ศาลปกครองไม่รับคำร้อง กรณี นศ.ไทยในไอร์แลนด์ ฟ้องขอยกเลิกเข้าประเทศต้องมีใบรับรองแพทย์

ที่มาภาพประกอบ: Heinz Albers (Creative Commons Attribution 3.0 Unported)

3 เม.ย. 2563 สืบเนืองจากกรณีที่ อาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล นักศึกษาปริญญาเอก มหาวิทยาลัยทรินิตี้คอลเลจดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ ยื่นฟ้องศาลปกครองกลาง (ประเทศไทย) เมื่อวันที่ 25 มี.ค. โดยขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลา และพิพากษาเพิกถอน ข้อ 4. และข้อ 5. แห่งประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ที่กำหนดให้ผู้โดยสารสัญชาติไทยที่จะเดินทางมายังประเทศไทยต้องมีใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่ามีสุขภาพเหมาะสมต่อการเดินทางทางอากาศ (fit to fly) และหนังสือรับรองการเดินทางกลับประเทศไทยที่สถานเอกอัครราชทูตไทย สถานกงสุลใหญ่ หรือกระทรวงการต่างประเทศออกให้ โดยระบุว่า  เงื่อนไขในประกาศดังกล่าวกระทบสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ก่อภาระในการดำเนินการทั้งทางค่าใช้จ่าย ทางเวลาและความเสี่ยงในทางสุขภาพ ไม่ชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากเป็นการกระทำที่ไม่มีอำนาจตามกฎหมาย และเป็นการขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ (มาตรา 39, 38 และ 25 ว่าด้วยสิทธิ เสรีภาพ การเนรเทศบุคคล และเสรีภาพในการเดินทางและเลือกถิ่นที่อยู่) นอกจากนั้นยังเป็นการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบด้วยกฎหมาย  ไม่เกิดประโยชน์ประการใดแก่มหาชน และส่งผลต่อผู้ฟ้องคดีและผู้โดยสารจำนวนมากที่อยู่ต่างประเทศ

โควิด-19: นศ.ไทยในไอร์แลนด์ฟ้องศาล ขอยกเลิกเข้าประเทศต้องมีใบรับรอง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2563 ศาลปกครอง ได้มีคำสั่งไม่ร้องคำร้องไว้พิจารณา โดยศาลชี้ว่าเมื่อพิจารณาคําฟ้องและคําขอท้ายคําฟ้องประกอบกันแล้ว เห็นว่า แม้ผู้ฟ้องคดี จะอ้างว่าได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากประกาศที่พิพาทในฐานะพลเมืองไทยที่เดิม สามารถเดินทางกลับประเทศไทยโดยไม่ต้องจัดหาเอกสารตามที่กําหนดไว้ในประกาศหรือ สร้างภาระให้เกิดแก่ผู้ฟ้องคดีเกินสมควร รวมทั้งเป็นการออกประกาศที่ขัดต่อหลักการพื้นฐาน ของสิทธิและเสรีภาพของพลเมืองในหลายกรณี ซึ่งผู้ฟ้องคดีก็มีสิทธิที่จะฟ้องขอให้เพิกถอน ประกาศสํานักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่อง แนวปฏิบัติสําหรับผู้ดําเนินการ เดินอากาศที่ทําการบินมายังประเทศไทย ประกาศ ณ วันที่ 19 มีนาคม 2563 ข้อ 4 และ ข้อ 5 ซึ่งอาจถือเป็นการฟ้องขอให้เพิกถอนกฎที่อยู่ในอํานาจพิจารณาพิพากษาของ ศาลปกครองตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) ประกอบมาตรา 72 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ก็ตาม

แต่เมื่อพิจารณารายละเอียด ของข้อกําหนดหลักเกณฑ์ของประกาศฉบับดังกล่าวแล้ว จะเห็นได้ว่า ข้อความในประกาศ มีลักษณะเดียวกันกับข้อ 3 วรรคหนึ่ง (6) และวรรคสอง ของข้อกําหนดที่ออกตามความ ในมาตรา 9 แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 1) ประกาศ ณ วันที่ 24 มีนาคม 2563 กรณีจึงเห็นได้ว่าหากศาลจะรับคําฟ้องนี้ ไว้พิจารณาหรือต่อมาจะมีคําพิพากษาเพิกถอนประกาศฉบับพิพาทในข้อ 4 และข้อ 5 ย่อมมีผลเท่ากับเป็นการเพิกถอนข้อ 3 วรรคหนึ่ง (6) และวรรคสอง ของข้อกําหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2544 (ฉบับที่ 1) ดังกล่าว แต่ในเมื่อพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 มาตรา 16 บัญญัติว่า ข้อกําหนด ประกาศ คําสั่ง หรือการกระทํา ตามพระราชกําหนดนี้ไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง และ กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง ประกอบกับมาตรา 197 วรรคหนึ่ง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งเป็นบทบัญญัติจํากัดอํานาจพิจารณา พิพากษาคดีของศาลปกครองไว้ และแสดงให้เห็นว่าคดีพิพาทอันเนื่องมาจากการใช้อํานาจ ทางปกครองตามกฎหมายของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้น มิได้อยู่ในอํานาจ ของศาลปกครองเสียทั้งหมด แต่สิทธิและเสรีภาพของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก การดําเนินการตามพระราชกําหนดดังกล่าวก็ยังคงได้รับความคุ้มครอง โดยผู้ที่ได้รับ ความเดือดร้อนหรือเสียหายมีสิทธิที่จะนําคดีเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลยุติธรรมได้ ตามมาตรา 194 วรรคหนึ่ง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ดังนั้น คําฟ้องในคดีนี้ จึงไม่อยู่ในอํานาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ศาลปกครองจึงไม่อาจรับคําฟ้องคดีนี้ ไว้พิจารณาได้ และเมื่อศาลไม่รับคําฟ้องของผู้ฟ้องคดีไว้พิจารณา จึงไม่จําต้องวินิจฉัยคําขอ วิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาของผู้ฟ้องคดี 

จึงมีคําสั่งไม่รับคําฟ้องนี้ไว้พิจารณาและให้จําหน่ายคดีออกจากสารบบความ

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์