'สุดารัตน์' แนะ รบ. (อีกครั้ง)ใช้ 'ยุทธการ 21 วัน สยบ COVID'- 'ก้าวไกล' ชี้ทำงบฯ64 ตั้งเป้ามั่นคงสุขภาพ-ปากท้อง ปชช.

'สุดารัตน์' แนะ รบ. (อีกครั้ง)ใช้ 'ยุทธการ 21 วัน สยบ COVID' ป้องกันผู้ติดเชื้อใหม่ ไม่ให้เข้าประเทศ ค้นหาผู้ติดเชื้อในประเทศให้ได้มากที่สุด และเร็วที่สุด ย้ำ ปชช.เข้าถึงการตรวจฟรีให้ได้มากที่สุด 'เพื่อไทย' เตือน รบ.ประเมินผลเคอร์ฟิว ตรงไปตรงมา ไม่ควรใช้วิธีข่มขู่ประชาชน 'ก้าวไกล' เสนอ 7 ข้อพิจาณาจัดทำ “งบรายจ่ายปี 64" “ศิริกัญญา” ชี้ควรตั้งเป้าความมั่นคงด้านสุขภาพ-เยียวยาปากท้อง

6 เม.ย.2563 สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อเสนอของตนและพรรคเพื่อไทยได้เสนอ "ยุทธการ 21 วัน สยบ COVID" มาตั้งแต่วันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยย้ำว่าหากรัฐบาลทำตาม ตั้งแต่วันนั้น ขณะนี้คงควบคุมการระบาดให้สยบลงได้แล้วในระดับหนึ่ง ด้วยหลักการง่าย ๆ ของการควบคุมการระบาดของโรค มีอยู่ 2 ประการคือ

1. ป้องกันผู้ติดเชื้อใหม่ ไม่ให้เข้าประเทศ โดยห้ามการเดินทางเข้าประเทศ หรือกักตัว 14 วัน โดยเช่าโรงแรมให้อยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ซึ่งควรทำมาตั้งแต่ 2 เดือนที่แล้ว แต่ก็ปล่อยให้เละเทะมาถึงวันนี้ อย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่สนามบินสุวรรณภูมิเมื่อวานก่อน

2. ค้นหาผู้ติดเชื้อในประเทศให้ได้มากที่สุด และเร็วที่สุด โดยใช้กลไกสาธารณสุข และมหาดไทย ปูพรมตรวจหาผู้ติดเชื้อทุกหมู่บ้าน ผู้ติดเชื้อที่ป่วยรีบส่งตัวเข้าโรงพยาบาล ส่วนผู้ติดเชื้อที่มีอาการป่วยน้อยใช้โรงแรมเป็นที่กักตัว เฝ้าดูอาการจนหายดี ตรวจไม่พบเชื้อแล้ว จึงให้กลับบ้าน

"หัวใจหลักคือ ต้องให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจ COVID-19 ฟรี ให้ได้มากที่สุด" สุดารัตน์ ระบุ

ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย โพสต์ด้วยว่า วิธีนี้หลายประเทศทำสำเร็จ สยบการระบาดได้ จนประชาชนกลับมาทำมาหากินกันได้ทั้งจีน, ไต้หวัน, ญี่ปุ่น, สิงคโปร์ แม้แต่ Bill Gates ก็เพิ่งเสนอว่า การเร่งตรวจหาผู้ติดเชื้อให้ได้มากที่สุด เร็วที่สุดเท่านั้น จึงจะสยบการแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้เช่นกัน ปัญหาที่รัฐบาลต้องแก้คือ เรื่องชุดตรวจที่มีข่าวทุจริต และต้องทะลวงคอขวดของระบบราชการ ให้นำเข้าชุดตรวจให้ได้เร็วที่สุด รวมทั้งมีมหาวิทยาลัยและโรงพยาบาลในประเทศที่มีการพัฒนาชุดตรวจได้ ก็ให้รีบสนับสนุนงบโดยด่วน

"ขอให้พลเอกประยุทธ์ หยุดโทษประชาชนเพียงฝ่ายเดียว แล้วหันมาเร่งปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของรัฐบาลอย่างเร่งด่วน ยิ่งช้า คนป่วยยิ่งมากขึ้น จนเกินกว่าที่ระบบสาธารณสุขของไทย และแพทย์จะรับมือไหว ยิ่งช้า เศรษฐกิจปากท้องจะพังพินาศ คนไทยจะยากลำบาก จนไม่ว่ารัฐบาลจะ”กู้เงิน”มามากแค่ไหน ก็ไม่อาจจะทำให้เศรษฐกิจกลับมาดีได้" สุดารัตน์ โพสต์ พร้อมย้ำว่า นี้เป็นข้อเสนอด้วยความปรารถนาดีของเรา ที่ต้องการให้ประชาชน และประเทศชาติรอดพ้นจากวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้ เป็นข้อเสนอจากประสบการณ์ของเรา ในการรับมือกับโรคอุบัติใหม่ (Emerging Disease) อย่างโรค SARS และไข้หวัดนก

