31 มี.ค. เชียงใหม่พบผู้ติดเชื้อ COVID-19 เพิ่ม 2 ราย สะสม 34 ราย - ค่ายเทพสิงห์ ยกระดับกระจายเสียงตามสาย

31 มี.ค. 2563 เชียงใหม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 2 ราย สะสม 34 ราย | 'เชียงราย' เพิ่มอีก 1ราย รวมเป็น 9 ราย | ค่ายเทพสิงห์และหมู่บ้านใกล้เคียง จ.แม่ฮ่องสอน ยกระดับการป้องกัน COVID-19 ผ่านเสียงตามสายตามหลัก Social Distance | สถานีขนส่งน่านหยุดให้บริการเข้า-ออก ทุกเส้นทางตั้งแต่วันที่ 1-30 เม.ย. 2563 | และสถานการณ์ COVID-19 จังหวัดอื่นๆ ในภาคเหนือ


ค่ายเทพสิงห์และหมู่บ้านใกล้เคียง จ.แม่ฮ่องสอน ยกระดับการป้องกัน COVID-19 ผ่านเสียงตามสายตามหลัก Social Distance | ที่มาภาพ: สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

31 มี.ค. 2563 ศูนย์ข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจ จังหวัดเชียงใหม่ (ศ.ข.ฉ.ก.) ได้แถลงข่าวสถานการณ์เชื้อไวรัส COVID-19 ในพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ ประจำวันที่ 31 มี.ค. 2563 เพื่อแจ้งข้อมูลความคืบหน้าของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่โดยไลฟ์สดผ่านเพจข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจจังหวัดเชียงใหม่

นายแพทย์ชาญชัย พจมานวิพุธ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ 1 โรงพยาบาลนครพิงค์ เปิดเผยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จังหวัดเชียงใหม่ว่าวันนี้ (31 มี.ค. 2563) จังหวัดเชียงใหม่ มีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อไวรัสโควิด–19 เพิ่ม 2 ราย รวมผู้ป่วยยืนยันสะสม 34 ราย โดยรายแรกเป็นเพศหญิง เป็นแฟนของผู้ป่วยยืนยันที่มีอาชีพเป็นดีเจในสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง อีก 1 ราย เป็นเพศชาย อายุ 43 ปี มีอาชีพเป็นเชฟของโรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ มีประวัติไปพื้นที่เสี่ยงในสถานบันเทิง WB Pub เมื่อวันที่ 16 มี.ค. และสังสรรค์กับผู้ป่วยยืนยันรายที่ 495 และผู้ป่วยยืนยันของจังหวัดลำพูน โดยเริ่มมีอาการป่วยเมื่อวันที่ 27 มี.ค. ซึ่งรายนี้มีผู้สัมผัสใกล้ชิด จำนวน 7 คน ขณะนี้กำลังติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดมาดำเนินการตามกระบวนการต่อไป

ทั้งนี้ขณะนี้จังหวัดเชียงใหม่ มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังโรคจำนวน 664 ราย ตรวจแล้วไม่พบเชื้อและกลับบ้านจำนวน 574 ราย และสังเกตอาการอยู่ในโรงพยาบาลจำนวน 90 ราย โดยผู้ป่วยสะสมทั้ง 34 ราย มาจากกลุ่มที่เดินทางกลับมาจากพื้นที่ระบาด จำนวน 9 ราย กลุ่มผู้สัมผัสร่วมบ้านผู้ป่วยยืนยัน 3 ราย และกลุ่มมีประวัติเกี่ยวข้องกับสถานบันเทิงในจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 22 ราย

สธ.ลำพูน ประกาศให้ผู้สัมผัสผู้ป่วยติดเชื้อ รับคำแนะนำในการปฏิบัติตัวและเฝ้าระวังติดตามอาการ

