7 เม.ย. 'เชียงใหม่' ไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 2 วันติด ยังสะสม 39 คน (ปรับตัวเลข)

7 เม.ย. 2563 'เชียงใหม่' ไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 2 วันติด ผู้ป่วยในพื้นที่ยังสะสม 39 คน (ปรับตัวเลขรวมผู้ป่วยนอกพื้นที่ 1 คน) รักษาหายจนกลับบ้านได้แล้ว 7 คน ยังคงอยู่ในโรงพยาบาล 32 คน | 'พะเยา' จัดอาหารและน้ำดื่มแก่ประชาชนในพื้นที่หมู่บ้านเสี่ยงที่ปิดหมู่บ้าน | 'แม่ฮ่องสอน' ขยายประกาศกรณีห้ามคนที่ไม่ใช่สัญชาติไทยและนักท่องเที่ยวเข้าในตัวเมืองถึง 30 เม.ย. 2563 | 'น่าน' ซักซ้อมความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจคัดกรองห้วยน้ำอุ่น หลังมีคำสั่งระงับการเดินทางเข้าจังหวัด


'พะเยา' จัดอาหารและน้ำดื่มแก่ประชาชนในพื้นที่หมู่บ้านเสี่ยงที่ปิดหมู่บ้าน | ที่มาภาพ: สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

7 เม.ย. 2563 ศูนย์ข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจ จังหวัดเชียงใหม่ (ศ.ข.ฉ.ก.) ได้แถลงข่าวสถานการณ์เชื้อไวรัส COVID-19 ในพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ ประจำวันที่ 7 เม.ย. 2563 เพื่อแจ้งข้อมูลความคืบหน้าของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่โดยไลฟ์สดผ่านเพจข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจจังหวัดเชียงใหม่

นายแพทย์ชาญชัย พจมานวิพุธ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลนครพิงค์ เปิดเผยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในจังหวัดเชียงใหม่ ว่าวันนี้ (7 เม.ย. 2563) จังหวัดเชียงใหม่ไม่พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อเพิ่ม รวมผู้ป่วยสะสม 39 ราย เป็นผู้ป่วยติดเชื้อในพื้นที่ 38 ราย และผู้ป่วยนอกพื้นที่ 1 ราย รักษาหายจนกลับบ้านได้แล้ว 7 ราย ยังคงอยู่ในโรงพยาบาล 32 ราย และมีผู้ป่วยที่มีอาการหนัก 1 ราย อยู่ที่โรงพยาบาลนครพิงค์ โดยผู้ป่วยนอกพื้นที่เป็นผู้ป่วยชาวเชียงราย ซึ่งได้เดินทางไปยังประเทศอังกฤษ และได้เดินทางเข้ารับการตรวจและรักษาที่จังหวัดเชียงใหม่ 

จ.เชียงใหม่ มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังโรค 822 ราย กลับบ้านแล้ว 729 ราย ยังคงอยู่ในโรงพยาบาล 93 ราย มีผู้ที่เดินมาจากกรุงเทพฯ และเขตปริมณฑล มายังจังหวัดเชียงใหม่ทั้งสิ้น 9,222 ราย อยู่ระหว่างการกักตัวและสังเกตอาการที่บ้าน 5,721 ราย ติดตามครบ 14 วันแล้ว 3,501 ราย และหากสามารถติดตามควบคุมกลุ่มผู้มีอาชีพเด็กเอนเตอร์เทนได้ จะทำให้จังหวัดเชียงใหม่อยู่ในโซนที่ปลอดภัยมากขึ้น รวมทั้งเน้นย้ำให้ประชาชนยังคงปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ ที่กระทรวงสาธารณสุขได้วางไว้อย่างเคร่งครัดต่อไป ซึ่งขณะนี้มีจำนวนผู้ป่วยลดลง นับว่าเป็นแนวโน้มที่ดี

นอกจากนี้ขอให้ประชาชนระมัดระวังในขณะที่ไปยังห้างสรรพสินค้าต่างๆ ให้ยังคงมาตรการ Social Distancing ส่วนผู้ที่อยู่ระหว่างการกักตัวและเฝ้าระวัง จะต้องหมั่นล้างมือให้ถูกวิธีด้วยน้ำและสบู่ สวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่ออยู่ร่วมกับผู้อื่น ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น ทั้งแก้วน้ำและอุปกรณ์การรับประทานอาหาร สำหรับหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วจะต้องทิ้งในจุดที่เจ้าหน้าที่กำหนด รวมทั้งสังเกตอาการของตนเองว่ามีอาการไข้ ไอ จาม หายใจหอบเหนื่อย หรือไม่ได้กลิ่นอาหาร จะต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลทันที และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

