5 เม.ย. 'เชียงใหม่' ป่วยเพิ่ม 1 คน สะสม 38 คน - หมู่บ้านที่ถูกปิด จ.พะเยา ขอบคุณความช่วยจากทุกภาคส่วน

5 เม.ย. 2563 'เชียงใหม่' ป่วยเพิ่ม 1 คน สะสม 38 คน หายแล้ว 7 คน เหลืออีก 31 คน 2 วันจับผู้ฝ่าฝืนเคอร์ฟิวแล้ว 71 ราย | 'เชียงราย' สั่งห้ามรถยนต์บรรทุกผู้โดยสารต่างชาติเดินทางเข้า-ออก | 'ลำพูน' ไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม ยังสะสม 4 ราย ผลตรวจผู้สัมผัสใกล้ชิดไม่พบเชื้อทั้งหมด | 2 หมู่บ้านใน จ.พะเยา ที่ถูกปิด 14 วัน ขอบคุณความช่วยจากทุกภาคส่วน | 'น่าน' ระงับการเดินทางเข้าจังหวัด หลังเที่ยงคืนวันที่ 5 เม.ย. | อ.แม่สะเรียง 'แม่ฮ่องสอน' เตรียมรับบุคคลจากมาเลเซียกักตัว 1 ราย พร้อมจัดที่พักรองรับ

ชาว ต.ลอ อ.จุน โพสต์ขอบคุณและซาบซึ้งในน้ำใจของทุกภาคส่วน ที่ช่วยเหลือประชาชนใน 2 หมู่บ้านที่ปิดตามมาตรการป้องกันยับยั้งการแพร่ระบาด COVID-19 | ที่มาภาพ: สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

5 เม.ย. 2563 ศูนย์ข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจ จังหวัดเชียงใหม่ (ศ.ข.ฉ.ก.) ได้แถลงข่าวสถานการณ์เชื้อไวรัส COVID-19 ในพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ ประจำวันที่ 5 เม.ย. 2563 เพื่อแจ้งข้อมูลความคืบหน้าของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่โดยไลฟ์สดผ่านเพจข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจจังหวัดเชียงใหม่

นายแพทย์ศิริพจน์ ศรีบัณฑิตกุล รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์อาวุโสโรงพยาบาลนครพิงค์ แถลงสถานการณ์ล่าสุดของเชื้อโควิด-19 จังหวัดเชียงใหม่ว่าวันนี้ (5 เม.ย. 2563) พบผู้ป่วยเพิ่มจำนวน 1 ราย รวมผู้ป่วยสะสม 38 ราย กลับบ้านแล้ว 7 ราย เหลืออีก 31 ราย ยังรักษาตัวที่โรงพยาบาล 

สำหรับผู้ป่วยรายที่ 38 เป็นชายชาวเนเธอร์แลนด์ อายุ 72 ปี เกษียณอายุราชการ มีโรคประจำตัวเป็นตับแข็ง หัวใจโต ข้อเข้าเสื่อม เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2563 และในวันที่ 22 มี.ค. 2563 เข้าทำการรักษาที่โรงพยาบาล ด้วยมีอาการอ่อนเพลีย ทานอาหารได้น้อย เจ็บหน้าอก จากนั้นตรวจพบเชื้อในวันที่ 3 เม.ย. 2563 มีผู้สัมผัสร่วมบ้าน 1 คน เป็นภรรยา และสัมผัสใกล้ชิดอีก 7 คน ซึ่งเป็นญาติทางฝั่งภรรยา อย่างไรก็ตามผู้ป่วยรายนี้ไม่มีประวัติออกนอกบ้านและได้กักตัวเพื่อสังเกตอาการตลอดระยะเวลาตั้งแต่เดินทางเข้ามาในจังหวัดเชียงใหม่

พร้อมกันนี้ นายแพทย์ศิริพจน์ ศรีบัณฑิตกุล ได้ขอความร่วมมือประชาชนชาวเชียงใหม่ ร่วมกัน “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” เพื่อให้เชื้อไม่แพร่กระจาย หรือกระจายน้อยที่สุด

