28 มี.ค. 'เชียงใหม่' พบผู้ป่วยอีก 1 ราย สะสม 20 ราย 'พะเยา' ขอความร่วมมือ 7-11 ปิด 22.00 น.

28 มี.ค. 2563 'เชียงใหม่' พบผู้ป่วย COVID-19 เพิ่มอีก 1 ราย สะสมเป็น 20 ราย เตือนอีก 2 จุดเสี่ยง 'Sound up Pub และ WB Pub เชียงใหม่เเลนด์' ระหว่างวันที่ 13-18 มี.ค. ให้กักตัวเองสังเกตอาการ 'พะเยา' พบผู้ป่วยยืนยัน 2 ราย ออกประกาศขอความร่วมมือร้านอาหารต่างๆ ปิดในเวลา 22.00 น. รวมถึงร้านสะดวกซื้อ 7-11 ตั้งแต่ 30 มี.ค.-30 เม.ย. 2563 - และสถานการณ์ในจังหวัดภาคเหนืออื่นๆ

28 มี.ค. 2563 เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ห้องศูนย์ข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจ จังหวัดเชียงใหม่ (ศ.ข.ฉ.ก.) ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายรัฐพล นราดิศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายแพทย์กิตติพันธุ์ ฉลอม นายแพทย์ชำนาญการ สำนักระบาดวิทยา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่  ได้ร่วมกันเปิดแถลงข่าว สถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ ประจำวันที่ 28 มี.ค. 2563 เพื่อแจ้งข้อมูลความคืบหน้าของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ให้พี่น้องประชาชนทราบโดยทั่วกันผ่านช่องทางไลฟ์สดในเฟสบุ๊คข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจจังหวัดเชียงใหม่

น.พ.กิตติพันธุ์ ฉลอม นายแพทย์ชำนาญการ สำนักระบาดวิทยา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สำหรับสถานกาณณ์ภาพรวมในประเทศไทยขณะนี้มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 109 ราย และยอดสะสมทั้งหมด 1,245 ราย เสีนชีวิต 4 ราย ส่วนสถานการณ์ในจังหวัดเชียงใหม่ ขณะนี้มีข้อมูลเพิ่มเติมคือมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก 1 ราย ยอดรวมจากเมื่อวานรวมทั้งสิ้น 20 ราย โดยในจำนวนดังกล่าวมีกลับบ้านไปแล้ว 1 ราย และ 19 ราย ที่เหลือรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล และยังไม่พบผู้เสียชีวิตในพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ ขณะเดียวกันในจำนวนนี้มีผู้ป่วย 1 ราย ที่มีอาการรุนแรงขึ้นในช่วง 2 วันที่ผ่านมาโดยเป็นผู้ป่วยที่อายุเยอะและมีโรคประจำตัว โดยมีอาการหายใจหอบเหนื่อยและต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ตอนนี้รักษาตัวอยู่ที่ห้อง ไอซียู ของโรงพยาบาลนครพิงค์ ซึ่งในวันนี้อาการผู้ป่วยยังคงที่และไข้ลดลงและรู้สึกตัวดี หากประคับประคองเรื่องการหายใจ และไม่มีภาวะแทรก้อน ดูแลอาการต่อเนื่องคาดว่าอาการจะดีขึ้นในเร็ววัน

สำหรับผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ในการสอบสวนโรคที่มีการเก็บตัวอย่างแล้วตรวจไปยอดทั้งหมด  591 ราย ในจำนวนดังกล่าวกลับบ้านไปแล้ว 503 ราย อยู่ในโรงพยาบาล 88 ราย และผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงไม่ว่าจะเป็นปรเทศเขตติดโรค หรือเกิดการระบาด รวมไปถึง กรุงเทพมหานครและปริมณฑลก็ได้มีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้จำนวนผู้เดินทางมาจากประเทศที่เป็นเขตติดโรคหรือเป็นพื้นที่ที่มีการระบาดยอดสะสม 744 ราย และมีการติดตามครบ 14 วัน จำนวน 633 ราย และยังคงเหลือติดตามอยู่โดยทำการกักกันตัวเองอยู่ที่บ้าน จำนวน 86 ราย และมาอยู่ในศูนย์ที่จัดไว้ จำนวน 7 ราย สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากกรุงเทพมหานครและปริมณฑลตอนนี้ยอดรวมคือ 1,484 ราย และจะมีการติดตามโดยเครือข่ายสาธารณสุขและคณะกรรมการโรคติดต่อในแต่ละอำเภอ