31 มี.ค. 2563 ที่ศาลากลางจังหวัดลำพูน นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดลำพูน พร้อมด้วย และนายแพทย์สาริกข์ พรหมมารัตน์ เวชศาสตร์ครอบครัวโรงพยาบาลลำพูน แถลงข่าวจากศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) จังหวัดลำพูนต่อสื่อมวลชน ซึ่งขณะนี้ยังพบผู้ป่วยยืนยันรวมจำนวน 3 ราย

ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวว่าสถานการณ์จังหวัดลำพูน ข้อมูล ณ วันที่ 31 มี.ค. 2563 เวลา 08.00 น. มีผู้ป่วยยืนยันโรคโควิด-19 จำนวน 3 ราย ผู้เข้าเกณฑ์เฝ้าระวังโรค สะสม จำนวน 79 ราย รักษาหาย 56 ราย ยังคงรักษาในโรงพยาบาล 23 ราย และอยู่ระหว่างรอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ 5 ราย จากการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 30 มี.ค. 2563 พบผู้ติดเชื้อ 3 ราย ในรายที่ 1 ชายไทยอายุ 39 ปี เดินทางมาจกอินโดนีเซีย อยู่ในระหว่างการรักษาอยู่ในโรงพยาบาลลำพูน ไม่มีอาการผิดปกติ สำหรับผู้ที่สัมผัส (มารดา) ได้ทำการกักตัวตั้งแต่วันที 28 มี.ค. 2563 ซึ่งจะครบ 14 วัน ในวันที่ 10 เม.ย. 2563 ซึ่งขณะนี้อยู่ในการกำกับดูแลของบุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่ ไม่มีอาการผิดปกติ 

ในรายที่ 2 ชายไทยอายุ 30 ปี ที่ติดเชื้อจากสถานบันเทิงจังหวัดเชียงใหม่ อยู่ในระหว่างการรักษาอยู่ในโรงพยาบาลลำพูน ตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค. 2563 ในรายที่ 3 เป็นผู้ติดเชื้อซึ่งเป็นภรรยาของผู้ติดเชื้อรายที่ 2 อยู่ในระหว่างการรักษาอยู่ในโรงพยาบาลลำพูน ตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค. 2563 ไม่มีอาการผิดปกติ ประวัติ (Time line) 14 มี.ค. 2563 ไปเที่ยวที่ WB Pub ที่ จ.เชียงใหม่ วันที่ 15-28 มี.ค. 2563 ผู้ป่วยไปทำงานในที่สถานที่เอกชนใน จ.ลำพูน ทุกวัน เวลา 09.00 - 18.00 น. (ช่วงพักเที่ยงจะกลับมาทานข้าวที่บ้านทุกวัน) วันที่ 25 มี.ค. 2563 กินหมูกระทะกันที่บ้านผู้ป่วย มีเพื่อนมาร่วมกินด้วยกันจำนวน 5 ราย ซึ่งผู้สัมผัสร่วมกินหมูกระทะ จำนวน 5 ราย รอการยืนยันผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ (เนื่องจากการเก็บตัวอย่างต้องเก็บหลังการสัมผัสกับผู้ติดเชื้ออย่างน้อย 5 วัน) โดยเก็บตัวอย่างวันที่ 31 มี.ค. 2563 และอยู่ในการกำกับดูแลของแพทย์โรงพยาบาลลำพูน 

สำหรับผู้สัมผัสที่ทำงานสถานที่ทำงานกับผู้ติดเชื้อรายที่ 3 จำนวน 11 คน แยกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1.สัมผัสเสี่ยงสูง (ทำงานแผนกเดียวกันกับผู้ป่วย ) จำนวน 2 ราย ซึ่งได้ทำการเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจทางห้องปฏิบัติการทั้งนี้รอการยืนยันผลและได้อยู่ในการกำกับดูแลของแพทย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว 2.สัมผัสเสี่ยงต่ำ (ทำงานที่สถานที่เดียวกันแต่คนละแผนกและไม่สัมผัสใกล้ชิด) จำนวน 9 ราย นายอำเภอได้มีการออกคำสั่งให้มีการกักตัวเองที่บ้าน จนครบ 14 วัน ในระหว่างนี้ ผู้ป่วยได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางโดยเดินทางไปทำงานตามปกติ และกลับมารับประทานอาหารกลางวันที่บ้านหลังจากนั้นไม่ได้ไปสถานที่อื่นใด

