ศปม.ขอความร่วมมือ 26 หน่วยงานปรับลดเวลาและวันทำงาน-TIJ เสนอวิธีลดแออัดในเรือนจำ

หัวหน้า ศปม. ส่งหนังสือถึง 26 หน่วยงาน ให้ปรับลดเวลาและวันทำงาน ตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน | ผอ.TIJ เสนอให้ผู้ต้องขังบางส่วนพ้นโทษก่อนกำหนด พักโทษปล่อยตัวชั่วคราว ใช้กำไล EM คุมประพฤติ ลดความแออัด ป้องกันติดเชื้อ COVID-19 | แม่ทัพ 1 สั่งทำ Face Shield แจกทหารที่ออกทำงานตามจุดต่างๆ | มธ.ลดค่าหอพัก-แจกแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตให้ นศ. | ยกเลิกนำเข้า 'ชุดตรวจโควิด Rapid test จากจีน' แล้ว หลังสเปนระบุว่าใช้ไม่ได้ผล

เมื่อวันที่ 27 มี.ค. 2563 พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) ลงนามหนังสือวันที่ 26 มี.ค. 2563 แจ้งไปยัง 26 หน่วยงาน เพื่อปรับลดเวลาและวันทำงานของข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรหรือองค์การมหาชน หรือหน่วยงานอิสระ ตั้งแต่ 27มี.ค.เป็นต้นไป ตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ตามมาตรการที่ กระทรวงสาธารณสุข กำหนดและการเว้นระยะห่างทางสังคม โดย หน่วยงานดังกล่าวประกอบด้วย ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, นายกราชบัณฑิตยสภา, เลขาธิการคณะกรรมการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน, อัยการสูงสุด, ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน, เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ประธานวุฒิสภา, ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง, ประธานกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ , ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน, ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, เลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ, เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม, ประธานศาลฎีกา, ประธานศาลอุทธรณ์, อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง, อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา, ประธานศาลปกครอง, เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า, ประธานสภาพัฒนาการเมือง, เลขาธิการคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน, เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย, เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ, ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก และนายกพัทยา

TIJ เสนอวิธีลดแออัดในเรือนจำ

นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย(TIJ) กล่าวถึงกรณีพบผู้ต้องขังในเรือนจำติดเชื้อโควิด-19 แล้ว 2 รายที่เรือนจำกลางคลองเปรมและเรือนจำจังหวัดราชบุรี แม้กรมราชทัณฑ์ยืนยันว่ามีมาตรการกักตัวผู้ต้องขังใหม่ก่อนเข้าเรือนจำ และมาตรการการควบคุมโรคเป็นอย่างดี แต่ยังมีความน่าเป็นห่วง เพราะปัจจุบันมีผู้ต้องขังอยู่ในเรือนจำถึง 3.7 แสนคน แต่เรือนจำทั่วประเทศมีศักยภาพรองรับได้เพียงประมาณ 2.5 แสนคน ทำให้ไม่สามารถทำตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม หรือ social distancing ภายในเรือนจำได้ เพราะอยู่ในสภาพแออัดมาก

นายกิตติพงษ์  กล่าวว่า องค์กรศึกษาเกี่ยวกับสถานการณ์ในเรือนจำมาตลอด พบว่ามีผู้ต้องขังจำนวนมากที่อาจไม่จำเป็นต้องอยู่ในเรือนจำ คือ ผู้ต้องขังคดีถึงที่สุดแล้ว เหลือโทษจำคุกไม่ถึง 1 ปี ประมาณ 72, 000 คน ผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดี คือกลุ่มที่ต้องจำคุกทั้งที่คดียังไม่ถึงที่สุดและกลุ่มที่ไม่มีหลักทรัพย์มาประกันตัวระหว่างพิจารณาคดี 67, 000 คน  ผู้ต้องขังอายุเกิน 60 ปีขึ้นไปที่เป็นกลุ่มเสี่ยง 5,800 คน และผู้ต้องขังคดีลหุโทษมีความผิดเพียงเล็กน้อย แต่ถูกตัดสินจำคุกอีกประมาณ 9,000 คน

“เมื่อพิจารณาตัวเลขเหล่านี้ประกอบกับการแก้ปัญหาความแออัดในเรือนจำในช่วงที่ไวรัสโควิด-19 ระบาด ทาง TIJ จึงเสนอว่าควรมีกระบวนการพิจารณาให้ผู้ต้องขังบางส่วนพ้นโทษก่อนกำหนด บางส่วนได้รับการพักโทษปล่อยตัวชั่วคราว โดยมีมาตรการคุมประพฤติหรือใช้กำไล EM เป็นเครื่องมือคุมประพฤติคอยติดตามพฤติกรรม เพื่อประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเรือนจำในภาวะวิกฤติ ความปลอดภัยของสุขภาพในเรือนจำและในสังคม” นายกิตติพงษ์  กล่าว

