นักวิทยาศาสตร์เตือน โรคระบาดจะมาอีกหากยังทำลายสิ่งแวดล้อม-บริโภคสัตว์ป่า

นักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเตือนว่า นอกจากกรณี COVID-19 มนุษยชาติอาจต้องเตรียมตัวเผชิญกับการระบาดของโรคระบาดใหม่ๆ อย่างอื่นอีก ถ้ายังคงมีพฤติกรรมแบบเดิมๆ ในการทำลายสิ่งแวดล้อมและการนำสัตว์ป่ามาซื้อขายในฐานะของเพื่อการบริโภค

ภาพหมีกริซลี่ หมีสายพันธุ์หนึ่งที่พบได้บริเวณทวีปอเมริกาเหนือ (ที่มาภาพ: nps.gov)

25 มี.ค. 2563 เอ็นริค ซาลา นักนิเวศวิทยาทางทะเล หนึ่งในทีมงานด้านสิ่งแวดล้อม "แคมเปญฟอร์เนเจอร์" ของเนชันแนลจีโอกราฟฟิกกล่าวให้สัมภาษณ์ต่อสื่อดิอินดิเพนเดนต์ว่า เขาเชื่อว่าในอนาคตอาจจะมีโรคระบาดแบบการระบาดของโรคจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) เกิดขึ้นอีกถ้าหากมนุษย์ยังคงทำลายสิ่งแวดล้อมต่อไป ทั้งการถางป่าและจับสัตว์ป่ามาเป็นสัตว์เลี้ยง อาหารหรือยา

ในตอนนี้มีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งเป็นโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่แล้วอย่างน้อยประมาณ 209,000 ราย ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะเคยมีการระบุว่าต้นตอของเชื้อโคโรนาไวรัสน่าจะมาจากสัตว์ป่าที่ซื้อขายกันในตลาดสดที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน แต่ก็ยังไม่มีข้อมูลยืนยันชัดเจน มีการตั้งสมมุติฐานจากนักวิจัยจีนว่าเชื้อไวรัสตัวนี้น่าจะมาจาก "ตัวนิ่ม" (Pangolins) หลังจากที่เกิดการระบาดแล้วรัฐบาลจีนก็สั่งห้ามการบริโภค การทำฟาร์มสัตว์ป่า และตลาดซื้อขายสัตว์ป่าเหล่านี้แล้ว

เคยมีนักสิ่งแวดล้อมที่เตือนเรื่องการทำลายระบบนิเวศและบริโภคสัตว์ป่าว่าจะส่งผลให้เกิดโรคระบาดได้มาหลายปีก่อนหน้านี้แล้ว เช่น เดวิด ควมเมน คนที่เขียนหนังสือเกี่ยวกับการระบาดจากสัตว์มาสู่คนสนใจเรื่องนี้หลังการระบาดของอีโบลา เขาคอยเตือนผู้คนเรื่องการระบาดจากการบริโภคสัตว์ป่ามาโดยตลอด

ควมเมนบอกว่า ในระบบนิเวศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพเต็มไปด้วย สัตว์ พืช เห็ดราและแบคทีเรีย ต่างๆ นั้นมีไวรัสที่มีรูปแบบเฉพาะแฝงอยู่ด้วย เมื่อพวกเขาเข้าไปถางป่า ตัดไม้ ทำเหมือง สังหารสัตว์เพื่อเป็นอาหารพวกเราก็ปล่อยให้ตัวเองเสี่ยงติดไวรัสไปด้วย "เปรียบเทียมได้กับถ้าคุณพังยุ้งฉางก็จะมีฝุ่นฟุ้งกระจาย ถ้าคุณเข้าไปพังป่าดิบชื้นไวรัสก็จะกระจาย" ควมเมนกล่าว การทำลายป่าเหล่านี้มีโอกาสทำให้ไวรัสที่คนไม่คุ้นเคยมาก่อนเข้ามาติดตัวคนได้