ในส่วนกลุ่มผู้สัมผัสผู้ติดเชื้อรายที่ 2 ประกอบด้วย 1.ผู้สัมผัสในครอบครัวผู้ป่วยทั้ง 4 คน (ลูก,แม่,ภรรยา,พี่สาวและสามีพี่สาว) ผลการตรวจไม่พบเชื้อ และให้กักตัวที่บ้านจนครบ 14 วัน 2. พี่เลี้ยงของลูกผู้ป่วย ผลการตรวจไม่พบเชื้อ และให้กักตัวที่บ้านจนครบ 14 วัน 3. แพทย์ประจำคลินิกแห่งนั้น 1 ราย และเจ้าหน้าที่ประจำคลินิก จำนวน 5 ราย ผลการตรวจไม่พบเชื้อ และให้กักตัวที่บ้านจนครบ 14 วัน

สำหรับมาตรการ ประกอบด้วย 1. สถานประกอบการได้ปิดสถานที่ทำงาน จำนวน 3วัน (วันที่ 30 มี.ค.-1 เม.ย. 2563) และให้ดำเนินการทำความสะอาดฆ่าเชื้อโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และแนะนำการฝาระวัง การคัดกรอง สำหรับผู้มารับบริการตามแนวทางของกรมควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด 2. มีเจ้าพนักงานควบคุมโรคในระดับอำเภอเข้าไปให้คำแนะนำผู้สัมผัสทั้ง 9 คน กักตัว 14 วัน และกำกับติดตามรายงานผลการปฏิบัติงานทุกวัน ให้คณะทำงานศูนย์บริหารสถานการณ์ ๆ ระดับ อปท. 3. มีการติดตามรายชื่อผู้มารับบริการที่คลินิกที่ผู้ป่วยมาใช้บริการในวันที่ 23 มี.ค. 2563 ตั้งแต่เวลา14.00 น. เป็นต้นไป

ด้านนายวิทยา พลสีลา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส รักษาราชการแทนนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำพูน เปิดเผยว่า ตามรายงานการสอบสวนโรค การค้นหาผู้สัมผัสผู้ป่วยคิดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVD - 19)ที่พบในจังหวัดลำพูน พบว่า มีข้อมูลการสัมผัสจากผู้ป่วย จำนวน 1 ราย ที่เป็นผู้โดยสารมากับสายการบินของ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งไม่ทราบจำนวน และไม่สามารถติดตามตัวเพื่อรับคำแนะนำในการปฏิบัติตัวและเฝ้าระวังติดตามอาการได้ เพื่อประโยชน์ในการป้องกัน และลดวามเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นแก่ประชาชนภายในวงกว้าง และเพื่อเป็นการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในพื้นที่จังหวัดลำพูน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูนจึงมีประกาศ ดังนี้
 
1. ขอให้ผู้โดยสารที่เดินทางมากับสายการบินที่ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 เดินทางมาด้วยซึ่งถือเป็นผู้สัมผัสผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในกรณีที่ผู้เดินทางฯ เป็นประชาชนจังหวัดลำพูนให้ติดต่อประสานงาน เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีโรคติดเชื้อโคโรนา 2019 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูน โดยด่วน ทางหมายเลขโทรศัพท์ 062 920 6444 สำหรับผู้เดินทางฯ ที่อยู่ต่างจังหวัดให้ติดต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรือโรงพยาบาลใกล้บ้าน เพื่อรับคำแนะนำในการปฏิบัติตัวและเฝ้าระวังติดตามอาการ

1.1 สายการบินของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เที่ยวบินที่ TG434 ออกเดินทางจากสนามบินกรุงจากาต้า ประเทศอินโดนีเชียในวันที่ 19 มี.ค. 2563 เวลา 13.00 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ เวลา 17.00 น.