แม่ทัพ 1 ย้ำ นขต.ทภ.1-กอ.รมน.จังหวัดให้ความร่วมมือฝ่ายปกครอง-ตำรวจอย่างเต็มที่ให้จัดทำ Face Shield แจกทหารที่ออกทำงานตามจุดต่างๆ 

พล.ท.ธรรมนูญ วิถี แม่ทัพภาคที่ 1 ประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 1 (นขต.ทภ.1) และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 1(กอ.รมน. ภาค 1) ผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอร์เรนซ์ ซึ่งที่ประชุมรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 และการปฏิบัติในส่วนต่าง ๆ ของนขต.ทภ.1และกอ.รมน.ภาค 1โดยแม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวว่า หากข้าราชการและประชาชนตระหนักถึงความสำคัญและให้ความร่วมมือการลดการแพร่เชื้อ และเจ้าหน้าที่รัฐเอาจริงเอาจังกับการดำเนินการ มีแนวโน้มที่ดีว่าการติดเชื้อจะลดลง จึงขอความร่วมมือทั้งนขต.ทภ.1 และกอ.รมน.ภาค 1ที่ขณะนี้ต้องเสียสละทำงานหนัก ประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและส่วนราชการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ขับเคลื่อนการทำงาน ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ 

แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวว่า การตั้งด่าน ในส่วนที่เป็นรอยต่อจังหวัดซึ่งเป็นถนนสายหลัก ทางตำรวจดำเนินการอยู่  ขั้นต่อไปให้ดำเนินการในเส้นรองระหว่างอำเภอ ตำบล ในส่วนของตำรวจจะดูแลเรื่องการจราจร ซักถาม ตรวจบัตรประชาชน ส่วนสาธารณสุขจะดูแลเรื่องการวัดไข้ อย่างไรก็ตาม ให้ทุกหน่วยศึกษาข้อมูลการปฏิบัติของส่วนราชการอื่น ๆ ซักซ้อมในหน่วย เตรียมกำลัง ชี้แจง ฝึก เตรียมอุปกรณ์ระวังป้องกัน เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ ซึ่งจากข้อมูลของสาธารณสุข เชื้อโรคสามารถเข้าในร่างกายได้หลายช่องทาง จึงขอให้แต่ละหน่วยจัดทำ Face Shield แจกจ่ายให้แก่สารวัตรทหารและเจ้าหน้าที่กอ.รมน.จังหวัดที่ออกปฏิบัติงานตามจุดต่าง ๆ

พล.ท.ธรรมนูญ กล่าวว่า ขณะนี้มีข้อห่วงใยในส่วนของผู้ที่กลับภูมิลำเนา ถ้าภายใน 2-3 วันนี้ผู้ติดเชื้อจำนวนเพิ่มขึ้นแสดงว่าการป้องกันไม่ได้ผล ต้องคุมในพื้นที่ให้อยู่ ให้ช่วยกันตักเตือนประชาชน ขอความร่วมมือให้อยู่ภายในบ้านพัก เห็นแก่สังคมโดยรวม งดการชุมนุมจำนวนมาก เพราะเชื้อโรคไม่มีเสาร์อาทิตย์ ต้องไปหาข้อมูลว่าคนที่มาสนามมวย ไปสถานบันเทิงแล้วป่วย มีคนใกล้ชิดกลับไปภูมิลำเนา ให้สำรวจค้นหาว่าในพื้นที่ความรับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 1 ทั้ง 26 จังหวัดมีญาติมิตรป่วยเพิ่มขึ้นหรือไม่ ซึ่งการดำเนินการในระะดับหมู่บ้านจะได้ผลมาก ขอให้ปฏิบัติงานโดยเคร่งครัด โดยประสานกับส่วนต่าง ๆ 

แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวว่า เรื่องการเข้า-ออกค่ายทหาร ขอให้กำลังพลและครอบครัวปฏิบัติตามข้อกำหนด ห้ามเกินเวลา 21.00 น. เว้นแต่มีเหตุจำเป็นอย่างยิ่งยวด เช่นการเจ็บป่วย และต้องบันทึกการเข้า-ออกอย่างเคร่งครัด ห้ามการเดินทางข้ามจังหวัด หากต้องไปปฏิบัติหน้าที่ ต้องมีหนังสือรับรอง หากตำรวจตรวจพบจะแจ้งมายังกองทัพบก และต้องถูกลงโทษเด็ดขาด ให้กำชับผู้ใต้บังคับบัญชาทราบทั่วกัน ให้ปฏิบัติตามข้อสั่งการอย่างเคร่งครัด 

