4 เม.ย. 'เชียงใหม่' ติดเชื้อเพิ่ม 1 คน สะสม 37 คน 'ลำปาง' พบผู้ติดเชื้อ 3 รายแรก

4 เม.ย. 2563 'เชียงใหม่' ติดเชื้อเพิ่ม 1 คน สะสม 37 คน | 'ลำปาง' พบผู้ติดเชื้อ 3 รายแรก | 'ลำพูน' ไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม สะสม 4 ราย | 'รพ.ศรีสังวาลย์' เตรียมเปิดแลปตรวจเชื้อ COVID-19 แห่งแรกของ 'แม่ฮ่องสอน'

'รพ.ศรีสังวาลย์' เตรียมเปิดแลปตรวจเชื้อ COVID-19 แห่งแรกของ 'แม่ฮ่องสอน' ที่มาภาพ: สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

4 เม.ย. 2563 ศูนย์ข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจ จังหวัดเชียงใหม่ (ศ.ข.ฉ.ก.) ได้แถลงข่าวสถานการณ์เชื้อไวรัส COVID-19 ในพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ ประจำวันที่ 4 เม.ย. 2563 เพื่อแจ้งข้อมูลความคืบหน้าของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่โดยไลฟ์สดผ่านเพจข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจจังหวัดเชียงใหม่

นายแพทย์กิตติพันธุ์ ฉลอม แพทย์เวชศาสตร์ป้องกันด้านระบาดวิทยา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ แถลงถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ว่า วันนี้ (4 เม.ย. 2563) มีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อเพิ่มขึ้น 1 ราย อาชีพรับจ้างอิสระ ทำงานเป็นเด็กเอนเตอร์เทน มีประวัติเสี่ยงคือเดินทางไปยังสถานบันเทิงเดิมที่เคยแจ้งไว้ และหลังจากที่สถานบันเทิงได้มีการประกาศปิดไป ยังได้ไปทำงานยังสถานที่จัดเลี้ยงที่เป็นห้องเช่าแห่งหนึ่ง แยกวิทยุธานิน กลุ่มผู้สัมผัสที่มีโอกาสที่จะติดเชื้อและติดตามผู้สัมผัสร่วมบ้าน 1 คนเพื่อนสนิทอีก 3 คนที่มีประวัติไปมาหาสู่กันในระหว่างที่เริ่มมีอาการแล้ว ขณะนี้กำลังติดตามและสอบสวนเพิ่มเติมสำหรับผู้สัมผัสรายอื่นๆ เพื่อคัดกรองสอบสวนโรค สำหรับใครที่มีประวัติเดินทางไปร่วมงานเลี้ยงข้างต้น เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2563 ที่ผ่านมา รวมถึงสถานบันเทิงที่ได้เคยแจ้งไปแล้วนั้น ขอให้มารายงานตัวที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่เพื่อเข้าดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ทำให้จังหวัดเชียงใหม่ มีผู้ป่วยติดเชื้อยืนยันสะสม 37 ราย กลับบ้านแล้ว 6 ราย รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 31 ราย และยังไม่มีผู้เสียชีวิตในจังหวัดเชียงใหม่ สำหรับผู้ป่วยเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังโรค มียอดสะสม 736 ราย ตรวจไม่พบเชื้อและกลับบ้านแล้ว 645 ราย ยังคงเฝ้าสังเกตอาการอยู่ในโรงพยาบาล 91 ราย

อย่างไรก็ตามขอให้พี่น้องประชาชนกลุ่มเสี่ยงกักกันหรือคุมอาการของตัวเองไว้ในบ้าน ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ เนื่องจากถ้าท่านมีอาการป่วยและไม่ไปสัมผัสใครกลุ่มผู้ที่สัมผัสที่ต้องเฝ้าระวังหรือคนมีโอกาสที่จะติดเชื้อก็จะน้อยลงไป จึงขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชนที่เดินทางมาจากประเทศเสี่ยง หรือพื้นที่เสี่ยงในการให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการกักกันตัวเอง ขณะเดียวกันขอให้ประชาชนในชุมชนเข้าใจและช่วยสนับสนุนในกลุ่มผู้ที่ต้องดำเนินการกักกันให้สามารถที่จะผ่านพ้นในช่วงเวลาที่ต้องเฝ้าระวังในช่วง 14 วันนี้ไปได้ เพื่อไม่ให้เกิดการตีตราเกิดขึ้นในสังคม รวมทั้งเพื่อให้เกิดการเข้าใจกันเพื่อจะได้ผ่านวิกฤตในครั้งนี้ไปได้

