กลุ่มสื่อมวลชนอีสานจี้รัฐคืนเสรีภาพสื่อ ให้ปฏิบัติหน้าที่หลังช่วงเคอร์ฟิว

กลุ่มสื่อมวลชนอีสานจี้รัฐคืนเสรีภาพสื่อ ให้ปฏิบัติหน้าที่หลังช่วงเคอร์ฟิว ชี้รัฐควรเอื้ออำนวยความสะดวกในการลงพื้นที่ทำข่าวเพื่อการรายงานข่าวในสถานการณ์โรคระบาด

8 เม.ย. 2563 วันนี้กลุ่มสื่อมวลชนอีสานออกแถลงการณ์เรียกร้องให้คืนเสรีภาพสื่อมวลชน ด้วยการได้รับข้อยกเว้นให้ปฏิบัติหน้าที่หลังช่วงเวลาเคอร์ฟิว

แถลงการณ์ระบุว่า การประกาศเคอร์ฟิวของรัฐบาลในครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของสื่อมวลชนในภาวะวิกฤตของโรคระบาดและภัยสุขภาพ โดยสื่อมวลชนไม่ได้รับการยกเว้นให้ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งเป็นการจำกัดเสรีภาพในการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนและละเมิดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องรอบด้านของประชาชน

โดยเฉพาะในสภาวะที่สังคมกำลังเกิดวิกฤตความเชื่อมั่นในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่มีการส่งต่อหรือแชร์ ซึ่งอาจจะเป็นข่าวลวง ข่าวปลอม ไม่มีแหล่งที่มา ขาดความน่าเชื่อถือ คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง ความเข้าใจผิด และสร้างความตื่นตระหนกแก่ประชาชน

นอกจากนี้กลุ่มสื่อมวลชนอีสานยังเรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรี ขอให้สื่อมวลชนทุกแขนงควรได้รับการยกเว้นให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ช่วงเวลาประกาศเคอร์ฟิว ซึ่งถือเป็นไปตามหลักสิทธิเสรีภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชน โดยรัฐควรให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพของสื่อมวลชนในการปฏิบัติงาน ด้วยการเอื้ออำนวยความสะดวกในการลงพื้นที่ทำข่าวเพื่อการรายงานข่าวในสถานการณ์โรคระบาด

 

จดหมายเปิดผนึกกลุ่มสื่อมวลชนอีสาน

วันที่ 8 เมษายน 2563

เรื่อง  เรียกร้องให้คืนเสรีภาพสื่อมวลชน ด้วยการได้รับข้อยกเว้นให้ปฏิบัติหน้าที่หลังช่วงเวลาเคอร์ฟิว

เรียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงข้อกำหนดผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศ ห้ามบุคคลออกนอกเคหสถาน ตั้งแต่เวลา 22.00 - 04.00 น. ทั่วราชอาณาจักร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID–19) เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2563

ต่อมาศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (ศบค.) โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้แถลงภายหลังรัฐบาลประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศ โดยชี้แจงว่าสื่อมวลชนไม่ใช่อาชีพที่ได้รับการยกเว้นให้ออกนอกเคหสถานเพื่อปฏิบัติงานในช่วงเคอร์ฟิว ถ้าพบว่าเป็นบุคคลที่ไม่ได้รับการยกเว้นออกนอกเคหสถานจะมีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ โทษจำคุก 2 ปี หรือ ปรับ 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

การประกาศเคอร์ฟิวของรัฐบาลในครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของสื่อมวลชนในภาวะวิกฤตของโรคระบาดและภัยสุขภาพ โดยสื่อมวลชนไม่ได้รับการยกเว้นให้ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งเป็นการจำกัดเสรีภาพในการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนและละเมิดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องรอบด้านของประชาชน

โดยเฉพาะในสภาวะที่สังคมกำลังเกิดวิกฤตความเชื่อมั่นในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่มีการส่งต่อหรือแชร์ ซึ่งอาจจะเป็นข่าวลวง ข่าวปลอม ไม่มีแหล่งที่มา ขาดความน่าเชื่อถือ คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง ความเข้าใจผิด และสร้างความตื่นตระหนกแก่ประชาชน

ทางกลุ่มสื่อมวลชนอีสานจึงขอเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรี โดยขอให้สื่อมวลชนทุกแขนงควรได้รับการยกเว้นให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ช่วงเวลาประกาศเคอร์ฟิว ซึ่งถือเป็นไปตามหลักสิทธิเสรีภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชน โดยรัฐควรให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพของสื่อมวลชนในการปฏิบัติงาน ด้วยการเอื้ออำนวยความสะดวกในการลงพื้นที่ทำข่าวเพื่อการรายงานข่าวในสถานการณ์โรคระบาด

ด้วยความเคารพ

กลุ่มสื่อมวลชนอีสาน

 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์