เตือนประเมินผลเคอร์ฟิว ตรงไปตรงมา ไม่ควรใช้วิธีข่มขู่ประชาชน

ขณะที่วานนี้ (5 เม.ย.63) อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐบาลต้องประเมินการประกาศใช้เคอร์ฟิว ห้ามประชาชนออกนอกเคหสถาน ในเวลา 22.00 น. ถึง 04.00 น.ว่าได้ผลอย่างไร อย่างตรงไปตรงมา และมีข้อมูลผลกระทบอย่างครบถ้วนรอบด้าน เชื่อว่า ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจ พร้อมให้ความร่วมมือกับรัฐบาล ในการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อยู่แล้ว แต่อยากขอให้รัฐบาลสื่อสารในลักษณะสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม ไม่ใช่แถลงข่มขู่ประชาชน ในลักษณะถ้าเคอร์ฟิว 22.00 น. ถึง 04.00 น.ไม่ประสบผลสำเร็จ จะประกาศเพิ่มเป็นเคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง สถานการณ์ในขณะนี้ทุกฝ่ายต้องร่วมแรงร่วมใจกัน ฝ่ามหาวิกฤติโควิด-19 ไปให้ได้ ในระยะเวลาที่สั้นที่สุด เพราะได้ขยายวงส่งผลกระทบกว้างออกไปเรื่อยๆ จนประชาชนทุกกลุ่มได้รับผลกระทบหนักทั่วประเทศ

นอกเหนือจากการบังคับใช้เคอร์ฟิว รัฐบาลต้องดูแลควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ไม่ให้มีการกักตุน หรือปรับเพิ่มราคาสูงขึ้น จนเป็นการเพิ่มภาระให้ประชาชน ซึ่งไม่แน่ใจว่าอยู่ในกำกับดูแลของ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หรือ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ ร่วมกับปลัดกระทรวงต่างๆ เป็นผู้ควบคุมบริหารจัดการ แต่ตอนนี้ประชาชนเดือดร้อนอย่างหนัก

“ประกาศเคอร์ฟิวแล้วเอายังไงต่อ ถ้ายังควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ไม่ได้ แล้วแก้ด้วยการเพิ่มเป็นเคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง เป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพสูงสุดแล้วหรือไม่ นอกเหนือจากรัฐต้องควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ให้ได้โดยเร็วแล้ว ต้องควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ไม่ให้เป็นการเพิ่มภาระให้กับประชาชน” อนุสรณ์ กล่าว

'ก้าวไกล' เสนอ 7 ข้อพิจาณาจัดทำงบฯ64 ชี้ควรตั้งเป้าความมั่นคงด้านสุขภาพ-เยียวยาปากท้อง

วันเดียวกัน (6 เม.ย.63) พรรคก้าวไกลเผยแพร่คลิปวีดีโอ ข้อเสนอในการจัดสรรงบประมาณประจำปี 2564 ที่เตรียมเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ โดย ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ กล่าวว่า จากที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในรายละเอียดแล้วนั้น เมื่อได้มาพิจารณาก็พบว่า ไม่ได้มีการเปลี่ยนในการจัดสรรงบประมาณแต่อย่างใด ยังคงเป็นการจัดสรรรูปแบบเดิม ไม่ได้จัดความสำคัญ ไม่ได้เตรียมรับมือกับวิกฤตโควิดที่อาจลากยาว ซึ่งถ้าเราไม่มีการทบทวน คาดว่าจะเจอปัญหาเดิมๆ เช่น งบกลาง ที่ใช้หมดไปโดยโดยไม่พอเยียวยาปัญหาปากท้อง อุปกรณ์การแพทย์ หรือการกู้เงินอีกมหาศาลที่ไม่รู้จะใช้หมดเมื่อไหร่ แต่ขณะเดียวกันงบประมาณในการจัดซื้ออาวุธต่างๆ ยังอยู่ครบ

ถ้าไม่มีการทบทวนงบประมาณแผ่นดินประจำปี 2564 เราจะต้องพบกับปัญหาแบบเดิมๆ เหมือนเคย ไม่ว่าจะเป็นงบกลางหมดกระทันหัน ไม่มีเงินเยียวยาอีกต่อไป ไม่มีเงินซื้อหน้ากาก อุปกรณ์แพทย์ขาดแคลน จำเป็นต้องกู้เงินเพิ่มมหาศาล และอื่นๆ อีกนานับประการ ดังนั้น อดีต กมธ.งบประมาณปี 2563 และทีมงานพรรคก้าวไกล จึงมี 7 ข้อเสนอในการจัดสรรงบประมาณประจำปี 2564 ดังนี้

