ฝ่ายค้านจีนมองศึกทวิตเตอร์ #MilkTeaAlliance ไทยและเอเชียเพิ่งชนะยกแรก

จากศึกแฮชแท็ก #nnevvy ถึง #MilkTeaAlliance ฟังเสียงฝ่ายค้านและผู้ลี้ภัยชาวจีนซึ่งพวกเขามองว่ายกนี้ "สัมพันธมิตรชานม" โดยไทยและชาติเอเชียฟอร์มเหนือกว่าเพราะเรียนรู้เรื่องเสรีภาพทางความคิดมากกว่า ขณะที่ฝ่ายสนับสนุนจีนทำได้แค่ถล่มด้วยแฮชแท็ก #NMSL หรือ "ม้าลื้อซี้เลี้ยว"

ภาพประกอบต่างๆ ที่ใช้ในแฮชแท็ก #MilkTeaAlliance

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีปรากฏการณ์ที่ผู้ใช้โซเชียลมีเดียจากไทย ไต้หวัน และฮ่องกง ปะทะโต้ตอบกันทางอินเทอร์เน็ตกับกลุ่มชาตินิยมจีน "เสี่ยวเฟิ่นหง" หรือ "ชมพูน้อย" จากกรณีนักแสดงไทยวชิรวิชญ์ ชีวอารี "ไบร์ท" จากซีรีส์แนววายชายรักชาย "2gether The Series" รีทวีตภาพตึกฮ่องกง ส่วนแฟนสาวก็โพสต์อินสตาแกรมชุดสวย "เหมือนสาวไต้หวัน" และรีทวีตข่าวลือเรื่อง COVID-19 มาจากห้องทดลองในเมืองอู่ฮั่น จนทำให้เกิดการโจมตีทวิตเตอร์ของนักแสดงหนุ่มโดยผู้ใช้อินเทอร์เน็ตชาวจีน ก่อนจะบานปลายเป็นการประกาศจะไม่ดูละครไทย ไม่เที่ยวไทย ขณะที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตไทยก็เข้าไปตอบโต้ทั้งเรื่องความไร้มารยาทของนักท่องเที่ยวจากจีนในการรับประทานบุฟเฟต์ รวมถึงโพสต์เรื่องจัตุรัสเทียนอันเหมิน และรูปภาพคนที่ยืนต้านรถถังหรือ "แทงค์แมน"

กระแสเหล่านี้ทำให้เกิดสัมพันธมิตรชาวทวิตเตอร์ขึ้นอย่างหลวมๆ ในแฮชแท็กว่า #MilkTeaAlliance หรือ "สัมพันธมิตรชานม" ขณะที่แฮชแท็ก #nnevvy ซึ่งเป็นชื่อบัญชีผู้ใช้ของนิว กลายเป็นแฮชแท็กต่อต้านจีนแผ่นดินใหญ่ โดยที่มีทั้งชาวเน็ตไทย ฮ่องกง และไต้หวัน เข้ามาโต้ตอบด้วยมีมต่างๆ ในขณะที่ฝ่ายจีนพยายามด่าฝ่ายไทยด้วยการบอกว่าคนไทยจนหรือกระทั่งโพสต์ถึงสถาบันสำคัญของไทย อย่างไรก็ตาม คนไทยก็โต้ตอบกลับด้วยรูปตึกที่กำลังก่อสร้างในจีนเกิดถล่มเนื่องจากใช้วัสดุที่ไม่ได้มาตรฐานเพื่อเป็นการวิจารณ์การทุจริตคอร์รัปชันในจีน

เมื่อมีกรณีที่จีนอ้างว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน ผู้ใช้ทวิตเตอร์ชาวไทยก็โต้ตอบว่าถ้าเช่นนั้นทำไมชาวจีนต้องอาศัยวีซ่าเพื่อไปเยือนไต้หวัน ซึ่งเป็นประเทศประชาธิปไตยและมีอธิปไตยของตัวเองมาตั้งแต่ พ.ศ. 2454 ในนาม "สาธารณรัฐจีน"

ทั้งนี้ยังมีผู้ชื่นชมว่าผู้ใช้เน็ตชาวไทยมีอารมณ์ขันทางการเมืองและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นในการโต้ตอบ เช่น เมื่อผู้ใช้ทวิตเตอร์ชาวจีนโต้ตอบด้วยทวีตดูถูกรัฐบาลไทย พวกเขาก็บอกให้ "พูดให้ดังกว่านี้อีกสิ"