สรุปผลการจับกุมผู้ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ของตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่  หลังจากประกาศมาตรการเคอร์ฟิว ห้ามประชาชนออกนอกเคหะสถานตั้งแต่เวลา 22.00 น. ถึง 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ผ่านมา 2 วัน เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ฝ่าฝืนรวม 71 ราย ในคืนวันที่ 3 เม.ย. 19 ราย และคืนวันที่ 4 เม.ย. อีก 52 ราย ส่วนใหญ่ออกนอกเคหะสถานโดยไม่มีเหตุสมควร รองลงมาร่วมกันชุมนุม มั่วสุม ในสถานที่แออัดพื้นที่สถานีตำรวจภูธรที่มีดำเนินการจับกุมสูงสุด 3 อันดับแรก คือ สภ.ช้างเผือก 19 ราย  สภ.แม่ปิง 13 ราย และสภ.เมืองเชียงใหม่ 12 ราย สำหรับผู้ฝ่าฝืนจะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี  ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

'เชียงราย' ยืนยันผู้ป่วยสะสม 9 ราย สั่งห้ามรถยนต์บรรทุกผู้โดยสารต่างชาติเดินทางเข้า-ออก 

5 เม.ย. 2563 ศูนย์ข้อมูลมาตรการแก้ไขปัญหาจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 จังหวัดเชียงราย ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงราย โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงราย ได้รายงานให้ทราบว่าในพื้นที่จังหวัดเชียงราย นับตั้งแต่วันที่ 7 มี.ค. 2563 จนวันที่ 4 เม.ย. 2563  มีผู้เข้าเกณฑ์สอบสวนโรคสะสม 141 ราย กลับบ้านแล้ว 115 ราย มีการเฝ้าระวังอาการที่บ้าน 14 ราย มีการรักษาตัวที่โรงพยาบาล 12 ราย ผู้ป่วยยืนยันรักษาอยู่ที่โรงพยาบาล 9 ราย และรักษาอยู่โรงพยาบาลด้วยอาการอื่นๆ 3 ราย ส่วนกลุ่มเสี่ยงเดินทางมาจากต่างจังหวัดและต่างประเทศ สะสมรวม 865 ราย แบ่งเป็นกลุ่มแรงงาน 26 ราย กลุ่มอื่นๆ 272 ราย และมีการติดตามครบ 14 วัน รวม 567 ราย ซึ่งจังหวัดเชียงราย ออกมาตรการต่างๆ เพื่อการควบคุม การป้องกัน และลดโอกาสการแพร่ระบาดของโรคในสถานที่ต่าง ๆ ที่มีความเสี่ยงสูง ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการ ถ้าไม่จำเป็นอย่าออกนอกบ้านเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้ปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ ขอให้ประชาชนทุกคนป้องกันตนเองใช้หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ ให้มีระยะห่างประมาณ 1-2 เมตร และไม่ไปสถานที่เสี่ยงที่มีคนแออัดเป็นจำนวนมากนอกจากนี้จังหวัดเชียงราย ทุกพื้นที่ร่วมกันตั้งด่านตรวจ จุดสกัด และคัดกรองบุคคลที่จะเข้าออกพื้นที่ เพื่อจัดระเบียบการเดินทาง การจราจร รวมทั้งเฝ้าระวังบุคคลกลุ่มเสี่ยงด้วยการสังเกตลักษณะอาการเบื้องต้น พร้อมใช้มาตรการคุมเข้มตามกระบวนการสาธารณสุขกับผู้เดินทางเข้าพื้นที่ ถ้าพบผู้สงสัยเข้าเกณฑ์มีอาการไข้สูง มีลักษณะอาการทางเดินหายใจ จะต้องถูกดำเนินการแยกกัก และคุมตัวไว้สังเกตอาการเข้าบันทึกข้อมูลสอบสวนโรคเพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อโรคของจังหวัดเชียงราย