ขณะเดียวกัน ในส่วนของผู้ป่วยยืนยันในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการแบ่งกลุ่มคนไข้ออกเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกคือกลุ่มที่นำเชื้อเข้ามาจากพื้นที่ที่มีการระบาดมีผู้ป่วยจำนวน 5 ราย ที่นำเชื้อเข้ามาจากต่างประเทศที่มีการระบาดไม่ว่าจะเป็น 1 ราย ที่ประเทศจีน 3 ราย จากประเทศอังกฤษ และ 1 ราย จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ส่วนอีก 2 ราย คือ การนำเชื้อเข้ามาจากกรุงเทพมหานคร โดยรายแลกมีประวัติเดินทางไปค่ายมวยที่เกิดการระบาด และอีก 1 รายที่อาศัยอยู่ในพื้นที่และมีการเดินทางโดยขนส่งสาธารณะบริเวณค่ายมวย ซึ่งในกลุ่มนี้นั้นก็มีการติดตามผู้สัมผัสจะเห็นว่าผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และผู้ที่เดินทางมาจากกรุงเทพมหานครอีก 1 ราย มีการกักกันตัวเองที่ดี และให้ผู้ที่สัมผัสมีการตรวจ กักกัน ตอนนี้จึงไม่มีผู้ป่วยยืนยันเพิ่มเติมในกลุ่มนี้ และมีเพียง 1 รายที่มีการระบาดต่อเนื่องเท่านั้น โดยแพร่ระบาด 2 กลุ่ม คือ กลุ่มคนในครอบครัว และในกลุ่มสถานบันเทิง

จากการติดตามต่อเนื่องได้พบผู้ป่วย 1 รายที่เพิ่มเติมวันนี้ เป็นหญิงอายุ 26 ปี ที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันหมายเลข 495 โดยมีการสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันในสถานบันเทิงจึงมีการติดเชื้อ ซึ่งขณะนี้การติดเชื้อระบาดยังอยู่ในวงจำกัดคือในวงที่สัมผัสในสถานบันเทิง ซึ่งมีการตรวจสอบอย่างละเอียดในส่วนของผู้ที่สัมผัสทั้งหมดก็ไม่พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อเพิ่มจากกลุ่มนี้และยังคงเป็นกลุ่มเดินที่มีประวัติเดินทางไปในสถานที่บันเทิง ดังนั้นจึงอยากขอให้ประชาชนชาวเชียงใหม่ได้เฝ้าระวังในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ อีก 2 จุดเพิ่มเติม ที่สืบเนื่องจากข้อมูลที่ได้จากการสอบสวนโรค ก็คือผู้ที่เดินทางไปยังร้าน Sound up Pub และร้าน WB Pub เชียงใหม่เเลนด์ ระหว่างวันที่ 13-18 มี.ค. 2563 ให้มีการสังเกตอาการนับจากวันที่เดินทางไปวันสุดท้าย หากพบว่ามีอาการไข้ ร่วมกับอาการทางเดินหายใจไม่ว่าจะเป็น ไอ เจ็บคอ น้ำมูก หรือหายใจหอบเหนื่อย ขอให้ไปพบแพทย์ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน และแจ้งประวัติเสียงทางโรงพยาบาลก็จะมีการตรวจสอบและแจ้งให้ทราบ

เชียงราย พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 1 ราย รวมยอดสะสมแล้วเป็น 6 ราย