1.2 สายการบินของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เที่ยวบินที่ TG120 ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ ในวันที่ 19 มี.ค. 2563 เวลา 18.50 น. ถึงสนามบินนานาชาติเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เวลา 20.00 น.
 
อีกเรื่องหนึ่ง ประกาศสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูน เรื่อง ให้ผู้สัมผัสผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่เที่ยวสถานบันเทิง WB Pub จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรับคำแนะนำในการปฏิบัติตัวและเฝ้าระวังติดตามอาการ ตามรายงานการสอบสวนโรค การค้นหาผู้สัมผัสผู้ป่วยติดซื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) ที่พบในจังหวัดลำพูน พบว่ามีข้อมูลการสัมผัสจากผู้ป่วย จำนวน 1 ราย ที่เป็นผู้ที่เข้าไปเที่ยวในสถานบันเทิง WB Pub จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งไม่ทราบจำนวน และไม่สามารถติดตามตัวเพื่อรับคำแนะนำ ในการปฏิบัติตัวและ เฝ้าระวังติดตามอาการได้ เพื่อประโยชน์ในการป้องกัน และลดวามเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นแก่ประชาชนภายในวงกว้าง และเพื่อเป็นการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในพื้นที่จังหวัดลำพูน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูนจึงมีประกาศ ให้นักท่องเที่ยวที่เข้าไปเที่ยวในสถานบันเทิง WB Pub จังหวัดเชียงใหม่ ในระหว่างวันที่ 17-18 มี.ค. 2563 ในกรณีที่นักท่องเที่ยวเป็นประชาชนจังหวัดลำพูนให้ติดต่อประสานงาน เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการฉุกฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีโรคติดเชื้อโคโรนา 2019 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูน โดยด่วน ทางหมายเลขโทรศัพท์ โทรศัพท์ 062 920 6444 สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยู่ต่างจังหวัดให้ติดต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือโรงพยาบาลใกล้บ้าน เพื่อรับคำแนะนำในการปฏิบัติตัวและฝ้าระวังติดตามอาการ

ค่ายเทพสิงห์และหมู่บ้านใกล้เคียง จ.แม่ฮ่องสอน ยกระดับการป้องกัน COVID-19 ผ่านเสียงตามสายตามหลัก Social Distance


ที่มาภาพ: สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

จากสถานการณ์ COVID19 ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะดีขึ้น ด้วยความห่วงใย พ.อ.สมรรถชัย แปงสาย ผบ.ฉก.ทพ.36 จึงได้เสนาสนเทศ ผ่านเสียงตามสาย ภายในค่ายเทพสิงห์และหมู่บ้านใกล้เคียงใน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อให้เป็นไปตามแนวทาง Social Distance หรือ การเว้นระยะห่างทางสังคม โดยได้ยกระดับการป้องกันของหน่วย แบ่งส่วนพื้นที่กองบังคับการกรม เป็นเขต Green Zone 100% มีการตรวจคัดกรอง ณ ช่องทางเข้า-ออก กำลังพลที่ปฏิบัติงาน ต้องใส่หน้ากาก มีการทำความสะอาดพื้นด้วยน้ำยาที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อตลอดเวลา มีการคัดกรองกำลังพลที่มีอาการหรือ เข้าไปในพื้นที่เสี่ยง รวมถึง การ Work At Home เพื่อลดการแออัด

ในส่วนของพื้นที่บ้านพักทางราชการ ได้ขอความร่วมมือกำลังพลและครอบครัว ในการป้องกัน โดยการห้ามออกนอกบริเวณ ในห้วงเวลา 21.00 – 05.00 น. งดเว้นการพบปะสังสรรค์ รวมถึงงดเว้นการใช้ภาชนะร่วมกัน ให้หมั่นทำความสะอาดบ้านพักและเครื่องอุปโภค สำหรับบุคคลที่มีโอกาสได้รับเชื้อสูง เช่น ผู้สูงวัย  ผู้ที่มีภาวะป่วยทางระบบทางเดินหายใจ ผู้เป็นโรคหัวใจ ควรต้องงดการออกนอกบริเวณ