สำหรับสถานการณ์ล่าสุดของจังหวัดเชียงรายของวันที่ 4 เม.ย. 2563 สรุปผู้เข้าเกณฑ์เฝ้าระวังส่งตรวจหาเชื้อสะสมรวม 141 ราย ไม่พบเชื้อ 132 ราย ผู้ป่วยยืนยัน 9 ราย ยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาลทั้ง 12 ราย และยังไม่มีผู้เสียชีวิต

นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ในฐานะประธารคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่าด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 มีการแพร่ระบาดในประเทศไทย จนมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก และกระทรวงสาธารณสุข ประกาศโรคติดต่ออันตราย พ.ศ. 2563 และตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19ในจังหวัดเชียงราย จากการสอบสวนโรค ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่จะติดเชื้อมาจากจังหวัดอื่น และเดินทางเข้ามาในจังหวัดเชียงราย โดยจังหวัดเชียงราย คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงราย ใช้มาตรการเร่งด่วนในการป้องกันวิกฤตการณ์จากโรคเชื้อไวรัสโควิด 19 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 35 พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 และข้อกำหนดตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548  ซึ่งจังหวัดเชียงราย กำหนดระงับการเดินรถ ห้ามรถโดยสารสาธารณะทุกหมวด ทุกประเภทการขนส่ง ที่บรรทุกผู้โดยสารต่างด้าวเดินทางเข้า-ออก จังหวัดเชียงราย และห้ามรถตู้โดยสารส่วนบุคคลหรือรถยนต์ส่วนบุคคลที่บรรทุกผู้โดยสารต่างด้าวทุกกรณี เดินทางเข้า-ออก จังหวัดเชียงราย ถ้าผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม มีความผิดได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้ปรับ ตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ ปีพ.ศ. 2558 ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. 2563 จนถึงวันที่ 30 เม.ย. 2563 จึงแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน

หมู่บ้านที่ถูกปิด จ.พะเยา ขอบคุณความช่วยจากทุกภาคส่วน

ชาว ต.ลอ อ.จุน โพสต์ขอบคุณและซาบซึ้งในน้ำใจของทุกภาคส่วน ที่ช่วยเหลือประชาชนใน 2 หมู่บ้านที่ปิดตามมาตรการป้องกันยับยั้งการแพร่ระบาด COVID-19 | ที่มาภาพ: สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

ประชาชนในพื้นที่ บ้านใหม่พัฒนา หมู่ที่ 8 และบ้านศรีเมืองชุม หมู่ที่ 6 ต.ลอ อ.จุน จังหวัดพะเยา กราบขอบพระคุณ มิตรไมตรี ที่หลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่ อย่างไม่ขาดสาย ทั้งอาหารเครื่องดื่ม ฯลฯ มามอบให้แก่ผู้ประสบภัยพิบัติกับโรคร้ายแรงฯ ไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโควิด 19 โดยระบุว่า

"รู้สึกซาบซึ้ง และมีกำลังใจต่อสู้ กับเจ้าโรคร้ายฯ อย่างมีความหวัง ต้องขอกราบ ขอบพระคุณทุกๆหน่วยงานจริงฯ ซึ่งในขณะนี้ ในพื้นที่เสียงฯ ที่มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ จำนวน 755ราย ที่ตกชะตากรรม อยู่ในห้วงเหวของความวิตกกังวล(จิตตก) บางคนกลัวจนไม่กล้า จะพบหน้าใคร เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน จนน่าสงสาร" 

"ถ้าหากไม่มีมาตรการเยียวยาเบื้องต้น จากท่านกมล  เชียงวงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัเพะเยา ท่านนายอำเภอจุน ท่านนายกเทศมนตรี ตำบลเวียงลอ และหลักผู้ใหญ่ ที่หลั่งไหลมาช่วยอย่างไม่ขาดสาย ชาวบ้านเขาจะอยู่กันยังไงครับ แต่โชคดี ที่"คนไทยเราไม่ทิ้งกัน" มีมาตรการลงมาช่วยอย่างไม่ขาดสาย" 