'ลำปาง' พบผู้ติดเชื้อ 3 รายแรก

4 เม.ย. 2563 นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้ร่วมประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด เพื่อวางแผนในการป้องกันสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 พร้อมกับแถลงผลการพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายแรกของ จ.ลำปาง

เบื้องต้น พบว่าเป็นครอบครัวจากบ้านดง หมู่ 12 อ.งาว จ.ลำปาง โดยลูกสาวอายุ 42 ปี มีปัจจัยเสี่ยงมาจาก กทม. เป็นแม่ค้าอยู่ตลาดรถไฟ และ มีเพื่อนชาวต่างชาติได้เดินทางกลับบ้านที่ อ.งาว จ.ลำปาง ก่อนกลับได้เจอเพื่อนชาวญี่ปุ่น และเริ่มมีไข้อ่อนๆ วันที่ 17 มี.ค.

จากนั้นวันที่ 20 มี.ค.ลูกสาวได้เดินทางกลับจาก กทม. โดยเครื่องบินสายการบินไทยสไมล์ ลงที่สนามบินแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย นั่งรถตู้เชียงรายกลับบ้าน อ.งาว รู้ว่าตัวเองมีไข้จึงกักตัวอยู่บ้านตัวเองชั้น 2 ก่อนเข้าตรวจที่ รพ.งาว วันที่ 22 มี.ค. หมอนัดพบซ้ำ 23 มี.ค. แต่ไม่มา จนกระทั้งวันที่ 26 มี.ค.มาตรวจที่ รพ.งาว แต่พบว่ายังไม่เข้าข่าย จึงไม่ได้รับการตรวจเชื้อโควิด จากนั้นอาการหาย

กระทั่งวันที่ 28 มี.ค. แม่ อายุ 57 ปี มีอาการป่วยมีอาการปวดศีรษะ และปวดกล้ามเนื้อมาก วันที่ 2 เม.ย.เข้าแอดมิดที่ รพ.งาว และตรวจเจอวันที่ 3 เม.ย. 2563 พบว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งสองคนแม่ลูก

โดยพฤติกรรมของแม่ คือ ช่วงเช้าจะเปิดร้านขายของชำ ช่วงบ่ายจะเดินไปกินข้าวที่บ้านอีกหลังใกล้กันกับสามีและญาติทุกวัน จากนั้นจึงได้นำตัวญาติที่ใกล้ชิดเข้าทำการตรวจและกักตัวที่ รพ.งาว อีก 9 คน ผลการตรวจพบป้าติดเชื้ออีก 1 คน ล่าสุดผลตรวจทั้งหมด 8 คน ตรวจไม่พบเชื้อแต่อย่างใด ได้กักตัวเฝ้าระวัง 14 วัน

หลังพบผู้ป่วย ทางปลัดอาวุโสอำเภองาว รักษาการนายอำเภองาว ได้แจ้งผู้นำชุมชน ลงทำการสอบสวนโรค ซึ่ง บ้านดง ม.7 อ.งาว มีทั้งหมด 130 หลังคาเรือน ทำการตรวจสอบได้ 83 หลังคาเรือน พร้อมคัดกรองบุคคลมีความเสี่ยงสูงที่จะพบปะกับแม่และลูกสาว ราย และได้มีการปิดหมู่บ้านดังกล่าวห้ามเข้าออก พร้อมได้ทำการติดตามตัวคนขับรถตู้ ผู้โดยสารมาตรวจสอบแล้ว

นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร กล่าวว่า "ผมทราบเรื่องตอน5โมงเย็น วันที่ 3 เม.ย. 2563 ในตอนนั้นมีอยู่ 2 ความรู้สึก คือ แทบจะร้องไห้ เราทำงานกันมาเหน็ดเหนื่อยมาก แต่อีกใจก็รู้สึกดีใจที่เคสแรกชื้อไม่ได้เกิดกับกลุ่มข้าราชการและคนใน เราระวังในเรื่องนี้มาก"

"แต่กรณีนี้เกิดจากคนที่มาจากนอกพื้นที่ เป็นจุดบอดในกระบวนการ ไม่ใช่จากการทำงานของเจ้าหน้าที่ ตลอดเวลาที่เราสู้กันมา 40 กว่าวัน ไม่ได้สูญเปล่า แต่ ณ เวลานี้ เราต้องทำต่อให้ดีที่สุด ไม่ให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม ขอให้คนที่ไม่จำเป็นต้องเดินทางอยู่บ้าน หากกรณีนี้พบว่าตัวลูกสาวไม่เดินทางกลับมาและเก็บตัวอยู่ในคอนโดฯ ก็จะไม่มีผู้ติดเชื้อในพื้นที่ของเรา" นายณรงค์ศักดิ์ กล่าว

'ลำพูน' ไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม สะสม 4 ราย

4 เม.ย. 2563 ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด–19) จังหวัดลำพูน รายงานสถานการณ์ประจำวันที่ 4 เม.ย.  ดังนี้ มีผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศสะสม 498 ราย เดินทางมาจากต่างประเทศเขตโรคติดต่ออันตราย 4 ประเทศ ได้แก่ จีน (รวมฮ่องกง และมาเก๊า) จำนวน 46 ราย อยู่ในระยะเฝ้าระวัง 5 ราย เกาหลีใต้ 37 ราย อยู่ในระยะเฝ้าระวัง 3 ราย อิตาลี 3 ราย พ้นกำหนดระยะเฝ้าระวังแล้วทั้ง 3 ราย เดินทางมาจากต่างประเทศพื้นที่มีการระบาดต่อเนื่องและควรหลีกเหลี่ยงการเดินทาง (29 ประเทศ) จำนวน 263 ราย อยู่ในระยะเฝ้าระวัง 50 ราย ประเทศอื่นๆที่มีการรายงานการเกิดโรค 149 ราย อยู่ในระยะเฝ้าระวัง 28 ราย ผู้เดินทางกลับจากกรุงเทพ-ปริมณฑล จำนวนสะสม 1,121 คน ยังอยู่ในระยะเฝ้าระวังทั้งหมด พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อสะสม 4 ราย ทั้ง 4 รายอยู่ในการดูแลของแพทย์ที่โรงพยาบาล ยังไม่ได้กลับบ้าน อาการทั่วไปไม่รุนแรง แพทย์ให้การรักษาตามอาการ ผลตรวจผู้สัมผัสใกล้ชิดทั้งหมดไม่พบเชื้อ และเพื่อความมั่นใจจึงมีมาตรการให้นายอำเภอ ออกคำสั่งให้ผู้เกี่ยวข้องกักตัว เฝ้าระวัง 14 วัน ต่อเนื่อง

ทั้งนี้มีผู้เข้าเกณฑ์เฝ้าระวัง (PUI) สะสม 111 ราย ไม่พบเชื้อ 105 ราย รอผลตรวจ 2 ราย รักษาตัวในโรงพยาบาล 13 ราย กลับบ้านแล้ว 98 ราย ในส่วนกรณีของการรอผลตรวจอีก 2 รายนั้น อยู่ในการกำกับดูแลของแพทย์ในโรงพยาบาล และเป็นผู้เข้าเกณฑ์ต้องสงสัยเฝ้าระวังตามกระบวนการทางการแพทย์ ไม่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับผู้ป่วยยืนยันทั้ง 4 ราย ก่อนหน้านี้ ความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

'รพ.ศรีสังวาลย์' เตรียมเปิดแลปตรวจเชื้อ COVID-19 แห่งแรกของ 'แม่ฮ่องสอน'

