วิษณุเผยหากเคอร์ฟิว 6 ชั่วโมงไม่ลดการแพร่เชื้ออาจขยายเวลาเพิ่มขึ้นอีก

วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ยันเวลานี้ไทยยังไม่เปิดประเทศ ระบุหากเคอร์ฟิว 6 ชั่วโมงไม่ลดการแพร่เชื้ออาจขยายเวลาเพิ่มขึ้นเป็น 8-12 ชั่วโมง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ย้ำใครฝ่าฝืนเคอร์ฟิวจับทุกกรณี เว้นแต่ผู้ที่ได้รับการยกเว้น และมีเอกสารยืนยัน

3 เม.ย. 2563 วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แถลงรายละเอียดของข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ฉบับที่ 2 เรื่องเคอร์ฟิวทั่วราชอาณาจักร ว่า การประกาศดังกล่าวไม่ใช่การปิดประเทศ เพราะหากปิดประเทศคือ การปิดสนามบิน แต่ขณะนี้ยังเปิดให้สนามบินได้ใช้งาน รองรับการบินขึ้นลง รับส่งคนที่จะเดินทาง ได้ตามปกติ แต่มีความเข้มงวดของผู้จะเดินทางเข้าประเทศ เพราะหลังจากนี้จะมีคนไทยจากหลายประเทศเดินทางเข้ามา รวมถึงนักเรียนแลกเปลี่ยน AFS ด้วย แต่ได้ขอให้ชาวต่างชาติชะลอการเดินทางเข้าประเทศ ไปจนถึง15 เม.ย. 2563 โดยหลังจากวันที่ 15 เม.ย. จะมีการทบทวนรายละเอียดอีกครั้ง นายกรัฐมนตรี ได้ขอให้ชี้แจงให้เข้าใจตรงกันว่า การขนส่งสินค้า ทั้งส่งออกและนำเข้ายังคงดำเนินได้ตามปกติ

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับข้อกำหนดฉบับที่ 2 ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เป็นการกำหนดห้ามบุคคลทุกคนทั่วราชอาณาจักร ออกนอกเคหสถาน ที่พัก เวลา 22.00-04.00 น. รวม 6 ชั่วโมง หากใครฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่หากพิจารณาแล้วยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ อาจขยายเวลาเป็น 8 ,10 ,12 ชั่วโมง ตามลำดับซึ่งจะมีการประกาศแจ้งให้ทราบอีกครั้ง 

วิษณุ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามมีบุคคลบางกลุ่มที่จำเป็นต้องเดินทางและได้รับการยกเว้นให้ไม่ต้องอยู่ใต้ข้อกำหนดฉบับที่ 2 ได้แก่ ผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์ จะหมายถึง แพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ที่ทำหน้าที่ในโรงพยาบาล รวมไปจนถึงคนไข้ที่ต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล ,การธนาคาร เจ้าหน้าที่ขนส่งเงิน,การขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค การขนส่ง แกรป ไลน์แมน ส่งอาหารได้ ,ขนส่งผลผลิตการเกษตร,ขนส่งยา เวชภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์,หนังสือพิมพ์,การขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง,การขนส่งพัสดุภัณฑ์,การขนส่งสินค้าเพื่อการนำเข้าหรือส่งออก,การเข้าออกเวรทำงานผลัดกลางคืนตามปกติ , บุคคลที่ทำงานเป็นกะ เป็นผลัด โรงงานอุตสาหกรรม เวรยาม โดยบุคลที่ได้รับการยกเว้นนี้ ระหว่างเดินทางจะต้องมีเอกสารรับรองจากต้นสังกัดยืนยันได้ว่าปฏิบัติงานผ่านการรับรองจริง มีบัตรประจำตัวประชาชน และขอให้เตรียมสำเนาเอกสาร หากเจ้าหน้าที่ประจำด่านต้องการเก็บไว้ตรวจสอบ 

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามประกาศฉบับที่ 2 ที่เขียนว่าในกรณีที่ไม่อาจเคลื่อนย้ายบุคคลใดซึ่งอยู่ระหว่างการเดินทางเพื่อออกไปนอกราชอาณาจักรได้ ให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดหรือคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานครจัดที่เอกเทศเพื่อควบคุมหรือกักกันบุคคลดังกล่าวเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่กำหนด คำว่าการขนย้ายประชาชนไปสู่ที่เอกเทศ นั้นหมายถึงบุคคลที่จะเดินทางออกนอกประเทศ ทางชายแดน เช่น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อเดินทางไปถึงแต่ไม่สามารถเข้าประเทศได้เนื่องจากปิดประเทศ ก็ให้แต่ละจังหวัด เตรียมพื้นที่ไว้กักตัว บุคคลเหล่านั้นเป็นเวลา14 วัน โดยไม่ให้เกลับเข้ามาในเมือง และหลังจาก 14 วันสามารถปล่อยตัวให้กลับได้

วิษณุ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมอาชีพที่จำเป็นที่ต้องได้รับการยกเว้น อาทิ ชาวสวนยาง อาชีพประมง ที่ต้องออกมาทำงานในช่วงดึก ซึ่งในช่วงระหว่างที่ไม่ได้รับการยกเว้นในหลายอาชีพ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งเบื้องต้นจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารประจำด่าน หรือกำนันผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้อนุญาต

