คนทยอยกลับภูมิลำเนาหลัง กทม.-ปริมณฑล ปิดพื้นที่เสี่ยง 22 วัน

วันแรกหลัง กทม.-ปริมณฑล ประกาศปิดสถานที่เสี่ยงแพร่ระบาดเชื้อ COVID-19 ส่งผลให้มีแรงงาน พบประชาชนทยอยเดินทางกลับบ้านเพื่อลดค่าใช้จ่าย - มหาดไทยเสนอปิดด่านถาวร 18 แห่งทั่วประเทศ มีผล 23 มี.ค.เป็นต้นไป - กลาโหมเตรียม 2 พันเตียงในหน่วยทหารรับมือ


ที่มาภาพ: Thai PBS

22 มี.ค. 2563 Thai PBS รายงานว่าวันแรกหลังมาตรการของผู้ว่าฯ กทม.และปริมณฑล 5 จังหวัดที่ประกาศให้พื้นที่ 26 ประเภทเสี่ยงต่อการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ( COVID-19) หยุดกิจการชั่วคราว 22 วันตั้งแต่ 22 มี.ค.-12 เม.ย.นี้ ทำให้แรงงาน รวมทั้งประชาชนบางส่วนที่เข้าข่ายเสี่ยง และบางส่วนออฟฟิสให้ทำงานที่บ้าน เริ่มเดินทางออกนอกเมือง เพื่อกลับภูมิลำเนาแล้ว

ไทยพีบีเอสออนไลน์ สำรวจบรรยากาศที่สถานีขนส่งหมอชิต 2 ในช่วงบ่ายประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนา พบว่าส่วนใหญ่มีถุงสัมภาระขนาดใหญ่กลับไปด้วย โดยพื้นที่พักคอยผู้โดยสารยังไม่แออัด เนื่องจากบางส่วนเริ่มทยอยขึ้นรถโดยเฉพาะสายอีสานและสายเหนือ

โดยวันนี้เจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก เจ้าหน้าที่เร่งจัดระเบียบในการเว้นระยะห่างเก้าอี้นั่งรองรับ โดยติดป้ายกระดาษคั่นตามเก้าอี้ทุกจุด และพนักพิงบริเวณจุดรอขึ้นรถโดยสาร เพื่อป้องกันโรคไวรัสโคโรนา พร้อมขอความร่วมมือให้ทุกคนที่เข้าพื้นที่ต้องสวมหน้ากากอนามัย โดยส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

ด้านนายสำราญ อ่อนสุข เจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า ภาพรวมพื้นที่หมอชิต 2 ประชาชนที่เดินทางกลับถือว่าน้อยกว่าช่วงปลายสัปดาห์ ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะมาตรการประกาศปิด กทม.การค้าก็ลดลงไปด้วย แต่ส่วนหนึ่งก็ยังเลือกที่จะกลับบ้าน ทั้งนี้มาตรการรองรับของกรมการขนส่งทางบก เร่งจัดพื้นที่ในอาคารผู้โดยสารหมอชิต 2 โดยกำหนดให้เว้นระยะห่างกัน 1 เมตรป้องกันการระบาดของเชื้อโคโรนา

ซึ่งจะทำให้เก้าอี้นั่งลดลงไปครึ่งหนึ่งเหลือประมาณ 1,000 ที่นั่งแต่ไม่น่าจะกระบต่อคนที่รอเดินทาง เพราะจะสลับกันขึ้นรถไปตามช่วงเวลา แต่มาตรการนี้ยังขอความร่วมมือทุกคนต้องใส่หน้ากากอนามัยตั้งแต่เข้าพื้นที่และตลอดการนั่งรถไปจนถึงภูมิลำเนาด้วย

แม้ว่าล่าสุดคณะกรรมการควบคุมโรคจะออกแนวทางให้จังหวัดทั่วประเทศตั้งทีมระดับอำเภอ หมู่บ้านเพื่อทำบัญชีผู้ที่เดินทางกลับจาก กทม.เพื่อคัดกรองการแพร่เชื้อ