*ล่าสุดวันที่ 8 เม.ย. 2563 มีการนำตัวเลขผู้ป่วยจากนอกพื้นที่รวมด้วย 1 ราย ดังนั้นในวันที่ 7 เม.ย. 2563 จึงสะสมที่ 39 ราย

'ลำพูน' ไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม ยังมีผู้ติดเชื้อสะสมที่ 4 ราย

7 เม.ย. 2563 ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) จ.ลำพูน รายงานสถานการณ์ประจำวันที่ 7 เม.ย. 2563 ดังนี้ มีผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศสะสม 505 ราย เดินทางมาจากต่างประเทศเขตโรคติดต่ออันตราย 4 ประเทศ ได้แก่ จีน (รวมฮ่องกง และมาเก๊า) จำนวน 48 ราย อยู่ในระยะเฝ้าระวัง 7 ราย เกาหลีใต้ 37 ราย อยู่ในระยะเฝ้าระวัง 3 ราย อิตาลี 3 ราย พ้นกำหนดระยะเฝ้าระวังแล้วทั้ง 3 ราย เดินทางมาจากต่างประเทศพื้นที่มีการระบาดต่อเนื่องและควรหลีกเหลี่ยงการเดินทาง (29 ประเทศ) จำนวน 268 ราย อยู่ในระยะเฝ้าระวัง 44 ราย ประเทศอื่นๆที่มีการรายงานการเกิดโรค 149 ราย อยู่ในระยะเฝ้าระวัง 16 ราย ผู้เดินทางกลับจากกรุงเทพ – ปริมณฑล จำนวนสะสม 1,173 คน ยังอยู่ในระยะเฝ้าระวังทั้งหมด พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อสะสม 4 ราย ทั้ง 4 รายอยู่ในการดูแลของแพทย์ที่โรงพยาบาล ยังไม่ได้กลับบ้าน อาการทั่วไปการดีขึ้น ไม่มีไข้ เมื่อครบ 14 วัน จะมีการตรวจหาเชื้อซ้ำอีกครั้ง ผลตรวจผู้สัมผัสใกล้ชิดทั้งหมดไม่พบเชื้อ และเพื่อความมั่นใจจึงมีมาตรการให้นายอำเภอ ออกคำสั่งให้ผู้เกี่ยวข้องกักตัว เฝ้าระวัง 14 วัน ต่อเนื่อง

ทั้งนี้ มีผู้เข้าเกณฑ์เฝ้าระวัง (PUI) สะสม 123 ราย ไม่พบเชื้อ 113 ราย รอผลตรวจ 6 ราย รักษาตัวในโรงพยาบาล 18 ราย กลับบ้านแล้ว 105 ราย ในส่วนกรณีของการรอผลตรวจอีก 6 รายนั้น อยู่ในการกำกับดูแลของแพทย์ในโรงพยาบาล และเป็นผู้เข้าเกณฑ์ต้องสงสัยเฝ้าระวังตามกระบวนการทางการแพทย์ ความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

'พะเยา' จัดอาหารและน้ำดื่มแก่ประชาชนในพื้นที่หมู่บ้านเสี่ยงที่ปิดหมู่บ้าน

เมื่อวันที่ 6 เม.ย. 2563 เรืออากาศตรี อดุลย์ พรหมวาทย์ นายอำเภอจุน มอบหมายให้ นายสุริยา งานดี ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง นำปลัดอำเภอ สมาชิก อส.สังกัดกองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอจุน ที่ 7 ร่วมกับ กำนัน ต.ลอ ผู้ใหญ่บ้าน บ้านใหม่พัฒนา หมู่ที่ 8 ต.ลอ และ อสม. หมู่ที่ 6 แจกอาหารเย็นและน้ำดื่มในพื้นที่เสี่ยงโรคติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ ต.ลอ อ.จุน จ.พะเยา ผลการปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ทั้งนี้ จ.พะเยา ได้อนุมัติงบสำรองฉุกเฉินเพื่อระงับยับยั้งภัยพิบัติให้ อ.จุน ดำเนินมาตรการปิดหมู่บ้านพื้นที่เสี่ยงเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่หมู่ที่ 6 และหมู่ที่ 8 ต.ลอ อ.จุน จ.พะเยา จัดเลี้ยงอาหารประชาชน 3 มื้อในหมู่บ้านและจัดตั้งด่านชุมชนดูแลรักษาความปลอดภัยความสงบเรียบร้อยในพื้นที่