ศิริกัญญา กล่าวว่า ข้อเสนอที่ 1. ต้องจัดทำงบประมาณฐานศูนย์ เปรียบเหมือนกระเป๋าเดินทางที่ต้องเทของเก่าออกให้หมดก่อนแล้วเริ่มจัดใหม่ เพราะตอนนี้เราเข้าสู่สถานการณ์ไม่ปกติ หากยังจัดทำงบประมาณแบบเดิม โดยนำของปีก่อนหน้านี้มาขยับขึ้น นี่ย่อมแสดงให้เห็นว่า ว่าหน่วยงานรัฐไม่ยอมเฉือนเนื้อตัวเองเพื่อนำไปให้กับภารกิจที่มีความสำคัญมากกว่า ข้อเสนอที่ 2. จัดลำดับความสำคัญใหม่ โดยงบประมาณในปี 2564 ควรตั้งเพื่อเป้าหมายความมั่นคงทางด้านสุขภาพและการเยียวยาปากท้องประชาชน ดังนั้น กระทรวงที่ควรได้รับเพิ่ม ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข ในส่วนงบกลางสำรองใช้จ่ายฉุกเฉิน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงแรงงาน เป็นต้น ข้อเสนอที่ 3.ต้องรีดไขมันให้เรียบ งบประมาณไม่จำเป็น เช่น รับรองแขก ดูงานต่างประเทศ อบรมสัมมนา รถประจำตำแหน่ง ฯลฯ ต้องเอาออกให้หมด ไม่เว้นแม้แต่ในกระทรวงที่เราจัดลำดับความสำคัญเป็นพิเศษ

ศิริกัญญา กล่าวอีกว่า ข้อเสนอที่ 4.เพิ่มงบกลาง เตรียมความพร้อมสำหรับความไม่แน่นอนในอนาคต แม้ปกติเราจะไม่เห็นด้วยกับการเพิ่มงบกลาง เนื่องจากให้นายกรัฐมนตรีมีอำนาจเต็มในการสั่งจ่าย แต่ในยามวิกฤตเช่นนี้ ในสถาการณ์ที่ไม่แน่นอนเช่นนี้ เพื่อความยืดหยุ่นในการใช้จ่าย เรายินดีให้รัฐบาลจัดสรรงบกลางเพิ่มขึ้น ข้อเสนอที่ 5.เร่งปฏิรูประบบราชการยามวิกฤต ทั้งนี้ สถานการณ์ปัจจุบันสะท้อนว่ารัฐไทยยังไม่มีความสามารถรับมือกับวิกฤตได้ นี่จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่นำไปสู่การปฏิรูปหลายๆ อย่าง เช่น การบินไทยที่ประสบปัญหาภาวะขาดทุนในปัจจุบัน หรือ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยเหลือ บริการสาธารณะในช่วงที่ประชาชนไม่สามารถออกจากบ้านได้

“ข้อเสนอที่ 6. ทบทวนสัญญางบผูกพันที่รัฐเคยทำมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นซื้ออาวุธ หรือโครงการเมกะโปรเจคด้านคมนาคมที่ซ้ำซ้อน เกินความจำเป็น ไม่คุ้มค่า เวลานี้เหมาะสมอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะกลับมาทำการทบทวน ซึ่งเราเคยทำเรื่องนี้แล้วในช่วงผ่านวิกฤตต้มยำกุ้ง 40 ที่มีการทบทวนสัญญาซื้อขายเครื่องบิน F18 และ ข้อเสนอที่ 7. ต้องรอบคอบยิ่งขึ้นในการก่อหนี้ผูกพันใหม่ เพราะจากนี้ไป ประเทศยังจำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมากเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ ฟื้นฟูประเทศให้กลับมาอีกครั้ง ดังนั้น ก่อนก่อหนี้ผูกพันใหม่ ต้องคำนึงถึงภาระหนี้ที่จะเกิดขึ้น ถ้าไม่เป็นประโยชน์โดยตรงกับประชาชน ก็ไม่จำเป็น” ศิริกัญญา กล่าว

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า การจัดสรรงบประมาณปี 2564 ต้องตอบโจทย์ 3 ภารกิจหลัก ได้แก่ 1. ควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด -19 ไม่ให้เกินขีดความสามารถในการรักษาพยาบาล 2. การยกระดับขีดความสามารถของระบบสาธารณสุข ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลสนาม อุปกรณ์การแพทย์ เครื่องช่วยหายใจ ยา เวชภัณฑ์ ตลอดจนระบบติดตามการรักษาตัวของผู้ป่วยอาการไม่หนักที่กักตัวอยู่บ้าน และ 3.การพยุงเศรษฐกิจ การดูแลประชาชน คนตัวเล็กตัวน้อย ผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อให้เราทุกคนผ่านพ้นวิกฤตโควิด และวิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้ได้ ทั้งนี้ หากอยากร่วมสะท้อนความเห็นของเราให้รัฐบาลได้รับรู้ ว่าเราอยากเห็นการจัดสรรงบประมาณประจำปี 2564 เป็นอย่างไร และอะไรที่เราไม่อยากเห็น สามารถเข้าไปแสดงความเห็นได้ที่ เว็บไซต์สำนักงบประมาณ www.bb.go.th ภายในวันที่ 8 เม.ย. นี้

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์