มหาดไทยเสนอปิดด่านถาวร 18 แห่งทั่วประเทศ มีผล 23 มี.ค.เป็นต้นไป

กระทรวงมหาดไทยเสนอต่อที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ปิดด่านชายแดนทั้งหมดทั่วประเทศ 18 ด่าน ใน 17 จังหวัด จากเดิมที่เป็นอนุโลมให้เปิดด่านชายแดนถาวร จุดผ่อนปรนการค้า จังหวัดละ 1 ด่าน ให้มีผลแต่ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (23 มี.ค.) เป็นต้นไป 

ด่านที่เสนอให้ปิดเฉพาะด่านทางบกที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น เพื่อไม่เข้า-ออก ให้ใช้ช่องทางดังกล่าวเพียงขนส่งสินค้าได้เท่านั้น โดยจะให้ผู้ว่าราชการจังหวัด สั่งการตามอำนาจของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดที่ได้รับมอบหมาย ส่วนแต่ละด่านจะปิดถึงเมื่อไร แต่ละพื้นที่จะไม่เหมือนกัน เนื่องจากต้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นๆ ประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีด่านทางบกติดกัน เช่น สปป ลาว เมียนมา กัมพูชา มาเลเซีย

กลาโหมเตรียม 2 พันเตียงในหน่วยทหารรับมือ

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมได้เรียกประชุมหน่วยงานภายในกระทรวงกลาโหม ติดตามและรับทราบสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด- 19  รวมทั้งมาตรการต่างๆของรัฐ  กทม.และจังหวัดต่างๆที่ออกมาเพิ่มเติม  เพื่อประเมินความพร้อมทรัพยากรของ กระทรวงกลาโหม ในการสนับสนุนกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เพื่อรับมือกับปัญหาดังกล่าว ทั้งนี้ภาพรวม กระทรวงกลาโหมโดยทุกเหล่าทัพ  ยังคงความต่อเนื่องในการสนับสนุน สธ.รับมือกับวิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด- 19 โดยจัดกำลังพลและบุคลากรทางการแพทย์กระจายเข้าไปช่วยเหลือคัดกรองผู้โดยสารจากท่าอากาศยานหลักและภายในประเทศ  พร้อมทั้งจัดกำลังพลเพิ่มเติม เข้าไปช่วยคุมเข้มคัดกรองการผ่านเข้าออกในทุกช่องทางของด่านชายแดน 13 แห่ง ทั้งทางบกและทางน้ำ โดยเฉพาะแรงงานต่างชาติที่มีแนวโน้มเคลื่อนตัวมากขึ้น  รวมทั้งได้สนับสนุนกำลังพลและยานพาหนะ เข้าไปช่วยเสริมการผลิตและกระจายขนส่งหน้ากากอนามัยจากโรงงาน ไปยังสถานพยาบาลต่างๆ

ขณะเดียวกัน ยังคงการสนับสนุนและจัดหาพื้นที่ควบคุมโรคส่วนรวมเพิ่ม  พร้อมทั้งเตรียมพื้นที่หน่วยทหารและกองพันทหารเสนารักษ์รองรับ ผู้ป่วยระดับ 1 และ 2 จำนวน 2,000 เตียง  นอกจากนั้นได้เตรียมโรงพยาบาลทหารทั้งส่วนกลางและภูมิภาค 13 แห่ง รองรับผู้ป่วยระดับ 3 สนับสนุนการทำงานของ สธ.ในการบริหารจัดการภาพรวม ขณะที่ปฏิบัติการล้างสิ่งปนเปื้อนและฆ่าเชื้อในพื้นที่สาธารณะ ยังคงดำเนินการต่อเนื่องกันไป

ที่มาเรียบเรียงจาก Thai PBS | สำนักข่าวไทย [1] [2] 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์