พล.ท.ธรรมนูญ กล่าวว่า  ในส่วนของกำลังพลให้ทุกหน่วยดูแลสุขภาพของกำลังพล เพื่อให้กองทัพภาคที่ 1 ปลอดจากการติดเชื้อ ให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับแต่งกายนอกเครื่องแบบเยี่ยมเยียนกำลังพลและครอบครัวตามบ้านพัก ส่วนจะนำสิ่งใดไปมอบเป็นขวัญกำลังใจ ให้เป็นไปตามขีดความสามารถของหน่วย ให้พบปะทหารกองประจำการเชิญชวนผู้สมัครใจรับราชการต่อ ห้ามข่มขู่ และรวบรวมจำนวนเพื่อเสนอต่อกองทัพบกต่อไป  

แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มีข้อกำหนดเรื่องห้ามการกักตุนสินค้า ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมีความเป็นห่วงกรณีไข่มีราคาแพง ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน  ซึ่งเรื่องการจัดหาไข่ เป็นเรื่องของพาณิชย์จังหวัดที่จะประสานฟาร์มไก่ในพื้นที่ แต่ในส่วนของทหารให้พร้อมสนับสนุนเรื่องการขนส่ง เคลื่อนย้าย และให้กำชับร้านค้าสวัสดิการทหารต้องขายไข่ในราคาปกติ ห้ามแชร์ข่าวที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ว่าเป็นข่าวเท็จ ขอให้ระมัดระวัง

“ฝากให้กำลังใจท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเป็นผอ.รมน.จังหวัด หากมีสิ่งใดที่กอ.รมน.ภาค 1 และนขต.ทภ. 1 ให้การสนับสนุนได้ พร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ” แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าว

มธ.ลดค่าหอพัก-แจกแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตให้ นศ.

รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เผยแพร่ข้อความผ่านเฟสบุ๊ค Gasinee Witoonchart Official ระบุว่า เข้าใจว่าช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่มีความลำบากทั้งในการเรียน การใช้ชีวิตประจำวัน และด้านเศรษฐกิจของทุกๆ คน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไม่ได้นิ่งนอนใจ ออกมาตรการบรรเทาเยียวยาภาระของผู้ปกครองและนักศึกษาเพิ่มเติม ดังนี้ 

1.นักศึกษาที่เช็คเอาท์ออกจากหอพักตั้งแต่ 21 มี.ค. 2563 และต่อไปจากนี้ สำนักงานบริหารทรัพย์สินฯ จะคืนเงินค่าเช่าตามจำนวนเดือนที่ออกก่อนครบสัญญา 1 ปี พร้อมกับเงินประกัน

2.นักศึกษาที่ยังอยู่ในหอพัก และปีการศึกษาหน้า จะอยู่หอพักมหาวิทยาลัยต่อไป สำนักงานบริหารทรัพย์สินฯ จะลดค่าเช่าหอพักในปีหน้าให้ 2 เดือน

3.สำหรับนักศึกษาที่ยังอยู่ในหอพัก แต่ปีการศึกษาหน้าจะไม่ได้พักในหอพักของมหาวิทยาลัยแล้ว สำนักงานบริหารทรัพย์สินฯ จะลดค่าหอให้ 50 % เป็นเวลา 3 เดือน โดยวิธีการคืนเงินและเวลาที่จะคืนเงินให้ สำนักงานบริหารทรัพย์สินจะได้แจ้งต่อไปอีกครั้งหลังจากนี้

นอกจากนี้ ก่อนหน้านี้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยังได้มีมาตรการแจกซิมอินเทอร์เน็ตฟรี สำหรับนักศึกษาที่มีปัญหาในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต โดย รศ.เกศินี ระบุว่า นักศึกษาที่มีปัญหาไม่มีอินเทอร์เน็ต หรือเข้าถึงอินเทอร์เน็ตลำบากมหาวิทยาลัยติดต่อหาซิมให้แล้ว เข้าใจว่าการเรียนออนไลน์อาจจะไม่ได้สะดวกสำหรับนักศึกษาทุกคน

ในสถานการณ์เช่นนี้มหาวิทยาลัยก็เลยจัดทำโครงการ Educational SIM สำหรับนักศึกษาธรรมศาสตร์ ประสบปัญหาการเข้าถึงเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อการเรียนแบบออนไลน์ โดยนักศึกษาที่มีความจำเป็นขอให้ลงทะเบียนได้ผ่านไลน์ @Thammasat Univeristy Official เพื่อลงทะเบียนขอรับ Internet Package ความเร็ว 4 Mbps (unlimited) เป็นเวลา 3 เดือน