ผบ.ย้ำความรับผิดชอบต่อตนเอง รับผิดชอบต่อสังคม หากเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง หรือสัมผัสกับคนกลุ่มเสี่ยง ขอให้มีการกักตัว และการเข้าไปในพื้นที่ชุมชน ต้องป้องกันตัวเองด้วยการสวมใส่หน้ากาก และทำความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอล์ พึงระลึกเสมอว่า ทุกพื้นที่มีการปนเปื้อนของเชื้อ เมื่อทุกคนให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดจะทำให้ผ่านวิกฤติ COVID-19 ไปด้วยกันอย่างรวดเร็ว

สถานีขนส่งน่านหยุดให้บริการเข้า-ออก ทุกเส้นทางตั้งแต่วันที่ 1-30 เม.ย. 2563

สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดน่าน โดยเทศบาลเมืองน่าน ประชาสัมพันธ์แจ้งผู้โดยสาร รถโดยสารสาธารณะและประชาชนทั่วไป กรณี : ยุติการเดินรถโดยสารสาธารณะระหว่างจังหวัด อาทิ กรีนบัสไทยแลนด์ บริษัท ชัยพัฒนาขนส่งเชียงใหม่ จำกัดบริษัทขนส่ง จำกัด บริษัทนครชัยแอร์ จำกัด บริษัท สุโขทัยวิน ทัวร์ จำกัด บริษัท เชิดชัยทัวร์ จำกัด บริษัท สมบัติทัวร์ จำกัด ฯลฯ ขณะที่รถโดยสารสาธารณะภายในจังหวัด ยังคงให้บริการประชาชนตามปกติ แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด ตั้งแต่วันที่ 1-30 เมษายน 2563 ทั้งนี้เป็นไปตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19

 ด้านนายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน กล่าวว่า ปัจจุบันเทศบาลเมืองน่านยังคงดำเนินมาตรการเข้ม ทั้งการรณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชน กรณีการแพร่ระบาดของ ไวรัส โควิด-19 จัดเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองน่านร่วมกับเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุข และ อสม.ในเขตเทศบาลเมืองน่าน หัวหน้าบ้านทั้ง 31 ชุมชน แบ่งพื้นที่รับผิดชอบลงพื้นที่และประชาสัมพันธ์ในช่องทางสาธารณะต่างๆ สร้างความรู้ความเข้าใจ แจ้งข้อมูลผู้ที่เดินทางกลับมาจากพื้นที่เสียง แนะแนวทางปฏิบัติตน แนวทางการจัดงานศพและพิธีฌาปณกิจศพ ดำเนินการคัดกรองสมาชิกในครัวเรือน ในเขตเทศบาลเมืองน่านที่มีจำนวนกว่า 11,762 ครัวเรือน ประชากรในพื้นที่กว่า 21,000 คน สร้างการรับรู้ แนวทางการป้องกันตนเองอย่างถูกวิธี แนะนำแนวทางปฏิบัติแก่ผู้ประกอบการ พ่อค้า-แม่ค้า ตลาด ร้านค้า ฯลฯ ตามประกาศ พรก.ฉุกเฉิน ประกาศจังหวัดน่าน และประกาศคณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัดน่าน แนะนำการใช้วิธี Social Distancing เพิ่มระยะห่างทางสังคม เป็นต้น

ปิดหมู่บ้านคลองกล้วยเหนือ จ.อุตรดิตถ์ หลังพบติดเชื้อ 3 คน

31 มี.ค. 2563 บ้านคลองกล้วยเหนือ หมู่ที่ 9 ต.ไร่อ้อย อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ คงมาตรการคุมเข้มป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 หลังจากได้รับการยืนยันมีผู้ป่วยติดเชื้อ 3 คน เป็นเชฟที่เดินทางกลับจากกาตาร์ ภรรยาและลูกชายวัย 9 ขวบ