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า หากจังหวัดใดได้ออกประกาศบังคับใช้ก่อนหน้านี้ ให้ยึดตามประกาศที่มีความเข้มงวดกว่าเป็นหลัก เช่น ก่อนหน้านี้กรุงเทพมหานคร ออกประกาศห้ามออกจากเคหสถานตั้งแต่เวลา 24.00-05.00 น. ให้ยึด ในประกาศของพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ห้ามออกตั้งแต่เวลา 22.00- และไปสิ้นสุดที่ 05.00 น. ตามประกาศของกทม. เป็นต้น และไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนออกไปทำข่าวในช่วงการประกาศเคอร์ฟิว รัฐบาลถือโอกาสใช้เวลาที่ประกาศเคอร์ฟิวทำความสะอาดบ้านเมือง และเชื่อว่าการประกาศครั้งนี้จะได้ผลทำให้การแพร่ระบาดลดลงได้

ด้าน พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) แถลงถึงแนวทางการปฏิบัติตัวของประชาชนในช่วงเคอร์ฟิว ว่ามีการกำหนดแนวทางการปฏิบัติตัว รองรับมาตรการต่างๆ ของด่านตรวจ มีจุดตรวจคัดกรองรอยต่อระหว่างจังหวัดต่างๆ รวมถึงกรุงเทพมหานคร จะมีการปรับจุดตรวจคัดกรอง ซึ่งขณะนี้มี 421 จุด เพื่อเน้นในการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้นขึ้น และควบคุมการเดินทางข้ามจังหวัดเท่าที่จำเป็นเท่านั้น โดยจะมีการเพิ่มหน่วยความเร็ว สารวัตรทหาร จัดจุดตรวจคลอบคลุมทุกพื้นที่ และจะมีการเพิ่มสายตรวจ

“กรณีที่มีผู้ฝ่าฝืน พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ร.บ.โรคติดต่อแห่งชาติ และประกาศต่างๆ จะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น ยืนยันว่าจะดำเนินการทุกข้อหากับผู้ที่ฝ่าฝืน” พล.ต.ท.ปิยะ กล่าว

พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า ผู้ที่มีความจำเป็นที่ต้องออกจากบ้าน ในเวลา 22.00-04.00 น. ตามที่ประกาศช่วงเวลาเคอร์ฟิวไว้ นอกเหนือจากผู้ที่ได้รับการยกเว้น จะต้องมีเอกสารกำกับ โดยพกบัตรประชาชน, เอกสารที่รับรองจากนายจ้าง ผู้ประกอบการ หรือผู้บังคับบัญชา ว่าเป็นใคร มาจากสังกัดไหน มีหน้าที่และมีความจำเป็นต้องปฎิบัติงานอย่างไร หากมีเอกสารครบถ้วน ก็สามารถแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ที่ด่านตรวจ ให้พิจารณาเป็นกรณีไปได้

“หากเดินทางออกมาแล้ว ไม่มีเหตุผล ไม่มีเอกสาร จงใจฝ่าฝืน ก็ต้องถูกดำเนินการทางกฎหมาย อย่างไรก็ตาม อยากขอความร่วมมือประชาชน ให้ออกจากบ้านในช่วงเคอร์ฟิวเท่าที่มีความจำเป็นจริงๆ เท่านั้น” พล.ต.ท.ปิยะ กล่าว

เมื่อถามว่า แผงตลาดสดตั้งร้านขายในเวลาเคอร์ฟิวได้หรือไม่ พล.ต.ท. ปิยะ กล่าวว่า ขอให้เข้าใจว่า ต้องใช้ความจำเป็นจริงๆ เพราะบางเรื่องไม่สามารถทำได้ และไม่ควรเปิดเวลาที่มีการเคอร์ฟิว ทุกคนจึงต้องปรับเปลี่ยนเวลาและต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆ รวมถึงร้านสะดวกซื้อ ขอความร่วมมือไม่ต้องเปิดเวลา 22.00-04.00 น.

เมื่อถามว่า จะรู้ได้อย่างไร หากมีการรวมกลุ่ม รวมตัวกันในหมู่บ้านหรือ พื้นที่ต่างๆ ในช่วงเวลาเคอร์ฟิว พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปรับการทำงานเป็นลักษณะจุดตรวจ มีสายตรวจและสายสืบ จะมีเจ้าหน้าที่แฝงตรวจตราอยู่ หากใครมั่วสุม รวมตัว จะสามารถทราบได้ เจ้าหน้าที่พบเห็นจะดำเนินการจับกุม และหากบุคคลใดพบเห็นผู้กระทำผิดละเมิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือ พ.ร.บ.โรคติดต่อแห่งชาติ สามารถแจ้งได้ที่หมายเลข

“คิดว่าสถานการณ์ที่จะช่วยชาติได้ดีในขณะนี้ คือ การอยู่แต่ในบ้าน ไม่ออกไปไหน แม้ขนาดอยู่ในบ้านเดียวกัน ก็ยังจะต้องเว้นระยะห่างทางสังคม 1-2 เมตรด้วยเช่นกัน” พล.ต.ท.ปิยะ กล่าว.

เรียบเรียงจาก : สำนักข่าวไทย 1 , 2

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์