"ต้องขอกราบขอบพระคุณ อีกครั้ง กับผู้นำชุมชน ทุกฝ่าย ที่มีความกระตือรือร้น ช่วยกันคนละไม้ละมือ ถ้าเป็นแบบนี้ ตลอดไป ในช่วง 14 วัน "อันตราย" ผมมีความคิดเห็น และมีความ...เชื่อ..!!!  ว่าโรคร้ายโควิด 19 มันแพ้เราอย่างแน่นอนครับ" 

"สู้ๆๆ ครับทุกๆ ท่านเรา จะไม่ทิ้งกันครับ" 

'น่าน' ระงับการเดินทางเข้าจังหวัด หลังเที่ยงคืนวันที่ 5 เม.ย. 2563 เป็นต้นไป

นายวรกิตติ  ศรีทิพากร ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้ลงนามในคำสั่งจังหวัดน่าน ที่ 6384/2563 เรื่องระงับการเดินทางเข้าจังหวัดน่าน เป็นการชั่วคราว ลงวันที่ 4 เม.ย. 2563 โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดน่าน ในการประชุมครั้งที่ 5/2563 เมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2563 จึงระงับการเดินทางเข้าจังหวัดน่านเป็นการชั่วคราว ณ บริเวณรอยต่อเขตจังหวัด ดังนี้

1.เส้นทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 101 จังหวัดแพร่ - จังหวัดน่าน ณ กิโลเมตร ที่ 310+800

2.เส้นทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 1091 จังหวัดน่าน - จังหวัดพะเยา ณ กิโลเมตร 79+650

3.เส้นทางหลวงแผ่นติน หมายเลข 1148 จังหวัดน่าน - จังหวัดพะเยา ณ กิโลเมตร 65+117

เว้นแต่ กรณีดังต่อไปนี้

- การปฏิบัติงานด้านการแพทย์ การธนาคาร การขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ผลผลิตการเกษตร ยา เวชภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ หนังสือพิมพ์ การขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง การขนส่งพัสดุภัณฑ์ การขนส่งสินค้าเพื่อการนำเข้าหรือส่งออก - - การขนย้ายประชาชนไปสู่ที่เอกเทศเพื่อกักกันตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ
- การขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค อุปกรณ์ทางการแพทย์ ไปรษณีย์ ยานพาหนะทางราชการ โดยผู้ใช้เส้นทางต้องผ่านการตรวจคัดกรองตามมาตรฐานการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด
- ประชาชนที่พักอาศัยประจำอยู่ในจังหวัดน่าน ซึ่งได้เดินทางออกนอกเขตจังหวัดน่าน และต่อมามีความจำเป็นต้องเดินทางกลับเข้ามาในจังหวัดน่านในห้วงวันที่ 5-30 เม.ย. 2563 จะต้องผ่านการตรวจคัดกรองตามมาตรฐานการ
- ป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด และกักตัวอยู่ภายในบ้านหรือที่พักของตนเป็นเวลา 14 วันตามมาตรฐานการป้องกันโรคที่ราชการกำหนด โดยต้องรายงานการกักตัวให้เจ้าหน้าที่ควบคุมโรคทราบตลอดระยะเวลาที่กักตัว

ประชาชนชาวไทยที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดอื่น หรือมีที่พักอาศัยประจำอยู่ในจังหวัดอื่นที่มีความประสงค์จะเดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดน่านจะต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

1.แสดงเหตุผลความจำเป็นในการเดินทางเข้าในพื้นที่จังหวัดน่าน ต่อเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจหากไม่มีเหตุผลความจำเป็นเพียงพอ ให้เจ้าหน้าที่ควบคุมโรคประจำคนตรวจระงับการอนุญาตให้เข้าพื้นที่จังหวัดน่าน