'ลำปาง' ผู้ติดเชื้อสะสม 3 ราย

7 เม.ย. 2563 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง รายงานว่าข้อมูลล่าสุดของลำปาง ผู้ติดเชื้อที่ลำปาง 3 ราย เท่าเดิมและไม่มีผู้รอตรวจผล ผู้ที่กลับจากพื้นที่เขตติดโรคอันตรายและพื้นที่ที่มีการระบาดอย่างต่อเนื่องสะสมมี 12,823 ราย (เดิม 12,112 ราย) กักตัวเองที่บ้าน 14 วัน 8,074 ราย (เดิม 8,460 ราย) พ้นระยะกักตัว 4,749 ราย (เดิม 3,352 ราย)

'น่าน' ซักซ้อมความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจคัดกรองห้วยน้ำอุ่น หลังมีคำสั่งระงับการเดินทางเข้าจังหวัด

ตามที่ จ.น่าน ได้มีคำสั่งจังหวัดน่านเรื่องระงับการเดินทางเข้าจังหวัดน่านเป็นการชั่วคราวบริเวณรอยต่อเขตจังหวัดในพื้นที่ 3 จุดคือ บริเวณเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 101 จ.แพร่ ถึง จ.น่าน กม. 310 + 800 บริเวณด่านห้วยน้ำอุ่น, เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1091 จ.น่าน ถึง จ.พะเยา กิโลเมตรที่ 79 + 650 บริเวณด่านบ้านหลวง และเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1148 จ.น่าน ถึง จ.พะเยา กม.ที่ 65 + 177 โดยมีผลบังคับใช้ในการระงับการเดินทางเข้า จ.น่าน ตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย. ไปจนถึง 30 เม.ย. เพื่อเป็นการลดการแพร่ระบาดของโรคติดต่อโควิด-19 เข้าสู่ จ.น่าน นั้น

เมื่อวันที่ 6 เม.ย. 2563 นายสัมฤทธิ์ สวามิภักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ซึ่งได้รับมอบหมายจาก นายวรกิตติ ศรีทิพากร ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ให้กำกับดูแลการบริหารจัดการด่านตรวจคัดกรองในพื้นที่ จ.น่าน ได้ลงพื้นที่ด่านตรวจห้วยน้ำอุ่น อ.เวียงสา พร้อมด้วยนายอำเภอเวียงสา และฝ่ายปกครอง เพื่อหารือ ทำความเข้าใจ ต่อแนวทางการปฏิบัติงานแก่เจ้าหน้าที่ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน ในแนวทางการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจ โดยเฉพาะร่วมกันแก้ปัญหา หลักเกณฑ์การพิจารณา ยกเว้นการอนุญาตให้บุคคล เดินทางเข้า จ.น่าน โดยขอให้คำนึงจุดประสงค์ เนื้อหาของคำสั่งฉบับดังกล่าว ที่ต้องการห้ามบุคคลเข้าจังหวัดเป็นสำคัญ เว้นแต่บางกรณีที่ยกเว้น อาทิ เพื่อการปฏิบัติงานด้านการแพทย์ การธนาคาร การขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ผลผลิตทางการเกษตร ยา เวชภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ หนังสือพิมพ์ การขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง การขนส่งพัสดุภัณฑ์ การขนส่งสินค้าเพื่อการนำเข้าหรือส่งออก การขนย้ายประชาชนไปส่งที่เอกเทศเพื่อกักตัวตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ การขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค อุปกรณ์ทางการแพทย์ ไปรษณีย์ ยานพาหนะทางราชการ โดยผู้ใช้เส้นทางต้องผ่านการตรวจคัดกรองตามมาตรฐานการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด ในส่วนของประชาชนที่พักอาศัยประจำอยู่ในจังหวัดน่านซึ่งได้เดินทางออกนอกเขตจังหวัดน่านและต่อมามีความจำเป็นต้องเดินทางต่อเข้ามาในจังหวัดน่านในช่วงของการประกาศห้าม และต้องผ่านการตรวจคัดกรองตามมาตรฐานการป้องกันโรคและกักตัวอยู่ภายในบ้านหรือที่พักของตนเป็นเวลา 14 วันตามมาตรฐานการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนดและต้องรายงานการกักตัวให้กับเจ้าหน้าที่ควบคุมโรคทราบตลอดระยะเวลาของการกักตัว

