COVID-19 : 6 เม.ย.53 ดับเพิ่ม 3 ป่วยใหม่ 51 รบ.ยัน ยังไม่ตัดสินใจเคอร์ฟิว 24 ชม.

ไทยผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่ม 3 ราย ผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 51 ราย เป็นบุคลากรทางการแพทย์ 13 ราย รวมมีผู้ป่วยสะสม 2,220 ราย รบ.ยัน ยังไม่ตัดสินใจประกาศเคอร์ฟิว 24 ชม. ขอคนไม่ตรงเกณฑ์รับ 5,000 ถอนชื่อออก ขู่ข้อมูลเท็จผิด พ.ร.บ.คอมฯ สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทย ขอ 'ประยุทธ์' ไฟเขียวสื่อรายงานข่าวช่วงเคอร์ฟิว

ภาพจากเว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล

6 เม.ย.2563 ความคืบหน้าการระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19) ประจำวันที่ 6 เม.ย.2563 กระทรวงสาธารณสุข รายงานว่า 

1. สถานการณ์ทั่วโลก

ใน 205 ประเทศ 2 เขตบริหารพิเศษ 2 เรือสำราญ ข้อมูลตั้งแต่ 5 ม.ค. – 6 เม.ย.2563 (07.00 น.) พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อจำนวน 1,271,999 ราย เสียชีวิต 69,405 ราย ส่วนสถานการณ์ต่างประเทศที่มียอดผู้ป่วยมาก 3 อันดับแรก คือ สหรัฐอเมริกาพบผู้ป่วย 336,327 ราย เสียชีวิต 9,605 ราย  สเปนพบผู้ป่วย 131,646 ราย เสียชีวิต 12,641 ราย  และอิตาลีพบผู้ป่วย 128,948 ราย เสียชีวิต 15,887 ราย

2. สถานการณ์ในประเทศไทย

5 เม.ย.63 เวลา 16.00 น.ผู้ป่วยกลับบ้านได้ 119 ราย ผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 51 ราย นับเป็นลำดับที่ 2,170-2,220 จำแนกเป็นกลุ่มดังนี้

กลุ่มที่ 1 ผู้ป่วยที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วย หรือเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่พบผู้ป่วยก่อนหน้านี้ จำนวน 25 ราย มีรายละเอียด ดังนี้ 1.1 ร่วมพิธีกรรมทางศาสนาอิสลาม 3 ราย 1.2 สัมผัสกับผู้ป่วยที่มีรายงานมาแล้ว 22 ราย

กลุ่มที่ 2 ผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 19 ราย มีรายละเอียด ดังนี้ 2.1 คนที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ รวม 2 ราย (เป็นคนไทย 1 ราย /ต่างชาติ 1 ราย) 2.2 สัมผัสผู้เดินทางจากต่างประเทศ 1 ราย 2.3 อาชีพเสี่ยง 3 ราย 2.4 บุคลากรทางการแพทย์ 13 ราย (สะสม 50 ราย)   

กลุ่มที่ 3 ได้รับผล lab ยืนยันพบเชื้อ อยู่ระหว่างรอประวัติและสอบสวนโรค 7 ราย

3. ผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่ม 3 ราย

วันนี้ ได้รับรายงานผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่ม 3 ราย ประกอบด้วย รายที่ 1 เป็นชายไทย อายุ 28 ปี เข้ารับรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ในจังหวัดสมุทรปราการ ด้วยอาการ ไข้ ไอ เจ็บคอ เสียชีวิตวันที่ 4 เม.ย. (เป็นผู้เสียชีวิตรายที่ 24)

รายที่ 2 เป็นชายไทย อายุ 51 ปี มีประวัติคนในครอบครัวติดเชื้อโควิด-19 มีโรคประจำตัว คือ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง มีภาวะอ้วน เข้ารับรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ  ด้วยอาการไอ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ หนาวสั่น เสียชีวิตวันที่ 4 เม.ย. 2563 (เป็นผู้เสียชีวิตรายที่ 25) และ รายที่ 3 เป็นหญิงไทย อายุ 59 ปี อาชีพค้าขาย มีประวัติไปในที่แออัด มีคนจำนวนมาก มีโรคประจำตัว คือ โรคเบาหวาน และมีภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูงร่วมกับภาวะเลือดเป็นกรด เข้ารับรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ด้วยอาการหายใจหอบเหนื่อย น้ำตาลในเลือดสูง เสียชีวิตวันที่ 5 เม.ย. 2563 (เป็นผู้เสียชีวิตรายที่ 26)