“โครงการนี้ทำเพื่อให้มีนักศึกษาทุกคนสามารถเข้าถึงการเรียนออนไลน์ได้อย่างเท่าเทียมค่ะ เพราะฉะนั้นขอ นศ. ที่ขาดที่ไม่มีก่อนนะคะ”

สำหรับนักศึกษาที่มีระบบรายเดือน ที่อยากลงทะเบียนก็อาจจะเปลี่ยนเบอร์เดิมเป็นแบบเติมเงิน หรือซื้อซิมใหม่แบบเติมเงินมาลงทะเบียนได้ โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  โครงการ EDUCATIONAL SIM สำหรับ นศ. ที่ขาดแคลน

รฟม.ขอผู้โดยสารสายสีม่วง ข้ามไปนนทบุรี ต้องกรอกแบบสุขภาพ

นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า ตามที่ กรมการขนส่งทางราง (ขร.) ได้ออกประกาศ เรื่อง มาตรการพึงปฏิบัติการจัดการระบบขนส่งทางราง ภายใต้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 กรณีผู้โดยสารใช้บริการรถไฟฟ้าข้ามเขตพื้นที่จังหวัด ต้องจัดให้มีคำถามสุขภาพ (แบบ ต.8 คค) เพื่อให้ผู้โดยสารกรอกข้อมูลอันเป็นประโยชน์ต่อการควบคุมโรคติดต่อ ณ สถานีที่ตั้งอยู่ในจังหวัดอื่นบริเวณปลายทางนอกเขตกรุงเทพมหานคร

รฟม.และ BEM จึงขอความร่วมมือผู้โดยสารรถไฟฟ้า MRT ที่เดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัด กรอกรายละเอียดลงในเอกสารแบบคำถามสุขภาพ (ต.8 คค) ณ สถานีปลายทางที่อยู่นอกเขตกรุงเทพมหานคร และพกติดตัวเพื่อแสดงแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐกรณีถูกขอตรวจสอบ โดยได้จัดเตรียมเอกสารและจุดกรอกข้อมูลไว้ที่บริเวณชั้นชานชาลา รถไฟฟ้า MRT สายสีม่วงทุกสถานี เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสาร

ขณะเดียวกัน ขอให้ผู้โดยสารทุกท่านสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาที่เข้าใช้บริการระบบรถไฟฟ้า ให้ความมือกับเจ้าหน้าที่บริเวณจุดคัดกรองเพื่อตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าใช้บริการระบบรถไฟฟ้าและรักษาระยะห่างระหว่างกันอย่างน้อย 1-2 เมตร เพื่อป้องกัน และลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด–19

ยกเลิกนำเข้า 'ชุดตรวจโควิด Rapid test จากจีน' แล้ว หลังสเปนระบุว่าใช้ไม่ได้ผล

28 มี.ค. 2563 บริษัทเอ็มพี เมดกรุ๊ป จำกัด หนึ่งในบริษัทที่ยื่นประเมิน ได้โพสต์ผ่าน facebook ของทางบริษัทว่า ได้แจ้งขอยกเลิกใบอนุญาตการนำเข้าสินค้า Rapid test สำหรับตรวจหาเชื้อชุดก่อโรค COVID-19 ยี่ห้อ Bioeasy ซึ่งผลิตโดยบริษัท Shenzhen Bioeasy Technology จำกัด ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้วตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม2563 เป็นต้นไป รายละเอียดดังนี้

ทางบริษัทเอ็มพี เมดกรุ๊ป จำกัด ขอแจ้งให้ทุกท่านทราบว่าทางบริษัทได้แจ้งขอยกเลิกใบอนุญาตการนำเข้าสินค้า Rapid test สำหรับตรวจหาเชื้อชุดก่อโรค COVID-19 ยี่ห้อ Bioeasy ซึ่งผลิตโดยบริษัท Shenzhen Bioeasy Technology จำกัด ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้วตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค. 2563 เป็นต้นไป เนื่องด้วยพบรายงานเรื่องปัญหาคุณภาพด้านการแปลผลที่ราชอาณาจักรสเปนและสหภาพยุโรป โดย ณ ปัจจุบันทางบริษัทยังไม่เคยมีการนำเข้าชุดทดสอบนี้มาจัดจำหน่ายภายในประเทศไทย จึงแจ้งมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน ซึ่งทางบริษัทต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่งในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ในครั้งนี้
และยังคงไว้ซึ่งคุณภาพและมาตรฐานความเป็นบริษัทของคนไทยที่ยืนหยัดเคียงข้างสังคมไทยเพื่อให้ชาวไทยทุกคนมีสุขภาพที่ดีและแข็งแรงตลอดไป

ที่มาเรียบเรียงจาก สนักข่าวไทย [1] [2] [3] | Thai PBS [1] [2] | Hfocus

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์