12 เม.ย. ไทยมีผู้ป่วยติดเชื้อ COVID-19 เพิ่ม 33 คน สะสม 2,551 คน

12 เม.ย. 2563 โฆษก ศบค.แถลงไทยมีผู้ป่วยติดเชื้อ COVID-19 เพิ่ม 33 คนลดลงต่อเนื่อง รวมสะสม 2,551 คน หายป่วยกลับบ้าน 1,218 คน เสียชีวิตเพิ่มอีก 3 คนรวมเสียชีวิตสะสม 38 คน ชี้ 7 วันอันตรายสงกรานต์ ห้ามเด็ดขาด งดเล่นน้ำ ฉีดพ่นน้ำทุกกรณีแม้แต่ในบ้าน หากพ่นฉีดน้ำในบ้านเสี่ยงแพร่ COVID-19 

12 เม.ย. 2563 Thai PBS นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แถลงข่าวสถานการณ์ตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID-19 ว่า วันนี้พบผู้ติดเชื้อ COVID-19 เพิ่ม 33 คนยอดสะสม 2,551 คน หายดีแล้ว 1,218 คน เสียชีวิตเพิ่ม 3 คน รวมเสียชีวิตสะสม 38 คน โดยตัวเลขผู้ป่วยที่ลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 และรู้สึกดีใจ และเป็นข่าวดีรับปีใหม่ไทยที่ตัวเลขผู้ป่วยในไทยลดลง

“แต่ก็ยังไม่อยากให้การ์ดตก เพราะแนวโน้มสถานการณ์ระดับโลก ยังน่าเป็นห่วง ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อกว่า 1,780,314 คน เสียชีวิต 108,827คน โดยสหรัฐอเมริกา ยังเป็นประเทศอันดับต้นๆมีผู้ป่วยกว่า 532,875 คน”

ขณะที่ 5 ประเทศในอาเซียนที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID-19 เพิ่มขึ้นจนเส้นกราฟพุ่งขึ้นอันดับ 1 คือ มาเลเซีย ฟิลิปินส์ อินโดนีเซีย ไทย และสิงคโปร์  ซึ่งไทยมีแนวโน้มคล้ายคลึงกับเกาหลีใต้ เป็นกราฟที่พึงประสงค์ เพื่อคุมการระบาดในประเทศ แต่รอบข้างของเรายังมีผู้ติดเชื้อเพิ่มต่อเนื่อง อาจต้องมีการพิจารณาเรื่องการเปิดสนามบิน หรือมาตรการคัดกรองเพิ่มขึ้นด้วย

“ดังนั้นจะทำอย่างไรถ้าไทยคุมการระบาดได้แต่ประเทศรอบไทยยังมีแนวโน้มตัวเลขที่น่ากังวลแบบนี้”

ข่าวดีสัปดาห์ที่ 15 ตัวเลขติดเชื้อเหลือแค่ 383 คน

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ป่วยสะสมกระจายใน 68 จังหวัด สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ 33 คนพบมากสุดในกทม. 14 คน ยะลา 5 คน ภูเก็ต 4 คน ปัตตานี 3คน นราธิวาสและสมุทรสาคร จังหวัดละ 2 คน ส่วนเลย ชลบุรี และนคศรีธรรมราช จังหวัดละ 1 คน เมื่อรวมตัวเลขผู้ป่วยสะสมทั่วประเทศมากที่สุดสุดอยู่ใน กทม. 1,294 คน รองลงมาคือ จ.ภูเก็ต 176 คน ส่วนอัตราป่วยต่อแสนประชากร ภูเก็ตยังเป็นอันดับ 1 คิดเป็น 42.57 คนต่อแสนประชากร รองลงมาคือ กทม. คิดเป็น 22.82 คนต่อแสนประชากร และยังมี 9 จังหวัดที่ยังไม่มีรายงานผู้ป่วย

