เพจอนาคตใหม่ รำลึก 1 ปีลงสัตยาบัน ลั่น 54 ส.ส. จะทำตามสัญญาต่อไป

เฟสบุ๊คเพจอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความครบรอบ 1 ปีลงนามสัตยาบันอนาคตใหม่ ไล่ไทม์ไลน์ตั้งแต่ลงนามร่วมเจตนารมย์ ก่อนโดน กกต. ตัดจำนวน ส.ส. พึงได้ การเข้ามาของศรีนวล บุญลือ มติขับ 4 งูเห่า ก่อนมีเพิ่มอีก 11 รายย้ายค่ายหลังยุบพรรค ลั่น ที่เหลือ 54 ส.ส. จะไม่ทรยศประชาชน

ภาพกิจกรรมลงสัตยาบันเมื่อ 30 มี.ค. 2562 (แฟ้มภาพ)

31 มี.ค. 2563 เฟสบุ๊คเพจอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความ "ครบรอบ 1 ปี ลงนามสัตยาบัน 'อนาคตใหม่' 54 ส.ส. ยังยึดมั่นอุดมการณ์สานต่อภารกิจกับ 'พรรคก้าวไกล'" ที่ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เคยได้นำกล่าวสัตยาบันและลงนามร่วมกับ ส.ส. อดีตพรรคอนาคตใหม่ คณะทำงานและเจ้าหน้าที่พรรคจำนวนกว่า 500 ชีวิต ว่าจะเดินทางไปด้วยกันตลอดการทำหน้าที่ ส.ส.

ตอนหนึ่งของโพสท์ระบุว่า กิจกรรมดังกล่าวของ อนค. มีการเชิญอุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานรัฐสภา และอดีตประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ บรรยายให้ความรู้ในหัวข้อ "สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย" กิจกรรมเวิร์คช็อปการเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรในหัวข้อ "ต้องการทำอะไรเมื่อได้เป็น ส.ส." การเตรียมตัวเป็น ส.ส. ข้อควรปฏิบัติ และสิ่งที่ต้องทำตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญกำหนด

หลังจากกิจกรรมข้างต้น ธนาธรเป็นผู้อ่านคำประกาศสัตยาบันด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า "ด้วยข้าพเจ้าตามรายชื่อท้ายคำประกาศนี้ เป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ และได้รับการเลือกตั้งให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการเลือกตั้งทั่้วไปเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 ขอให้สัตย์ปฏิญาณในการปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดังนี้

1.จะสนับสนุนและผลักดันบุคคลที่สมควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามมติของพรรคอนาคตใหม่ และจะไม่เสนอชื่อหรือให้ความเห็นชอบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีอย่างเด็ดขาด เพื่อยุติการสืบทอดอำนาจของ คสช.

2.จะสนับสนุนและผลักดันการลบล้างผลพวงรัฐประหารของ คสช.

3.จะสนับสนุนและผลักดันให้มีการปฏิรูปกองทัพให้สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย

4.จะยึดมั่นในอุดมการณ์ของพรรคอนาคตใหม่ทุกประการ

5.จะต่อสู้ร่วมกันจนกว่าจะได้รัฐธรรมนูญใหม่ที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง"

แต่อย่างที่ทราบกันดีในเวลาต่อมาว่า สูตรการคำนวณ ส.ส. อันสุดแสนพิสดารของ กกต. ก็ได้ทำให้พรรคอนาคตใหม่มีจำนวน ส.ส. 81 คน และต่อมา ธนาธรก็ถูกศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้พ้นสภาพการเป็น ส.ส. ขณะที่ จุมพิตา จันทรขจร ส.ส. เขต 5 จังหวัดนครปฐม ลาออกเนื่องจากต้องเข้ารับการรักษาตัว อย่างไรก็ตามพรรคมี ส.ส. เพิ่มอีก 1 คนคือ ศรีนวล บุญลือ จากการเลือกตั้งซ่อม เขต 8 จ.เชียงใหม่ โดยการเลือกตั้งครั้งนั้น พลพรรคอนาคตใหม่ได้ทุ่มเทสรรพกำลังต่างๆ ไปช่วยหาเสียง จนทำให้ศรีนวลได้คะแนนถล่มทลายมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ

อย่างไรก็ตาม ในเดือน ธ.ค. 2562 ที่ประชุมวิสามัญของพรรค มีมติขับออก 4 ส.ส. ซึ่งไม่เคารพในมติที่ประชุม ส.ส. ขัดต่ออุดมการณ์ของพรรค และนโยบายของพรรคตามที่หาเสียงไว้กับประชาชน และยังกระทำการดังกล่าวต่อเนื่องหลายครั้ง โดย 4 ส.ส. กล่าวได้แก่ 1.ศรีนวล บุญลือ ส.ส. เชียงใหม่ ที่เพิ่งชนะการเลือกตั้งซ่อม ต่อมาย้ายไปอยู่พรรคภูมิใจไทย 2.จารึก ศรีอ่อน ส.ส. จันทบุรี ต่อมาย้ายไปอยู่พรรคพลังท้องถิ่นไทย 3.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส. จันทบุรี ต่อมาย้ายไปอยู่พรรคพลังประชารัฐ และ 4.กวินนาท ตาคีย์ ส.ส. ชลบุรี ต่อมาย้ายไปอยู่พรรคพลังท้องถิ่นไทย

21 มี.ค. วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยและตัดสิทธิ์กรรมการบริหารนั้น พรรคอนาคตใหม่ มี ส.ส. ทั้งหมด 76 คน โดยแบ่งเป็น ส.ส.แบบแบ่งเขต 26 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 50 คน ทั้งนี้ เมื่อคำวินิจฉัยออกมาดังกล่าว ทำให้ ส.ส. 11 คนที่เป็นกรรมการบริหารพรรคต้องสิ้นสภาพการเป็น ส.ส. ด้วย ทำให้จำนวน ส.ส. อดีตพรรคอนาคตใหม่ ณ วันนั้น มีจำนวน 65 คน ซึ่งแผนการที่เตรียมรับมือไว้ก็คือ การย้ายไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใหม่ทั้งหมดด้วยกัน

แต่กระนั้นกลับไม่เป็นอย่างที่คาด เมื่ออยู่ในสภาวะสุญญากาศ ส.ส. ไม่มีพรรคสังกัด ทำให้มีพรรคการเมืองต่างๆ เข้ามาติดต่อทาบทาม ดังที่เรียกกันว่า "งูเห่า" อย่างต่อเนื่อง จนในที่สุด ส.ส. 11 คน ตัดสินใจ "ไม่ไปต่อ" โดยได้ย้ายไปสังกัดพรรคการเมืองอื่น ดังนี้

พรรคภูมิใจไทย 11 คน ได้แก่ 1.วิรัช พันธุมะผล ส.ส. บัญชีรายชื่อ 2.สำลี รักสุทธี ส.ส. บัญชีรายชื่อ 3.ฐิตินันท์ แสงนาค ส.ส. ขอนแก่น 4.เอกการ ซื่อทรงธรรม ส.ส. แพร่ 5.กฤติเดช สันติวชิระกุล ส.ส. แพร่ 6.กิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ส.ส. ฉะเชิงเทรา 7.มณฑล โพธิ์คาย ส.ส. กรุงเทพฯ 8.โชติพิพัฒน์ เตชะโสภนมณี ส.ส. กรุงเทพฯ และ 9.อนาวิล รัตนสถาพร ส.ส. ปทุมธานี

พรรคชาติพัฒนา 1 คน ได้แก่ สมัคร ป้องวงษ์ ส.ส. สมุทรสาคร และพรรคชาติไทยพัฒนาอีก 1 คน ได้แก่ จุลพันธ์ โนนศรีชัย ส.ส. บัญชีรายชื่อ

สรุป ส.ส. อดีตพรรคอนาคตใหม่ที่ย้ายไปสู่พรรคการเมืองใหม่ด้วยกัน คือ "พรรคก้าวไกล" มีจำนวนทั้งสิ้น 54 คน

เป็น 54 คนที่ ยึดมั่นอุดมการณ์ และพร้อมร่วมกันสานต่อภารกิจดังที่ได้ลงนามในสัตยาบันไว้ เพราะตราบใดที่ภารกิจ 5 ข้อนั้น ยังไม่สำเร็จ ต้องเดินหน้าไปต่อ ดังที่ปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรค เคยกล่าวไว้ในวันดังกล่าวว่า "การลงชื่อในคำประกาศสัตยาบัน แม้จะไม่มีผลบังคับทางกฎหมาย แต่จะเป็นหมุดหมายใหม่ว่าเราเริ่มต้นทำงานการเมืองด้วยอุดมการณ์ ด้วยความหวัง เราจะไม่ทรยศพี่น้องประชาชนที่ให้ความไว้วางใจพรรคอนาคตใหม่ เราจะทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนทุกคน แม้ว่าท่านจะเลือกหรือไม่ได้เลือกเราก็ตาม"

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์