ฝ่ายความมั่นคงสาธารณสุขและฝ่ายปกครองได้ร่วมกันฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ นำแผงเหล็กกั้นทางเข้า-ออกหมู่บ้าน 4 ใน 6 เส้นทาง พร้อมติดป้ายคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อขนาดใหญ่แจ้งให้คนในหมู่บ้านยึดถือปฏิบัติ 

นอกจากนี้ เพื่อดูแลผู้กักตัวเฝ้าระวังโรค ทหารได้ทำอาหารมาแจกจ่ายให้คนในหมู่บ้าน ขณะที่ผู้ใหญ่บ้านเป็นห่วงเด็กๆ วอนผู้เกี่ยวข้องส่งนมผง นมกล่อง ฝากไว้ที่จุดตั้งด่านตรวจทางเข้าหมู่บ้านด้วย เพราะขณะนี้ชาวบ้านทุกคนให้ความร่วมมือไม่ออกจากพื้นที่ 14 วัน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค

'เชียงราย' เพิ่มอีก 1ราย รวมเป็น 9 ราย

31 มี.ค. 2563 ศูนย์ข้อมูลมาตรการแก้ไขปัญหาจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 จังหวัดเชียงราย ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงราย โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงราย ได้รายงานให้ทราบว่า ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย พบผู้ป่วยติดเชื้อโรคเพิ่มอีก 1 ราย ซึ่งเป็นรายที่ 9 ของเชียงราย เป็นหญิง อายุ 24 ปี อาชีพค้าขายผ่านระบบออนไลน์ อยู่บ้าน ต.ศรีเมืองชุม อ.แม่สาย มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันโรคโควิด 19 ของจังหวัดเชียงใหม่ ช่วงวันที่ 17-22 มี.ค. 2563 และเริ่มมีอาการป่วยเมื่อวันที่ 29 มี.ค. 2563 ด้วยอาการเจ็บคอ ปวดศีรษะ มารับการตรวจที่โรงพยาบาลแม่สาย เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 2563 ผลตรวจยืนยันติดเชื้อโรคไวรัสโควิด 19 เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2563 ยังมีผู้สัมผัสร่วมบ้านมี 3 คน คือ แม่ พ่อเลี้ยง และสามี ทั้งหมดอยู่ในความดูแลเฝ้าระวังติดตามอาการ จากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ ส่วนผู้สัมผัสอื่น ๆ อยู่ในระหว่างดำเนินการติดตาม

ทางจังหวัดเชียงรายได้รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ประจำวันที่ 31 มี.ค. 2563 มีการส่งตรวจหาเชื้อสะสม 129 ราย ไม่พบเชื้อ 120 ราย รักษาตัวที่โรงพยาบาล 16 ราย กลับบ้านแล้ว 92 ราย ให้มีการเฝ้าระวังที่บ้าน 21 ราย และจังหวัดเชียงราย ยืนยันพบผู้ป่วยติดเชื้อโรคโควิด 19 ยอดสะสมรวม 9 ราย ที่อำเภอแม่จัน 3 ราย อำเภอแม่สาย 3 ราย อำเภอเทิง 2 ราย และอำเภอเมืองเชียงราย 1 ราย เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ซึ่งจังหวัดเชียงราย ออกมาตรการต่างๆเพื่อดำเนินการลดโอกาสการแพร่ระบาดของโรคในสถานที่ต่างๆ ที่มีความเสี่ยงสูง ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการ ถ้าไม่จำเป็นอย่าออกนอกบ้านเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้ปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ ขอให้ประชาชนทุกคนป้องกันตนเองใช้หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ ให้มีระยะห่างประมาณ 1-2 เมตร และไม่ไปสถานที่เสี่ยงที่มีคนแออัดเป็นจำนวนมา

ที่มาเรียบเรียงจาก ข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจของจังหวัดเชียงใหม่ | สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ [1] [2] [3] [4] [5] | สำนักข่าวไทย [1]

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์