COVID-19 : 'เคอร์ฟิว' ทั่วประเทศ 4 ทุ่มถึง ตี 4 มีผลใน 3 เม.ย. เป็นต้นไป ยอดติดเชื้อสะสม 1,875 ราย

ประยุทธ์ ประกาศ 'เคอร์ฟิว' ทั่วประเทศ 4 ทุ่มถึง ตี 4 มีผลใน 3 เม.ย.เป็นต้นไป ขณะที่ยอดติดเชื้อสะสม 1,875 ราย เสียชีวิตเพิ่มอีก 3 ราย ทำให้มีผู้เสียชีวิตสะสม 15 ราย กลับบ้านแล้ว 505 ราย

2 เม.ย.2563 เมื่อเวลา 18.00 น.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกข้อกำหนดเพิ่มเติม ตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 2) ห้ามบุคคลใดทั่วราชอาณาจักรออกนอกเคหสถานหรือ ”เคอร์ฟิว” ระหว่างเวลา 22.00 น. ถึง 04.00 น. ผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจําทั้ง โดยมีผลในวันที่ 3 เม.ย.เป็นต้นไป

โดยระบุว่า 

ข้อ1 ห้ามบุคคลใดทั่วราชอาณาจักรออกจากเคหสถานระหว่าง 22.00-04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น เว้นมีความจำเป็นหรือเป็นผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์ การธนาคาร การขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ผลผลิตการเกษตร ยา เวชภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ หนังสือพิมพ์ การขนส่ง น้ำมันเชื้อเพลิง การขนส่งพัศดุภัณฑ์ การขนส่งสินค้าเพื่อการนำเข้าหรือส่งออก การขนย้ายประชาชนไปสู่เอกเทศเพื่อกักกันตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ การเข้าออกเวรผลัดเวรตอนกลางคืน หรือการเดินทางมาจากหรือไปยังท่าอากาศยาน โดยมีเอกสารรับรองความจำเป็น หรือเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตามข้อกำหนด ประกาศหรือคำสั่งต่างๆทางราชการ หรือมีเหตุจำเป็นโดยได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ผู้ใดฝ่าฝืนข้อนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน2ปีหรือปรับไม่เกิน40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข้อ 2 ในกรณีที่มีการประกาศหรือสั่ง ห้าม เตือนหรือแนะนำในลักษณะข้อ 1 วรรคหนึ่ง สำหรับจังหวัด พื้นที่หรือสถานที่ใดโดยกำหนดเงื่อนไขหรือเงื่อนไขที่เวลาเข้มงวดหรือเคร่งครัดกว่ากำหนดข้อกำหนดนี้ ให้ปฏิบัติตามประกาศหรือคำสั่งนั้นต่อไปด้วย. 

ข้อ 3 ในกรณีที่ไม่อาจเคลื่อนย้ายบุคคลใดซึ่งอยู่ระหว่างการเดินทางเพื่อออกไปนอกราชอาณาจักรได้ ให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดหรือคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพจัดที่เอกเทศเพื่อควบคุมหรือกักกันบุคคลดังกล่าวเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคตามเงื่อขและระยะเวลาที่กำหนด

ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.2563 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

ขณะที่ จาตุรนต์ ฉายแสง ได้ทวีตข้อความ @chaturon ระบุว่า เคอร์ฟิวไม่น่าจะมีประโยชน์อะไร คนส่วนใหญ่ก็นอนอยู่บ้านอยู่แล้ว คงไม่ค้านละครับ เป็นห่วงก็คนที่เขาทำงานตอนดึก ที่เขาต้องทำก็แสดงว่ามันจำเป็น ต้องยกเว้นให้เขา #เคอร์ฟิว

จาตุรนต์ ทวีตต่อว่า มีคนส่งประกาศข้อกำหนดสำหรับเคอร์ฟิวมาให้ดู มีข้อยกเว้นสำหรับผู้ที่จำเป็ทั้งหลายมากมาย ถ้าเป็นจริงตามนี้ก็คงไม่เดือดร้อนกันละครับ ส่วนประโยชน์ก็ไม่มากเช่นกัน ไม่ว่ากัน

 

 

 

ขณะที่สถานการณ์วันนี้ กระทรวงสาธารณสุขแถลงยืนยันผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่ 104 ราย ทำให้มียอดสะสม 1,875 ราย รักษาตัวในโรงพยาบาล 1,355 ราย เสียชีวิตเพิ่มอีก 3 ราย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 15 ราย กลับบ้านแล้ว 505 ราย

โดยรายละเอียดที่กระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยโดย สำนักสารนิเทศ สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า มีจนถึงเวลา 16.00 น. วานนี้ (1 เม.ย.) ผู้ป่วยกลับบ้านได้ 89 ราย ผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 104 ราย นับเป็นลำดับที่ 1,772- 1,875 จำแนกเป็นกลุ่มดังนี้

กลุ่มที่ 1 ผู้ป่วยที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วย หรือเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่พบผู้ป่วยก่อนหน้านี้ จำนวน 60 ราย มีรายละเอียด ดังนี้ 1. สนามมวย 1 ราย 2. สถานบันเทิง 10 ราย 3. พิธีกรรมทางศาสนา ประเทศอินโดนีเซีย 8 ราย 4. สัมผัสกับผู้ป่วยที่มีรายงานมาแล้ว 41 ราย

กลุ่มที่ 2 ผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 36 ราย มีรายละเอียด ดังนี้ 1. เดินทางจากต่างประเทศ/ชาวต่างชาติ  14 ราย (เป็นคนไทย 11 ราย /ต่างชาติ 3 ราย) 2. สัมผัสผู้เดินทางจากต่างประเทศ 2 ราย 3. ไปสถานที่ชุมชน 1 ราย 4. อาชีพเสี่ยง 8 ราย 5. บุคลากรทางการแพทย์ 2 ราย (สะสม 27 ราย) 6. อื่น ๆ  9 ราย

กลุ่มที่ 3 ได้รับผล lab ยืนยันพบเชื้อ อยู่ระหว่างรอประวัติและสอบสวนโรค 8 ราย

ขณะนี้มีผู้ป่วยอาการรุนแรง จำนวน ­23 ราย อาการอยู่ในภาวะวิกฤต ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด

และได้รับรายงานผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่ม 3 ราย รายที่ 1 เป็นชายไทย อายุ 57 ปี มีประวัติเดินทางจากสุไหงโกลก ไปปากีสถาน เสียชีวิตวันที่ 31 มีนาคม 2563 ผลการตรวจหลังเสียชีวิตพบติดเชื้อโควิด-19 (เป็นผู้เสียชีวิตรายที่ 13) รายที่ 2  เป็นชายไทย อายุ 77 ปี  มีประวัติเป็นผู้สัมผัสของผู้ป่วยยืนยัน เข้ารับการรักษาที่ โรงพยาบาลยะลัง จังหวัดปัตตานี ด้วยอาการไข้ ไอ เจ็บคอ เสียชีวิตวันที่ 31 มีนาคม 2563 (เป็นผู้เสียชีวิตรายที่ 14) และ รายที่ 3  เป็นชายไทย อายุ 55 ปี อาชีพขับรถสาธารณะ เข้ารับรักษาที่โรงพยาบาลราชวิถี เสียชีวิตวันที่ 1 เมษายน 2563 (เป็นผู้เสียชีวิตรายที่ 15)

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์