สำหรับผู้ป่วยใหม่ 33 คน พบอยู่ในระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 31 คน เป็นผู้ใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า และเกี่ยวข้องสถานที่เสี่ยง 17 คน ในจำนวนนี้เชื่อมโยง 3 จังหวัดใต้ 7 คน และเป็นกลุ่มสถานบันเทิง 2 คนส่วนกลุ่มผู้ป่วยไม่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยก่อนหน้า 10 คน เป็นบุคลากรการแพทย์ 7 คน และอยู่ระหว่างสอบสวนโรค 4 คน ส่วนกลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มอยู่ในพื้นที่กักตัวของรัฐพบ 3 คน เดินทางมาจากอินโดนีเซีย

จากการทำข้อมูลในรายสัปดาห์ พบว่าในสัปดาห์ที่ 15 ระหว่างวันที่ 5-11 เม.ย.นี้ ตัวเลขผู้ติดเชื้อในไทยลดลงอย่างชัดเจนคือ 383 คน เทียบกับสัปดาห์ที่ 14 ระหว่างวันที่ 29 มี.ค.-4 เม.ย.ที่ผ่านมา มีตัวเลขสุงสุด 744 คน ส่วนสัปดาห์ที่ 13 ระหว่างวันที่ 22-28 มี.ค.ที่ผ่านมา จำนวน 625 คน และสัปดาห์ที่ 12 ระหว่างวันที่ 15-21 มี.ค.นี้ จำนวน 315 คน

อะไรห้ามเด็ดขาดช่วงสงกรานต์ปลอด COVID-19

โฆษก ศบค.กล่าวอีกว่า สาเหตุที่ทำให้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดน้อยลง เมื่อลองเทียบสถิติจะพบว่า ตัวเลขจาก 3 หลักลดเหลือ 2 หลักเริ่มมาหลังการประกาศเคอร์ฟิว แต่มีบางวันที่มีตัวเลขเป็นหลักร้อย เพราะคนที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ขณะที่กลุ่มก้อนคนอยู่ในสนามมวยลดลงต่อเนื่อง ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นศูนย์แล้ว เพราะรัฐควบคุมได้ดี และประชาชนให้ความร่วมมือทั้งการเดินทาง การห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีทั้ง 72 จังหวัดแล้ว

ทั้งนี้มีคำถามว่าในช่วงสงกรานต์ วันพรุ่งนี้ (13 เม.ย.) อะไรที่ทำได้หรือทำได้บ้าง นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สิ่งที่ห้ามเด็ดขาดคือ งดเล่นน้ำ รดน้ำและแม้แต่ในบ้านก็ห้ามเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นในบ้านที่มีแค่เด็กๆ พ่อแม่ ก็ห้ามเพราะสารคัดหลั่งที่จะไปกับละอองฝอยของน้ำมีโอกาสแพร่เชื่้อ COVID-19 ไปยังคนใกล้ชิด หากมีการไอจามไปไกลเกิน 2 เมตรกระจายผ่านละอองน้ำที่เป็นตัวพาหะ

นอกจากนี้การรดน้ำขอพรผู้สูงอายุ ก็ไม่ควรทำยังคงเว้นระยะห่าง 2 เมตร ส่วนการสรงน้ำพระ ทำได้แต่แนะนำว่าทีละคน และใช้แก้ว ขันส่วนตัว รวมทั้งงดการเดินทางกลับภูมิลำเนา 

“สงกรานต์ปีนี้จึงจะเป็นช่วง 7 วันอันตราย ของการระบาดของ COVID-19 ด้วยเช่นกัน ถ้าวันนี้ผู้ป่วยลดลงแล้ว ก็อย่าประมาทจนทำให้ตัวเลขเพิ่มขึ้น”

โฆษก ศบค.กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในระดับโลก วันนี้หลายประเทศเห็นภาพความร่วมมือ เราประทับใจกับจีนที่ผ่านช่วงเวลาวิกฤต และนำเอาความรู้ไปช่วยเหลือประเทศอื่นๆ

ส่วนในไทยเรารวมพลังจนก้าวผ่านตัวเลขเริ่มลดลง เราเห็นความเก่งในระดับจังหวัด ต่อไปจะเป็นตำบล ชุมชน และครอบครัวและบุคคล ถึงแม้จะห่างร่างกาย นอกเหนือจาก Social Distancing (เว้นระยะห่างทางสังคม) อยากเห็น Social Cohesion คือความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวของคนในสังคม ศัตรูเราคือเชื้อโควิดเท่านั้น

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์