นายสัมฤทธิ์ สวามิภักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่าหลังการประกาศใช้คำสั่งระงับการเดินทางเข้า จ.น่าน เป็นการชั่วคราว มีผลบังคับใช้ทาง จ.น่าน ได้รวบรวมข้อมูล สรุปผลการดำเนินงาน รวมถึงปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ซึ่งพบว่ามีปัญหาในทางปฏิบัติบ้างบางประการ โดยเฉพาะเรื่องการพิจารณาตัดสิน การอนุญาตให้เข้าจังหวัดน่านในหลายกรณี อาทิ การขอนำรถเข้ามาค้าขาย หรือรับซื้อผลิตผลทางการเกษตรของผู้ประกอบการรายย่อย,การขอกลับเข้าบ้านของคนที่ออกไปทำงานต่างจังหวัด, การขนส่งสินค้าที่ไม่มีเอกสารยืนยันการนำส่งสินค้า หรือการนำรถเปล่าพร้อมบรรทุกคนเข้ามาเพื่อขอเข้าไปรับซื้อผลิตผลทางการเกษตรในพื้นที่ ทำให้เจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจ อาจตัดสิน วินิจฉัยคลาดเคลื่อนได้ จากปัญหาดังกล่าว นายวรกิตติ ศรีทิพากร ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน จึงได้เรียกประชุมหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ฝ่ายปกครอง การคมนาคมขนส่งการพาณิชย์ สินค้าเกษตร สินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อให้ร่วมกันกำหนดหลักเกณฑ์ รายละเอียดเงื่อนไขการอนุญาตเข้าจังหวัดของแต่ละหน่วยที่รับผิดชอบ เพื่อใช้เป็นหลักเกณฑ์สำหรับการพิจารณา ของด่านตรวจคัดกรอง นอกเหนือจากการตรวจคัดกรองด้านสุขภาพของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ดำเนินการร่วมกับฝ่ายปกครองในพื้นที่อยู่แล้ว ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ การขาดแคลนสินค้าอุปโภค บริโภค ที่จำเป็นแก่ประชาชน และให้เป็นไปตามหลักการของคำสั่งจังหวัดน่านด้วย ซึ่งที่ประชุม ได้มีมติมอบหมายให้ นายอำเภอพื้นที่ด่านตรวจแต่ละด่านตรวจของจังหวัดน่าน เป็นผู้วินิจฉัย จากสาเหตุความจำเป็นในการขอเข้าจังหวัดน่านเป็นรายกรณี และเมื่อได้รับการอนุญาตแล้ว ผู้ได้รับอนุญาตจะต้องเข้าสู่กระบวนการคัดกรองสุขภาพ กรอกข้อมูลส่วนบุคคล แจ้งเส้นทาง จุดหมายการเดินทาง ในพื้นที่และต้องยอมถูกกักตัว 14 วันตามมาตรฐานสาธารณสุข เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่คนอื่นๆ ต่อไป

'แม่ฮ่องสอน' ขยายประกาศกรณีห้ามคนที่ไม่ใช่สัญชาติไทยและนักท่องเที่ยวเข้าในตัวเมืองถึง 30 เม.ย. 2563

7 เม.ย. 2563 จ.แม่ฮ่องสอน จัดประชุมพิจารณาการใช้เงินทดลองราชการ ในเชิงป้องกันยับยั้งภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉินโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ที่ห้องประชุมศาลากลาง จ.แม่ฮ่องสอน โดยมีนายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม เพื่อพิจารณาใช้จ่ายเงินทดลองราชการในเชิงป้องกันยับยั้งภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉินโรคติดเชื้อไวรัส โควิด 19 จำนวนเงิน 50 ล้านบาท นอกจากนั้นที่ประชุมพิจารณาขยายประกาศฉบับที่ 3 กรณีห้ามคนที่ไม่ใช่สัญชาติไทยและนักท่องเที่ยวเข้าในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน จากเดิมถึงวันที่ 14 เม.ย. ไปจนถึงวันที่ 30 เม.ย. 2563 สำหรับสถานการณ์ไวรัสโควิด 19 จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค 62 ราย ส่งตรวจไม่พบเชื้อ 56 ราย รอผลตรวจ 1 ราย ผู้ป่วยสะสม 5 ราย ซึ่งผู้ป่วยที่อำเภอปาย พ่อแม่ยังพบเชื้ออยู่ ส่วนลูกผลตรวจเป็นลบ ส่วนผู้ป่วยที่ปางมะผ้า ผลตรวจเป็นลบแล้ว

ที่มาเรียบเรียงจาก ข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจของจังหวัดเชียงใหม่ | สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง | สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ [1] [2] [3] [4]

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์