หญิงเชียงรายวัย 63 ป่วยความดัน เจอพิษโควิด ขาดรายได้ไม่มีเงินซื้อยา

หญิงเชียงรายวัย 63 ป่วยความดัน เจอพิษโควิด ขาดรายได้ไม่มีเงินซื้อยา ไร้สิทธิบัตรทองเหตุไม่มีบัตรประชาชน

 

15 เม.ย. 2563 ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพ จ.เชียงราย พบหญิงวัย 63 ปี ป่วยความดันโลหิตสูงไม่มีบัตรประชาชนใน อ.เมืองเชียงราย ได้รับผลกระทบจากมาตรการปิดสถานที่ในช่วงโควิด-19 ระบาด ครอบครัวขาดรายได้ไม่มีเงินไปซื้อยา เผยเคยรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ใช้สิทธิสงเคราะห์ แต่ไม่กล้าไปรับยาอีก เลยหันมาซื้อยากินเองไม่ได้ไปโรงพยาบาลมา 5 ปีแล้ว

ธนะชัย ฟูเฟื่อง ผู้ประสานงานศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพ หน่วย 50(5) จ.เชียงราย เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในชุมชนดอยทอง ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย ว่ามีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ไม่มีบัตรประชาชน ไม่มีสิทธิหลักประกันสุขภาพ ได้รับผลกระทบจากมาตรการปิดสถานที่ต่างๆ ของรัฐในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ไม่มีรายได้ และที่สำคัญคือไม่มีเงินซื้อยามารักษาโรคเบาหวานให้ตัวเอง

ธนะชัย กล่าวว่า ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงรายนี้ชื่อ บัวหลาด จันไชยเลิศ อายุ 63 ปี จากการสอบประวัติพบว่าเป็นคนที่เกิดใน อ.เมืองเชียงราย มาแต่ดั้งเดิม เพียงแต่สมัยก่อนพ่อแม่ไม่ให้ความสำคัญกับการแจ้งเกิด จึงไม่มีเอกสารยืนยันตัวใดๆ เมื่อโตขึ้นก็ได้อพยพไปอยู่กับสามีที่ กทม. ก่อนจากเลิกรากันแล้วกลับมาอยู่บ้านเดิมที่ชุมชนดอยทองในปี 2543 ตั้งแต่เล็กจนถึงโตไม่เคยมีบัตรประชาชน กระทั่งเริ่มเจ็บป่วยแล้วไม่มีสิทธิหลักประกันสุขภาพ จึงรู้ค่อยถึงความสำคัญของบัตรประชาชน ที่ผ่านมาบัวหลาดพยายามดิ้นรนขอทำบัตร แต่ก็ได้มาแค่บัตรประจำตัวผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน

ธนะชัย กล่าวว่า เมื่อเริ่มมีอาการป่วยนั้น บัวหลาดเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง โดยขอรับการสงเคราะห์จากโรงพยาบาลเพราะไม่มีเงิน แต่เมื่อมารับยาบ่อยครั้งเข้า รู้สึกว่าไปสร้างภาระให้โรงพยาบาล จึงไม่กล้าไปรับยาอีก แต่ใช้วิธีซื้อยาจากร้านขายยามานาน 4-5 ปีแล้ว โดยซื้อตามชนิดยาที่เคยรับประทานตอนยังได้พบแพทย์ มีค่าใช้จ่ายด้านยาประมาณสัปดาห์ละ 100 บาท

ทั้งนี้ บัวหลาดร่างกายอ่อนแอจึงไม่สามารถทำงานหารายได้ ขณะที่สามีรับจ้างขับรถสามล้อ แต่เนื่องจากขณะนี้เกิดการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้รัฐมีมาตรการปิดสถานที่ต่างๆ ไม่มีคนท่องเที่ยว ทำให้สามีบัวหลาดขาดรายได้ เงินที่เก็บสะสมไว้ก็นำมาใช้จ่ายในช่วงนี้หมดแล้ว ไม่มีเงินเหลือไปซื้อยาอีก

"ความประสงค์ของเขาก็คืออยากเข้าถึงสิทธิการรักษาพยาบาลและอยากได้บัตรประชาชน ซึ่งเรื่องถึงสิทธิการรักษาพยาบาลทางหน่วย 50(5) ก็จะหารือกับโรงพยาบาลให้ว่าจะช่วยอย่างไรได้บ้าง จะใช้เงินจากกองทุนคืนสิทธิฯหรือเป็นผู้ป่วยสงเคราะห์ ส่วนเรื่องบัตรประชาชนก็จะพยายามช่วยเหลือในขั้นตอนต่อไป" ธนะชัย กล่าว

ด้าน ชวนพิศ กิตติรัตน์ อสม.ชุมชนดอยทอง กล่าวว่า ตนและบัวหลาดบ้านอยู่ใกล้เคียงกัน รู้จักกันมาตั้งแต่เป็นเด็กแล้ว เพื่อนคนนี้พ่อแม่ไม่ได้ไปแจ้งเกิดจึงไม่มีเอกสารประจำตัวใดๆ เมื่อไม่มีบัตรประชาชนก็ไม่ได้รับสวัสดิการของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิการรักษา เงินช่วยเหลือผู้สูงอายุ หรือการช่วยเหลือต่างๆ สำหรับผู้ลงทะเบียนคนจน

"เขาป่วยความดันโลหิตสูงมานาน ตอนแรกก็ไปรักษาแบบเป็นผู้ป่วยสงเคราะห์ แต่พอไปบ่อยก็ไม่กล้าไปอีก เพราะโรคนี้ต้องไปพบหมอประจำ ตั้งแต่นั้นเขาก็ไม่ไปโรงพยาบาลอีก ซื้อยาทานเอง ไม่ได้พบแพทย์เพื่อตรวจอาการหรือปรับยาเลย พอช่วงนี้มีโรคระบาด สามีออกทำงานไม่ได้ เหลือเงินติดบ้านแค่ 30 บาทเท่านั้นเอง แต่หลังจากที่แจ้งทางหน่วย 50(5)ไป ตอนนี้ก็มีพยาบาลมาซักประวัติแล้ว และให้ไปรับยาได้ที่ศูนย์สาธารณสุขใกล้บ้าน ส่วนเรื่องทำบัตรประชาชนเพื่อลงทะเบียนใช้สิทธิบัตรทองทราบว่าคงต้องใช้เวลาอีกสักระยะ" ชวนพิศ กล่าว

 

 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์