โดยสรุปภาพรวมวันนี้ มีผู้ป่วยกลับบ้านสะสม 793 ราย ยังรักษาในโรงพยาบาล 1,401 ราย เสียชีวิตรวม 26 ราย รวมมีผู้ป่วยสะสม 2,220 ราย

รบ.ยัน ยังไม่ตัดสินใจประกาศเคอร์ฟิว 24 ชม.

วันเดียวกัน นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่าตามที่ได้มีการส่งข้อความระบุว่า ให้เตรียมพร้อม รัฐบาลจะประกาศเคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.นี้ นั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ยังไม่มีการประกาศใดๆ เป็นเพียง ข่าวปลอม อย่างไรก็ดี รัฐบาลจำเป็นต้องเตรียมแผนล่วงหน้าหากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น เพื่อรับมือกับ โควิด 19 อย่างดีที่สุด

โดยนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า “ยังไม่ได้ตัดสินใจอะไร แต่นายกรัฐมนตรี ต้องเตรียมการมีแผนล่วงหน้า ในเชิงรุก ทุกอย่างคือแผน เมื่อถึงกำหนดเวลาที่จะ ปฏิบัติ คือ คำสั่ง เป็นข้อกำหนด ที่จะประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ ขณะนี้ถือว่า เป็นข่าวปลอม”

ขอคนไม่ตรงเกณฑ์รับ 5,000 ถอนชื่อออก ขู่ข้อมูลเท็จผิด พ.ร.บ.คอมฯ

ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.)ตอบคำถามจากเฟซบุ๊กไลฟ์ กรณีมีผู้ลงทะเบียนรับเงินเยียวยา 5,000 บาทในเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com โดยกล่าวว่า ยอดตัวเลขผู้ลงทะเบียนรับเงินเยียวยาดังกล่าวสูงถึง 24.2 ล้านคน  โดยต้องขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้ความสำคัญ แต่พบว่ามีจำนวนมากกว่าที่ตั้งโจทย์ไว้ประมาณ 3 ล้านคน  หากนำงบประมาณมาใช้ด้านนี้ด้านเดียว การรักษาพยาบาล และด้านอื่น ๆ คงจะต้องมีปัญหาแน่นอน ขอขอบคุณหลายคนที่ได้แสดงความรับผิดชอบ มีตัวเลขคนที่ยกเลิก 3 แสนคน ลดภาระงานกับส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง หากผู้ที่ได้ลงทะเบียนไปแล้วพบว่าตนเองมีคุณสมบัติที่ไม่ตรงตามเกณฑ์ ขอให้ไปถอนชื่อออก เพราะการให้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นเท็จมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ อีกทั้งทำให้เกิดกระบวนการการจัดการที่ยุ่งยาก หากมีผู้ถอนชื่อออกเป็นจำนวนล้านคน จะส่งผลให้ภาระงานของเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังลดน้อยลง การช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่มีผลกระทบโดยตรงจะได้เร็วขึ้น  เพราะมาตรการนี้ต้องการช่วยเหลือคนที่มีผลกระทบโดยตรงมากที่สุด เพราะเงิน 5,000 บาทมีคุณค่ากับทุกคน หากไม่เข้าเงื่อนไขขอให้ถอนชื่อออกจากระบบออนไลน์โดยทันที

(ที่มา : เรียบเรียงจากเว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล)

ส.ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ขอ 'ประยุทธ์' ไฟเขียวสื่อรายงานข่าวช่วงเคอร์ฟิว

สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทย หรือ FCCT โพสต์จดหมายผ่าน เฟสบุ๊กแฟนเพจ 'Foreign Correspondents' Club of Thailand - FCCT' ว่า ทางองค์กรยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อเสนอให้รัฐบาลพิจารณาอนุญาตให้สื่อมวลชนสามารถปฏิบัติงานในช่วงเคอร์ฟิวได้ เนื่องจากเป็นสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์