ซามูเอล ไมเออร์ส นักวิจัยจากภาควิชาสุขภาวะสิ่งแวดล้อมของฮาร์วาร์ดและประธานกลุ่มกลุ่มสิ่งแวดล้อมแพลนเนทารีเฮลต์อะไลอันซ์กล่าวว่า สัตว์ป่าเหล่านี้เป็นแหล่งของโรคหลายอย่าง ซึ่งมีจำนวนมากเป็นโรคที่มนุษย์ไม่เคยเผชิญมาก่อน องค์การอนามัยโลกระบุว่าโรคระบาดจำพวกที่ระบาดจากสัตว์มาสู่คนนั้นมีอยู่มากกว่าร้อยละ 17 ของโรคระบาดทั้งหมด ขณะที่วารสาร Nature ระบุว่ามีจำนวนโรคระบาดเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น 3 เท่าตัวเมื่อเทียบระหว่างช่วงปี 2493-2503 ถึงช่วงปี 2523-2533 โดยมีหลายโรคเช่น อีโบลา ซาร์ส เมอร์ส ไข้ซิกา ที่มาจากการติดเชื้อจากการออกล่าสัตว์ป่าหรือจากตลาดค้าของป่า

ไมเออร์สกล่าวอีกว่าตลาดในอู่ฮั่นมีการขายสัตว์ป่าหลายชนิดซึ่งเป็นการทำให้สัตว์ป่าเหล่านี้เข้าใกล้ชิดกับมนุษย์ในแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในธรรมชาติ นั่นทำให้ไวรัสสามารถแพร่จากสัตว์ป่ามาสู่คนได้ง่ายขึ้น และการเดินทางของมนุษย์ก็แพร่กระจายไวรัสเหล่านี้ต่อไป ดังนั้นแล้วการให้ความรู้เกี่ยวกับอันตรายจากการบริโภคสัตว์ป่าจึงเป็นเรื่องจำเป็น ควมเมนบอกว่าเพราะผู้คนทั่วโลกมีพฤติกรรมบริโภคสัตว์ป่าเช่นนี้ จึงไม่ใช่เรื่องที่ควรโทษชาวจีนแต่อย่างเดียว

ไมเออร์สบอกอีกว่าวิกฤตภูมิอากาศหรือโลกร้อนก็มีส่วนในการทำให้โรคระบาดแพร่กระจายได้มากขึ้นด้วย เช่น กรณีโลกมาลาเรียซึ่งไม่เคยเกิดในพื้นที่สูงๆ มาก่อนแต่ในตอนนี้เริ่มมีโรคมาลาเรียเกิดขึ้นในพื้นที่สูงขึ้งอย่างที่ราบสูงเคนยาซึ่งเหตุมาจากเพราะอากาศอุ่นขึ้น นอกจากนี้การทำลายสิ่งแวดล้อมจะส่งผลต่อความมั่นคงของแหล่งอาหารมนุษย์ในระยะยาวด้วย ซึ่งการที่แหล่งอาหารเหล่านี้ถูกทำลายจะส่งผลถึงเรื่องโรคที่ไม่ใช่โรคติดต่อเช่นโรคหัวใจ ได้

ควมเมนบอกว่าถึงแม้ว่ามนุษย์จะสามารถควบคุมโรคติดต่อ COVID-19 ได้แล้วก็ยังควรจะคิดถึงขั้นต่อไปหลังจากนี้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีโรคระบาดจากสัตว์ป่ามาสู่คนอีก จึงควรมีนโยบายคุ้มครองไม่ให้มีการล่าหรือซื้อขายสัตว์ป่าเหล่านี้ซึ่งมีจำนวนมากเป็นสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ เรื่องนี้จะเป็นสิ่งที่ส่งผลดีต่อสุขภาพของมนุษย์และเศรษฐกิจ

เรียบเรียงจาก
'We should start thinking about the next one': Coronavirus is just the first of many pandemics to come, environmentalists warn,
The Independent, Mar. 21, 2020

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์