28 มี.ค. 2563 ศูนย์ข้อมูลมาตรการแก้ไขปัญหาจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 จังหวัด เชียงราย ให้ทราบว่า จังหวัดเชียงราย  ยืนยันพบผู้ป่วยติดเชื้อโรคไวรัสโควิด 19 รวมยอดสะสม 6 ราย ในวันนี้  28 มีนาคม 2563  พบผู้ป่วยติดเชื้อโรครายอีก 1 ราย เป็นรายล่าสุดอยู่ตำบลนางแล  อำเภอเมืองเชียงราย ไปท่องเที่ยวต่างประเทศกลับมา แล้วกักตัวมีความรับผิดชอบต่อสังคมดี ระหว่างกักตัวมีอาการจึงไปตรวจแล้วพบว่าเป็นผู้ติดเชื้อโรคไวรัสโควิด 19  สำหรับจังหวัดเชียงราย มีการพบผู้ป่วย 5 ใน 6 ราย ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเชื้อจากภายนอกจังหวัด โดยไม่ได้ติดเชื้อมาจากคนเชียงรายกันเอง ไม่นับรายที่สองที่เป็นแม่ภรรยาของรายแรก ได้ติดเชื้อโรคจากลูกเขย  ที่กลับมาจากได้ไปเที่ยวสถานบันเทิงที่ยานทองหล่อ กรุงเทพมหานคร  

ทั้งนี้ จังหวัดเชียงราย ขอความร่วมมือทุกคนที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศและ ต่างจังหวัด​ ขอให้ปฏิบัติตัวเองตามที่กรมควบคุมโรคแนะนำ และขอให้กักตัวเองครบ 14 วันเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโรค และประชาชนปลอดภัยโดยที่ผ่านมานับตั้งแต่เกิดสถานการณ์ โควิด-19 ในประเทศไทยจนถึงขณะนี้ จังหวัดเชียงราย  มีผู้ที่เข้าระบบเฝ้าระวังส่งตรวจหาเชื้อโรคสะสมรวมทั้งหมด 112 ราย ไม่พบเชื้อ 100 ราย รอผลตรวจ 6 ราย และยืนยันพบผู้ป่วยรวม 6 ราย และทางจังหวัดเชียงราย ขอให้ประชาชนไม่จำเป็นอย่าออกนอกบ้านเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค

ลำปาง ยังไม่พบผู้ติดเชื้อ มีบุคลากรทางการแพทย์ที่สัมผัสผู้เข้าเกณฑ์เฝ้าระวัง 229 คน

นายก่อพงษ์ โกมลรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วย นายพินิจ แก้วจิตคงทอง ปลัดจังหวัดลำปาง จึงได้เรียกประชุมหัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในนามคณะทำงาน "ศูนย์อำนวยการเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19)" เพื่อทำความเข้าใจถึงแนวทางการปฏิบัติ รวมทั้งติดตามประเมินสถานการณ์ระดับพื้นที่ พร้อมจัดเตรียมวางมาตรการรองรับเพิ่มเติม เพื่อให้การป้องกันและควบคุมโรคของจังหวัดลำปางเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในส่วนนี้ทางคณะทำงานฯ ได้สรุปข้อปฏิบัติให้หน่วยงานระดับพื้นที่ดำเนินการตามข้อกฎหมายแห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ฉบับ 1 โดยมีแนวทางปฏิบัติเบื้องต้นตามประกาศจังหวัด เรื่อง "มาตรการเร่งด่วนในการป้องกันวิกฤตการณ์จากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ "COVID-19" ฉบับที่ 3 ฉบับที่ 6 และฉบับที่ 8 ซึ่งมีสาระสำคัญครอบคลุมเกี่ยวกับวิธีควรปฏิบัติตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สำหรับในสถานที่ต่างๆ ทั้งที่ทำงาน สถานประกอบการ ที่สาธารณะ สถานที่ราชการและรัฐวิสาหกิจ รวมถึงข้อควรงดเว้นปฏิบัติที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด ทั้งการงดกิจกรรมต่างๆ และการเปิด-ปิด สถานที่บริการสาธารณะ เป็นต้น

นอกจากนี้ในส่วนมาตรการคุมเข้ม ภายหลังจากพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน มีผลบังคับใช้ ทางจังหวัดลำปางได้มีการกำหนดมาตรการเร่งด่วนเพื่อรองรับ ทำการตั้งจุดตรวจควบคุมการแพร่ระบาด COVID-19 ไว้ตามเส้นทางสายสำคัญๆ ที่เชื่อมต่อกับจังหวัดใกล้เคียง 4 เส้นทาง คัดกรองบุคคลทุกคนที่เดินทางเข้ามายังพื้นที่จังหวัดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเฝ้าระวังเหตุบุคคลกลุ่มเสี่ยงด้วยการสังเกตและตรวจลักษะอาการเบื้องต้น พร้อมใช้มาตรการเข้มข้นตามกระบวนการสาธารณสุขกับผู้เดินทางข้ามพื้นที่ที่ต้องสงสัยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค เพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อ

