14 เม.ย. 'เชียงใหม่' ไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มติดต่อกัน 6 วัน สะสม 40 ราย แต่เสียชีวิตแล้ว 1 ราย

14 เม.ย. 2563 'เชียงใหม่' ไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มติดต่อกัน 6 วัน สะสม 40 ราย แต่เสียชีวิตแล้ว 1 ราย - เทศบาลเมืองแม่เหียะ เปิดช่องทางออนไลน์แจ้งรับหน้ากากอนามัย พร้อมส่งถึงหน้าบ้าน | 'ลำพูน' ผู้ป่วยยืนยัน 3 รายแรก ผลตรวจล่าสุดไม่พบเชื้อแล้วเตรียมกลับบ้าน | สถิติผู้ติดเชื้อภาคเหนือ ณ วันที่ 13 เม.ย. 2563 สะสมจำนวน 69 คน

14 เม.ย. 2563 ศูนย์ข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจ จังหวัดเชียงใหม่ (ศ.ข.ฉ.ก.) ได้แถลงข่าวสถานการณ์เชื้อไวรัส COVID-19 ในพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ ประจำวันที่ 14 เม.ย. 2563 เพื่อแจ้งข้อมูลความคืบหน้าของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่โดยไลฟ์สดผ่านเพจข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจจังหวัดเชียงใหม่

นายแพทย์ชาญชัย พจมานวิพุธ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลนครพิงค์ ชี้แจงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ว่าถือเป็นข่าวดีสำหรับ จ.เชียงใหม่ ที่ไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อ COVID-19 เพิ่มเติม ติดต่อกันเป็นวันที่ 6 ทำให้ยังคงมีผู้ป่วยติดเชื้อยืนยันสะสมทั้งหมดคงที่ 40 ราย กลับบ้านแล้ว 19 ราย ยังคงพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล 21 ราย ซึ่งมีผู้ป่วยหนัก 1 ราย รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนครพิงค์ ยังไม่มีผู้เสียชีวิต ส่วนผู้ป่วยเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังโรคสะสม 1,004 ราย ตรวจไม่พบเชื้อกลับบ้านแล้ว 948 ราย ยังสังเกตอาการอยู่ในโรงพยาบาล 56 ราย อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการโรคติดต่อ จ.เชียงใหม่ ยังสั่งการให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้มงวดในทุกมาตรการ ทั้งการเฝ้าระวัง การตรวจคัดกรองอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องต่อไป ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ฝ่ายระบาดวิทยา ต้องติดตาม ค้นหาผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อไวรัส COVID-19 อย่างต่อเนื่อง เป็นการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ให้อยู่ในวงจำกัด

ทั้งนี้หาก จ.เชียงใหม่ สามารถควบคุมไม่ให้มีผู้ป่วยติดเชื้อ COVID-19 ยืนยันเพิ่มเติม ติดต่อกันเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 วัน คณะกรรมการโรคติดต่อ จ.เชียงใหม่ จะได้ดำเนินการประชุม หาแนวทาง เพื่อผ่อนปรนให้บางกิจการ สามารถกลับมาดำเนินกิจการได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้มาตรการในการดูแลอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ได้อีก และขอให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ปฏิบัติตามมาตรการ Social Distancing อย่างเคร่งครัด ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้

เทศบาลเมืองแม่เหียะ เปิดช่องทางออนไลน์แจ้งรับหน้ากากอนามัย พร้อมส่งถึงหน้าบ้าน


ที่มาภาพ: สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

'ลำพูน' ผู้ป่วยยืนยัน 3 รายแรก ผลตรวจล่าสุดไม่พบเชื้อแล้วเตรียมกลับบ้าน

เมื่อวันที่ 13 เม.ย. 2563 ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จ.ลำพูน รายงานสถานการณ์ประจำวัน ดังนี้ มีผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศสะสม 512 ราย เดินทางมาจากต่างประเทศเขตโรคติดต่ออันตราย 4 ประเทศ ได้แก่ จีน (รวมฮ่องกง และมาเก๊า) จำนวน 48 ราย อยู่ในระยะเฝ้าระวัง 2ราย เกาหลีใต้ 38 ราย อยู่ในระยะเฝ้าระวัง 3 ราย อิตาลี 3 ราย พ้นกำหนดระยะเฝ้าระวังแล้วทั้ง 3 ราย เดินทางมาจากต่างประเทศพื้นที่มีการระบาดต่อเนื่องและควรหลีกเหลี่ยงการเดินทาง (29 ประเทศ) จำนวน 269 ราย อยู่ในระยะเฝ้าระวัง 12 ราย ประเทศอื่นๆที่มีการรายงานการเกิดโรค 154 ราย อยู่ในระยะเฝ้าระวัง 4 ราย ผู้เดินทางกลับจากกรุงเทพ-ปริมณฑลและต่างจังหวัด จำนวนสะสม 4,755 คน แยกเป็น เดินทางมาจากกรุงเทพ-ปริมณฑล 1,356 ราย อยู่ระยะเฝ้าระวังแล้ว 307 ราย กลุ่มที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด 3,399 ราย เฝ้าระวัง 1,461 ราย

