พรรคก้าวไกล-เพื่อไทย ชี้ ภาวะฉุกเฉินไม่ควรลามเกินควบคุมโรค ลิดรอนการรู้ข่าวสาร

พรรคก้าวไกล เพื่อไทย ส่งเสียง พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ไม่ควรใช้เพื่อลุแก่อำนาจในทางอื่นนอกจากการควบคุมไวรัส ไม่ควรลิดรอนเสรีภาพสื่อ สิทธิการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร การประกาศใช้ภาวะฉุกเฉินไม่แก้ปัญหาการบริหารจัดการที่ไม่รอบคอบ

24 มี.ค. พรรคก้าวไกลมีแถลงการณ์สืบเนื่องจากการประกาศใช้พระราชกำหนดบริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่ารัฐต้องใช้อำนาจในภาวะฉุกเฉินอย่างระมัดระวัง ไม่ใช้อำนาจลิดรอนสิทธิการรับรู้ข้อมูลข่าวสารและเสรีภาพสื่อ และการประกาศภาวะฉุกเฉิน ไม่สามารถแก้ไขการบริหารจัดการและการวางแผนที่ไม่รอบคอบได้ มีใจความดังนี้

(1) การใช้อำนาจตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ เป็นเครื่องมือหนึ่งของรัฐบาลเพื่อรักษาความปลอดภัยของประชาชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างไรก็ดี พรรคก้าวไกลขอย้ำว่า วิกฤตที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะว่าก่อนหน้านี้กฎหมายปกติอ่อนแอหรือคณะรัฐมนตรีมีอำนาจน้อยเกินไป แต่หัวใจของปัญหาที่นำมาสู่วิกฤตเกิดจากการที่รัฐบาลขาดยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ไร้ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ การวางแผนอย่างไม่รอบคอบ ขาดการประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ขาดการเตรียมความพร้อมในการรับมืออย่างเพียงพอ รวมถึงความล้มเหลวในการเปิดเผยข้อเท็จจริงและการสื่อสารกับประชาชน ซึ่งปัญหาเหล่านี้แก้ไม่ได้ด้วย พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ

(2) พรรคก้าวไกลเห็นว่า รัฐบาลต้องใช้อำนาจตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ อย่างจำกัดและระมัดระวัง เพื่อมุ่งลดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 โดยจำกัดการพบปะกันของผู้คน ควบคุมการเดินทาง และลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ-สังคมต่อประชาชนที่ต้องกักตัวเองหรือได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมการระบาดของโควิด-19

(3) พรรคก้าวไกลเห็นว่า รัฐบาลต้องไม่ใช้อำนาจตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ เพื่อลิดรอนเสรีภาพของสื่อมวลชน เสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน และละเมิดสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน เนื่องจากข้อมูลข่าวสารที่รอบด้านมีความสำคัญในช่วงเวลาวิกฤต เพื่อทำให้ประชาชนเท่าทันกับสถานการณ์ที่เป็นจริงและสามารถที่จะตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้

(4) เนื่องจาก พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ให้อำนาจรัฐบาลและพนักงานเจ้าหน้าที่ในการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างกว้างขวาง เช่น อำนาจจับกุม ควบคุมตัว ตรวจค้น ตรวจสอบการสื่อสาร และกำหนดโทษร้ายแรง โดยข้อกำหนด ประกาศ คำสั่ง หรือการกระทำตาม พ.ร.ก. นี้ไม่สามารถตรวจสอบได้โดยศาลปกครอง และพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.ก. นี้ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางวินัย ดังนั้น รัฐบาลต้องไม่ฉวยโอกาสใช้อำนาจตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ตามอำเภอใจ แต่ต้องใช้อำนาจอย่างได้สัดส่วนต่อการแก้ปัญหาการระบาดของไวรัสโควิด-19 เท่านั้น และต้องให้อำนาจแก่พนักงานเจ้าหน้าที่เฉพาะเท่าที่จำเป็น เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ว่าพนักงานเจ้าหน้าที่ใช้อำนาจโดยสุจริต ไม่เลือกปฏิบัติ และสมควรแก่เหตุหรือไม่

สุดท้าย พรรคก้าวไกลขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขัน ผู้ป่วยกับครอบครัว และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตครั้งนี้ พวกเราขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแสวงหาทางออกจากวิกฤตไวรัสโควิด-19 ให้ดีที่สุด

เราจะฝ่าวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

วันเดียวกันนี้ อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวถึงกรณีการประกาศภาวะฉุกเฉินในวันนี้ว่า การสำคัญของการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ควรมีเป้าหมายเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคเป็นสำคัญ ไม่ควรมีเป้าหมายเพื่อควบคุมสื่อ หรือลิดรอนสิทธิเสรีภาพประชาชน รวมถึงไม่ควรมีขยายขอบเขตของการบังคับใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินออกไปเพื่อการอื่น ทั้งนี้ หลังใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน หากประชาชนจะร้องเรียนเรื่องหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ น้ำยาฆ่าเชื้อขาดตลาดหรือราคาแพง จะยังสามารถร้องทุกข์กับรัฐบาลได้หรือไม่ จะตกเป็นกลุ่มที่ฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉินหรือไม่ (ที่มา: ไทยรัฐ)

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์