำหรับกรณีของผู้เดินทางจากเขตโรคติดต่อตอนนี้มีข้อมูลเพิ่มขึ้นเป็น 418 ราย โดยกักตัวอยู่ที่บ้าน 153 ราย และอยู่ในสถานที่ที่มีการจัดไว้ให้อีก 16 ราย ตรวจพบแล้ว 228 ราย และอยู่ในระหว่างการติดตามอีก 21 ราย

สำหรับผู้ป่วยยืนยันใหม่ 3 ราย คนแรกหญิงไทยอายุ 57 ปี เป็นเจ้าของกิจการ เดินทางมาจากประเทศอังกฤษกับลูกสาวและลูกชาย กลับมาเมื่อ 12 มี.ค.กลับมาอยู่บ้านตลอดแต่เดินทางต่อเครื่องจากสุวรรณภูมิ-เชียงใหม่ สายการบินไทยสมายด์ WE176 ถึงเชียงใหม่เวลา 23.40 น.ผู้ป่วยคนที่ 2 ชาวสวิส อาศัยอยู่ในเชียงใหม่ วัย 66 ปี เดินทางเข้ามา 18 มี.ค.มีอาการป่วย 19 มี.ค.ไม่มีผู้สัมผัสเพราะรู้ตัวให้ภรรยาเอารถไปจอดรถรับที่สนามบินและขับรถเองผู้ป่วยรายที่ 3 หญิงไทยอายุ 35 ปี เดินทางมาเชียงใหม่ด้วยสายการบินไทยสมาย WE 164 ทำงานที่ร้านนวดแผนไทย ปิ่นแก้ว แถวร้านท็อปโชตนา ช้างเผือก มีอาการป่วยและมานอนรพ.เมื่อ 19 มี.ค. มีผู้สัมผัสใกล้ชิดในครอบครัวและที่ทำงานประกาศ ใครที่เดินทางมากับสายการบินไทยสมายทั้ง 2 เที่ยวบิน และผู้ที่คิดว่าสัมผัสกับผู้ป่วยรายที่ 3 ขอให้กักตัวอยู่ที่บ้าน 14 วัน และหากมีอาการป่วยให้ติดต่อสถานพยาบาลใกล้บ้านขอให้อยู่กับบ้าน อย่าออกไปพบปะกับคนอื่นแม้จะยังไม่แสดงอาการใดๆ ก็ตาม

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์