ที่มาภาพ: สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

4 เม.ย. 2563 นายแพทย์พงษ์พจน์ ธีรานันตชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีสังวาลย์ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ขณะนี้มีประชาชนสนับสนุนร่วมบริจาคเงิน เพื่อซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ สำหรับดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นทางโรงพยาบาลจึงมีความพร้อมในการรองรับผู้ป่วย โดยเฉพาะ COVID-19 ที่แม้จะยังไม่มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล แต่ในอนาคตอาจมีเพิ่มขึ้น ดังนั้นทางโรงพยาบาลต้องเตรียมทั้งบุคคลากรและอุปกรณ์ทางการแพทย์ไว้รองรับ โดยขณะนี้ได้นำเงินบริจาคส่วนหนึ่งไปจักซื้อชุดอุปกรณ์ในห้องแลป ไว้สำหรับตรวจหา COVID-19 โดยเฉพาะ และคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการห้องแลปได้ในสัปดาห์หน้า ถือเป็นแลปตรวจ COVID-19 แห่งแรกในจังหวัด ซึ่งเมื่อจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีแลปเอง จะทำให้ใช้เวลาลดลงในการยืนยันเชื้อ จากเดิมที่ต้องส่งไปตรวจที่จังหวัดเชียงใหม่

ทั้งนี้ ขณะนี้จังหวัดแม่ฮ่องสอน แม้จะมีการยืนยันพบเชื้อจำนวน 5 รายแล้ว แต่พบผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน ยังไม่มีการแพร่เชื้อไปกลุ่มอื่น หลังมีประกาศห้ามคนต่างชาติเข้าจังหวัด และมาตรการกักตัวบุคคลที่มาจากท้องที่อื่น คาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

สำหรับความพร้อมของโรงพยาบาล ขณะนี้มีห้องความดันลบจำนวน 2 ห้อง และห้องที่ดัดแปลงสามารถรองรับได้อีก 50 เตียง ที่โรงพยาบาลธัญญารักษ์อีก 50 เตียง นอกจากนี้ โรงเรียนเทศบาล3 ได้จัดเตรียมสถานที่ไว้จัดตั้งเตียงสนาม สำหรับดูแลผู้ติดเชื้อที่อาการไม่รุนแรง จึงเชื่อว่าจะสามารถดูแลผู้ป่วยในอนาคตได้

แพทย์อนุญาตผู้ป่วย COVID-19 รายแรกของ จ.แพร่ กลับบ้านได้แล้ว แต่ยังต้องกักตัวต่ออีก 14 วัน

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า 'ซุ้ม เพชรเมืองลอง จ.แพร่' ซึ่งเป็นผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ covid-19 รายแรกของจังหวัดแพร่ ที่คาดว่าได้รับเชื้อมาจากการเข้าชมการแข่งขันชกมวยในกรุงเทพมหานคร ได้โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาแจ้งว่า แพทย์ที่ทำการรักษาได้อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว เนื่องจากตรวจไม่พบเชื้อ covid-19 แล้ว หลังเข้ารับการรักษาอาการป่วยตั้งแต่เย็นวันศุกร์ที่ 20 มีนาคม 2563 และได้มีการยืนยันผลการตรวจพบเชื้อ covid-19 และถือเป็นผู้ป่วยรายแรกของจังหวัดแพร่เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งระหว่างการรักษาผู้ป่วยมีเพียงอาการไข้และไอ ไม่ได้มีอาการหนักแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ผู้ป่วยรายดังกล่าวจะได้ทำการกักตัวเองเพื่อเฝ้าสังเกตอาการที่บ้าน (Home Quarantine) ต่อไปอีกเป็นเวลา 14 วัน และได้ขอบคุณแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ต่างๆ ที่ได้ให้การรักษาและดูแลระหว่างเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแพร่เป็นอย่างดี

ที่มาเรียบเรียงจาก ข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจของจังหวัดเชียงใหม่ | สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ [1] [2] [3] [4] | ผู้จัดการออนไลน์

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์