ทั้งนี้ สำหรับสถานการณ์พื้นที่ เกี่ยวกับมาตรการติดตามบุคคลที่เข้าเกณฑ์เฝ้าระวัง ทางจังหวัดลำปางมีรายงานสถิติข้อมูลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 - 26 มี.ค. 2563 พบว่าในพื้นที่ทั้งจังหวัดลำปาง มีจำนวนผู้ที่เดินทางกลับมาจากประเทศเกาหลี 173 คน, เดินทางกลับจากประเทศตามประกาศกระทรวง (จีน อิตาลี อิหร่าน) 46 คน, เดินทางกลับจากพื้นที่ที่มีการระบาดต่อเนื่อง(29 ประเทศ) 355 คน, มีผู้ใกล้ชิดบุคคลกลุ่มเสี่ยง 218 คน และมีบุคลากรทางการแพทย์ที่สัมผัสผู้เข้าเกณฑ์เฝ้าระวัง 229 คน ในจำนวนนี้มีผู้ผ่านการติดตามเฝ้าระวังทำการกักตัวครบ 14 วัน รวมแล้ว 726 คน ยังเหลือบุคคลที่ต้องติดตามเฝ้าระวัง 295 คน และมีข้อมูลผู้ต้องติดตามเฝ้าระวังที่เดินทางกลับจากกรุงเทพมหานครและปริมณฑล กระจายอยู่ในพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ รวม 624 คน ซึ่งทั้งหมดเจ้าหน้าที่สามารถติดตาม ทำการกักตัวเพื่อเฝ้าดูอาการได้ครบทุกคน 100 เปอร์เซ็นต์ โดยยังไม่มีรายงานพบผู้ป่วยติดเชื้อในเขตพื้นที่จังหวัดลำปาง

พะเยา พบผู้ป่วยยืนยัน 2 ราย ออกประกาศขอความร่วมมือร้านอาหารต่างๆ ปิดในเวลา 22.00 น. รวมถึงร้านสะดวกซื้อ 7-11 ตั้งแต่ 30 มี.ค.-30 เม.ย. 2563

28 มี.ค. 2563 ที่ห้องประชุมภูกามยาว ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดพะเยา นายกมล เชียงวงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา พร้อมด้วย นายชุติเดช มีจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา , นายชนก มากพันธ์ ปลัดจังหวัดพะเยา , นายแพทย์ไกรสุข เพชระบูรณิน นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพะเยา , และแพทย์หญิงจิรพร ภัทรนุธาพร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพะเยา ร่วมกันแถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดพะเยา

โดยผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา กล่าวว่า จังหวัดพะเยา พบผู้ป่วยยืนยันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 แล้ว จำนวน 2 ราย โดยมีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค 35 ราย กลับบ้านแล้ว 31 ราย ยังอยู่โรงพยาบาล 4 ราย ซึ่งผู้ป่วยยืนยันรายแรกของจังหวัด เป็นผู้ป่วยชายไทย อายุ 65 ปี มีประวัติการทำงานสถานบันเทิงย่านอโศก กรุงเทพมหานครฯ เริ่มป่วยตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2563 ด้วยอาการไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ซื้อยามารับประทานเองและหยุดงานในบ้านพักของตนเอง เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2563 ได้เดินทางกลับภูมิลำเนาที่จังหวัดพะเยา ด้วยรถยนต์ส่วนตัวพร้อมเพื่อนบ้านที่อยู่ในภูมิลำเนาเดียวกันและพักอยู่แต่ในบ้านที่อยู่อาศัย จากนั้นวันที่ 24 มีนาคม 2563 ผู้ป่วยมีอาการไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัว จึงไปเข้ารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลใกล้บ้าน จากนั้นถูกนำส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาล ผลการตรวจ พบการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ขณะนี้ผู้ป่วยนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ผู้สัมผัสกลุ่มเสี่ยงทุกรายได้รับการกักตัวที่บ้าน เพื่อเฝ้าระวังโรคเป็นเวลา 14 วัน ส่วนผู้ป่วยรายที่ 2 เป็นเพศหญิง อายุ 47 ปี มีประวัติการทำงานในสถานบริการร้านนวด ย่านกรุงเทพมหานครฯ ได้เดินทางกลับภูมิลำเนาด้วยรถทัวร์โดยสารเส้นทางกรุงเทพ - เชียงของ เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2563 ถึงภูมิลำเนาวันที่ 23 มีนาคม 2563 ระหว่างวันที่ 23 – 27 มีนาคม 2563 ผู้ป่วยพักอยู่ที่บ้านตลอดและอาศัยอยู่คนเดียวในบ้าน จากนั้นวันที่ 27 มีนาคม 2563 ได้เข้ารับการตรวจและรักษาตัวที่โรงพยาบาล ผลการตรวจพบการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ขณะนี้ผู้ป่วยนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ทั้งนี้ขอให้ผู้ที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยัน หรือเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่ที่มีรายงานการระบาด แยกกักตัวที่บ้าน เป็นเวลา 14 วัน