2.ผู้เดินทางที่ได้รับอนญาตให้เดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดน่าน ต้องผ่านการตรวจคัดกรองตามมาตรฐานการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด และลงทะเบียนผู้เดินทางเข้าตามแบบฟอร์มที่จังหวัดน่านกำหนด และต้องถูกกักตัวเองอยู่ภายในที่พัก ซึ่งคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดน่าน กำหนดเป็นเวลา 14 วันนับแต่วันแรกที่เข้ามาในพื้นที่จังหวัดน่าน
- ผู้ไม่มีสัญชาติไทย เฉพาะบุคคลในคณะทูต คณะกงสุล องค์การระหว่างประเทศหรือผู้แทนรัฐบาลที่มาปฏิบัติงานในประเทศไทย ตลอดจนบุคคลในครอบครัวของบุคคลดังกล่าว โดยต้องมีหนังสือรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศและต้องได้รับการตรวจคัดกรองตามมาตรฐานการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด
- ผู้ที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดน่าน หรือศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 จังหวัดน่านเห็นชอบสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวได้มีคำสั่งระงับการเดินทางเข้า-ออก ทุกช่องทางโดยเด็ดขาด ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. 2563 ประกอบกับจังหวัดน่านได้มีคำสั่ง ที่ 5119/2563 ลงวันที่ 22 มี.ค. 2563 ระงับการเดินทางเข้า-ออกของบุคคล ณ จุดผ่านแดนถาวรห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติจังหวัดน่านเป็นการชั่วคราว ยกเว้นการนำเข้า-ส่งออกสินค้าและสินค้าผ่านแดน ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 22 มี.ค. 2563 เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งดังกล่าว จึ่งให้ระงับการเดินทางเข้าจังหวัดน่านของบุคคลซึ่งมีความประสงค์เดินทางต่อไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวโดยผ่านแดน ณ จุดผ่านแดนถาวรห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน เป็นการชั่วคราว อนึ่งเนื่องจากเป็นกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน หากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่สาธารณชน หรือกระทบต่อสาธารณะ จึงไม่อาจให้คู่กรณีใช้สิทธิโต้แย้งตามมาตรา 30 วรรคสอง (1) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย. พ.ศ.2563 เวลา 00.01 นาฬิกา ถึงวันที่ 30 เม.ย. พ.ศ.2563 เวลา 24.00 นาฬิกา สั่ง ณ วันที่ 4 เม.ย. พ.ศ.2563 นายวรกิตติ ศรีทิพากร ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ผู้กำกับการบริหารราชการในสถานารณ์ฉุกเฉิน ในเขตท้องที่จังหวัดน่าน

อ.แม่สะเรียง 'แม่ฮ่องสอน' เตรียมรับบุคคลจากมาเลเซียกักตัว 1 ราย พร้อมจัดที่พักรองรับ


ที่มาภาพ: สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

5 เม.ย. 2563 เวลา 10.00 น.นายธนกฤต ฉันทะจำรัสศิลป์ นายอำเภอแม่สะเรียง นายสัมพันธ์ กันทะวงศ์ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นายชัชฤทธิ์ ผู้ใหญ่บ้านบ้านทุ่งแล้ง และ อส.อำเภอแม่สะเรียง ร่วมออกตรวจเยี่ยมบุคคลที่เข้าข่ายเฝ้าระวังโรค เนื่องจากเดินทางมาจากประเทศมาเลเซียพื้นที่เสี่ยงต่อการติดโรค ณ บ้านทุ่งแล้ง หมู่ที่ 1 ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

บุคคลดังกล่าวคือ นางสาวแอน (นามสมมุติ) ได้ไปพักอาศัยอยู่กับสามีที่ประเทศมาเลเซีย และนางสาวแอนต้องการเดินทางกลับบ้านที่ อ.แม่สะเรียง ซึ่งต้องกลับมากักตัวตามมาตรการสาธารณสุข ในสถานที่ที่อำเภอแม่สะเรียงได้เตรียมไว้ เพื่อเฝ้าระวังตนเองเป็นระยะเวลา 14 วัน ซึ่งนางสาวแอน ยินดีที่ปฎิบัติตาม และนางสาวแอน กล่าวอีกว่าก่อนเดินทางกลับมายังประเทศไทย ตนเองได้กักตัวเองอยู่ในบ้านที่ประเทศมาเลเซียเป็นระยะเวลา 14 วันแล้ว ทางการมาเลเซียก็บังคับใช้กฏหมายอย่างเข้มงวด หากมีการฝ่าฝืนจะถูกลงโทษปรับเป็นเงินจำนวน 1,000 ริงกิตมาเลเซีย (7,500 บาท)