ทั้งนี้ มีผู้เข้าเกณฑ์เฝ้าระวัง (PUI) สะสม 137 ราย ไม่พบเชื้อ 132 ราย พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อสะสม 4 ราย ทั้ง 4 รายอยู่ในการดูแลของแพทย์ที่โรงพยาบาล โดยมีผู้ป่วยยืนยัน 3 รายที่อยู่ในระหว่างการเตรียมความพร้อมเพื่อกลับบ้าน โดยมีมาตรการคือให้นายอำเภอ สาธารณสุขอำเภอ ติดตามและควบคุมกำกับให้เฝ้าระวังตนเองที่บ้านจนครบ 30 วัน นับจากวันที่มีอาการหรือวันที่พบเชื้อ เตรียมความพร้อมผู้ป่วย และครอบครัวในการปฏิบัติตนเองที่บ้าน 

นอกจากนี้ มีผู้เข้าเกณฑ์ต้องสงสัยเฝ้าระวังตามกระบวนการทางการแพทย์ อยู่ระหว่างรอผลตรวจ 1 ราย ซึ่งอยู่ในการกำกับดูแลของแพทย์ในโรงพยาบาล ความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

รพ.น่าน เปิดตัว 'ศูนย์ตรวจ PCR ไวรัส COVID-19' ยกระดับการตรวจคัดกรอง ค้นหาผู้ป่วย COVID-19 รายใหม่

ที่มาภาพ: สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

ที่โรงพยาบาลน่าน ห้องกลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ ชั้น 3 อาคารสิริเวชรักษ์ แพทย์หญิงอัจฉรา ละอองนวลพานิช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร รพ.น่าน ได้นำคณะสื่อมวลชนในจังหวัดน่าน เข้าเยี่ยมชม "ศูนย์ตรวจ PCR ไวรัส COVID-19" ที่เป็นการยกระดับการบริการตรวจเชื้อ PCR ไวรัส COVID-19 ของโรงพยาบาลน่าน ได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคตามที่โรงพยาบาลน่านได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณจากจังหวัดน่าน ประกอบกับ รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายเชิงรุกในการจัดการการแก้ไขปัญหาการระบาดของไวรัส COVID-19 ได้กำหนดยุทธศาสตร์ “1 จังหวัด-1 แล็บ-100 ห้องปฏิบัติการ” เพื่อเร่งตรวจคัดกรองผู้ป่วย COVID-19 รายใหม่ ตามแนวทางการปรับเกณฑ์เฝ้าระวังสอบสวนโรค เพื่อค้นหาผู้ป่วยรายใหม่ให้รวดเร็ว และมากที่สุด เพื่อควบคุมการกระจายของโรค

ทั้งนี้แพทย์หญิงอัจฉรา ละอองนวลพานิช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน กล่าวว่าโรงพยาบาลน่าน จึงได้พัฒนาระบบการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ให้มีศักยภาพในการตรวจหาสารพันธุกรรมของไวรัส ด้วยวิธี Real-time RT PCR ที่มีความไว และความจำเพาะสูง และทราบผลภายใน 4.5 ชั่วโมง และสามารถตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัส แม้มีปริมาณน้อย ๆ จากสารคัดหลั่งทางเดินหายใจของผู้สงสัยติดเชื้อ ถือว่าเป็นวิธีที่เหมาะสมสำหรับการตรวจคัดกรองผู้มีความเสี่ยงสูงในการติดเชื้อ และสำหรับการวินิจฉัยโรค เพื่อให้การรักษาที่รวดเร็ว ตั้งแต่ระยะแรกของการเกิดโรค และใช้ติดตามผลการรักษาได้ ซึ่งเดิมจังหวัดน่านต้องนำส่งตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 1/1 เชียงราย ซึ่งต้องใช้เวลาในการนำส่งตัวอย่างประมาณ 3-4 ชั่วโมง รวมทั้งมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพื่อส่งตัวอย่างในแต่ละรอบ

สถิติผู้ติดเชื้อภาคเหนือ ณ วันที่ 13 เม.ย. 2563 จำนวน 69 คน

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดต่างๆ ในภาคเหนือได้รายงานจำนวนผู้ป่วยโรค COVID-19 (ข้อมูล ณ วันที่ 13 เม.ย. 2563) มีจำนวนดังต่อไปนี้

- เชียงใหม่ 40 ราย
- เชียงราย 9 ราย
- แม่ฮ่องสอน 5 ราย
- ลำปาง 4 ราย
- ลำพูน 4 ราย
- พะเยา 3 ราย
- อุตรดิตถ์ 3 ราย
- แพร่ 1 ราย

ที่มาเรียบเรียงจาก ข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจของจังหวัดเชียงใหม่ | สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ [1] [2] [3] [4]

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์