ด้านนายชุติเดช มีจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา กล่าวว่า มาตรการเพื่อลดความเสี่ยงในพื้นที่นั้น ทางจังหวัดได้มีการเตรียมมาตรการสกัดกั้นการติดต่อเชื้อโควิด-19 โดยการบูรณาการจากทุกภาคส่วน โดยทางสาธารณสุขอำเภอ รพ.สต.จะเป็นหน่วยที่คอยดูแลผู้ที่จะต้องสังเกตอาการ ด้านนายอำเภอก็จะบูรณาการพลังมวลชนในพื้นที่รวมถึงจิตอาสาจัดตั้งด่านชุมชน เพื่อคอยดูแลประชาชนในการเข้าออกพื้นที่ ถือเป็นการคัดกรองในระดับหนึ่ง ในส่วนมาตรการที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ประกอบการ ร้านอาหารต่างๆ นั้น ทางจังหวัดได้มีการออกประกาศขอความร่วมมือร้านอาหารต่างๆ ปิดในเวลา 22.00 น. โดยการงดจำหน่ายสุรา ไม่ให้บริการลูกค้าที่เข้าไปนั่งทานภายในร้าน แต่สามารถซื้อกลับไปทานที่บ้านได้ รวมถึงร้านสะดวกซื้อ 7-11ก็ให้ปิดในเวลา 22.00 น. เช่นเดียวกัน ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม – 30 เมษายน 2563 แต่หากสถานการณ์รุนแรง มีการติดเชื้อกันมากขึ้น ทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพะเยา จะมีการประชุมหารือกันอีกครั้งเกี่ยวกับมาตรการที่จะมีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้นต่อไป 

แม่ฮ่องสอน อ.ปาย ดำเนินการเฝ้าระวังเชื้อไวรัส COVID-19 ทั้งในค่ายทหารและหมู่บ้าน

28 มี.ค. 2563 นายอเนก วิทยวิจิตร ผู้ใหญ่บ้าน บ้านน้ำฮูหมู่5 ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน พร้อมด้วยคณะกรรมการหมู่บ้าน อสม. สมาชิกกิ่งกาชาด ร่วมเฝ้าระวังคัดกรองโรค COVID-19 บริเวณทางขึ้นหมู่บ้าน โดยจะมีการดำเนินการต่อเนื่องทุกวัน จนกว่าจะสถานการณ์จะคลี่คลาย

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2563 พ.อ.สันติงพงษ์ ชิงดวง ผบ.ร.7 พัน.5 มอบน้ำยาไฮเตอร์ และเจลล้างมือ ให้ ร้อย.นขต. พร้อมให้ จนท.เสนารักษ์ แนะนำการผสมสูตรน้ำยาฆ่าเชื้อให้กับ บก.พัน. ร้อย.นขต. ส่วนแยก เพื่อดำเนินการทำความสะอาด และฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ ป้องกันเชื้อไวรัส COVID-19 ณ ค่ายโสณบัณฑิตย์ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน

ที่มาเรียบเรียงจาก: ข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจของจังหวัดเชียงใหม่ | เชียงใหม่นิวส์ | สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ [1] [2] [3] 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์