สำหรับความพร้อมของสถานที่กักกัน ลักษณะบ้านเป็นปูน 2 ชั้น แบ่งเป็น 3 ห้องนอน มีห้องน้ำ ห้องครัว และมีขอบเขตรั้วรอบมิดชิด ซึ่งทาง อ.แม่สะเรียง ได้จัดเตรียมสถานที่ไว้สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงหรือต่างประเทศไว้เรียบร้อยแล้ว

'เชียงราย' ยืนยันสะสม 9 ราย

ศูนย์ข้อมูลมาตรการแก้ไขปัญหาจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 จังหวัดเชียงราย ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงราย โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงราย ได้รายงานให้ทราบว่า ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย นับตั้งแต่วันที่ 7 มี.ค. 2563 จนวันที่ 4 เม.ย. 2563  มีผู้เข้าเกณฑ์สอบสวนโรคสะสม 141 ราย กลับบ้านแล้ว 115 ราย มีการเฝ้าระวังอาการที่บ้าน 14 ราย มีการรักษาตัวที่โรงพยาบาล 12 ราย ผู้ป่วยยืนยันรักษาอยู่ที่โรงพยาบาล 9 ราย และรักษาอยู่โรงพยาบาลด้วยอาการอื่น ๆ 3 ราย ส่วนกลุ่มเสี่ยงเดินทางมาจากต่างจังหวัดและต่างประเทศ สะสมรวม 865 ราย แบ่งเป็นกลุ่มแรงงาน 26 ราย กลุ่มอื่นๆ 272 ราย และมีการติดตามครบ 14 วัน รวม 567 ราย ซึ่งจังหวัดเชียงราย ออกมาตรการต่างๆเพื่อการควบคุม การป้องกัน และลดโอกาสการแพร่ระบาดของโรคในสถานที่ต่าง ๆ ที่มีความเสี่ยงสูง ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการ ถ้าไม่จำเป็นอย่าออกนอกบ้านเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้ปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ ขอให้ประชาชนทุกคนป้องกันตนเองใช้หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ ให้มีระยะห่างประมาณ 1-2 เมตร และไม่ไปสถานที่เสี่ยงที่มีคนแออัดเป็นจำนวนมากนอกจากนี้จังหวัดเชียงราย ทุกพื้นที่ร่วมกันตั้งด่านตรวจ จุดสกัด และคัดกรองบุคคลที่จะเข้าออกพื้นที่ เพื่อจัดระเบียบการเดินทาง การจราจร รวมทั้งเฝ้าระวังบุคคลกลุ่มเสี่ยงด้วยการสังเกตลักษณะอาการเบื้องต้น พร้อมใช้มาตรการคุมเข้มตามกระบวนการสาธารณสุขกับผู้เดินทางเข้าพื้นที่ ถ้าพบผู้สงสัยเข้าเกณฑ์มีอาการไข้สูง มีลักษณะอาการทางเดินหายใจ จะต้องถูกดำเนินการแยกกัก และคุมตัวไว้สังเกตอาการเข้าบันทึกข้อมูลสอบสวนโรคเพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อโรคของจังหวัดเชียงราย

สำหรับสถานการณ์ล่าสุดของจังหวัดเชียงรายของวันที่ 4 เม.ย. 2563  สรุปผู้เข้าเกณฑ์เฝ้าระวังส่งตรวจหาเชื้อสะสมรวม 141 ราย ไม่พบเชื้อ 132 ราย ผู้ป่วยยืนยัน 9 ราย ยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาลทั้ง 12 ราย และยังไม่มีผู้เสียชีวิต

ที่มาเรียบเรียงจาก ข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจของจังหวัดเชียงใหม่ | สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ [1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8]

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์