กระแสการด่าทอกันเน็ตสร้างความสนใจแก่ผู้ที่เบื่อหน่ายกับการตกเป็นเป้าโจมตีของพวก "ชมพูน้อย" มาโดยตลอด ทำให้มีทั้งชาวญี่ปุ่น, ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย, เกาหลีใต้ และอินเดีย เข้าร่วมขบวนการ "สัมพันธมิตรชานม" นี้ด้วย โดยที่พวก "ชมพูน้อย" เหล่านี้ต้องอาศัย VPN ในการฝ่าเซ็นเซอร์ของอินเทอร์เน็ตจีนเพื่อโต้ตอบเว็บไซต์ต่างๆ ของโลกภายนอก บางครั้งคนกลุ่มนี้ก็ใช้คำด่าทอแบบรุนแรงเช่นแฮชแท็กที่ว่า #NMSL "หนี่มาสื่อเลอ" หรือ "ม้าลื้อซี้เลี้ยว" (หรือแปลไทย "แม่มึงตายแล้ว") ซึ่งก็ถูกโต้ตอบจากคนที่ทำภาพล้อเลียนช่วงสมัยกบฏนักมวย รวมถึงข้อความเรียกร้องให้ทิเบต ไต้หวัน และซินเจียงเป็นอิสระจากจีน

โฆษกสถานทูตจีนเตือนศึกทวิตเตอร์ ยืนยันหลักการจีนเดียว, 15 เม.ย. 63

'ชมพูน้อย' หรือ 'เสี่ยวเฟิ่นหง' นักรบไซเบอร์ผู้คอยปกป้องรัฐบาลจีนคือใคร, 16 เม.ย. 63

ในการต่อสู้ทางอินเทอร์เน็ตครั้งนี้มีนักกิจกรรมฮ่องกงชื่อดังอย่าง โจชัว หว่อง เข้าไปร่วมวงด้วย โดยการเสนอรูปที่แสดงมิตรภาพระหว่างฮ่องกง, ไทย และไต้หวัน ด้วยรูปชานม 3 แบบ ตามที่นิยมในแต่ละประเทศ จนกลายเป็นที่มาของคำว่า "สัมพันธมิตรชานม" นอกจากนี้หว่องยังแสดงออกสนับสนุนฝ่ายต่อต้านอำนาจนิยมจีนด้วยการโพสต์เซลฟี่ที่ตัวเขาคู่กับซีรีส์ "2gether The Series" และเขายังเรียกร้องให้ฮ่องกง "ยืนหยัดร่วมกันกับเพื่อนชาวไทยที่รักในเสรีภาพ" และหวังว่าจะสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของชาวเอเชียที่ "ต่อต้านอำนาจนิยมในทุกรูปแบบ" ได้

ส่วนไต้หวัน นายกเทศมนตรีนครเถาหยวน แสดงการสนับสนุนเช่นกันด้วยการขอบคุณ "เพื่อนพี่น้องชาวไทย" และบอกว่าประเทศไทยเป็นแหล่งที่ชาวไต้หวันนิยมไปเที่ยวมานานแล้ว พวกเขาคาดหวังว่าจะได้มีการแลกเปลี่ยนกันมากขึ้นหลังจากที่การระบาดหนักของ COVID-19

อีกคนหนึ่งคือหวังตัน อดีตแกนนำขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยจีน ที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน ค.ศ. 1989 กล่าวว่ากลุ่ม "ชมพูน้อย" อาจจะทำตัวเหมือนเป็นคนธรรมดาทั่วไป แต่พวกนี้ดูจะมีแรงจูงใจอย่างหนักแน่นที่จะทำตัวแบบนี้ หวังตันบอกว่าชาวเน็ตจีนที่ออกมาด่าว่าคนนอกประเทศเหล่านี้ "มีรัฐบาลหนุนหลังอย่างชัดเจน" ในฐานะปฏิบัติการสร้างอิทธิพลต่อต่างชาติและเป็นส่วนหนึ่งของการขยายอุดมการณ์ตัวเองออกไปนอกประเทศ

มีนักกิจกรรมสนับสนุนประชาธิปไตยอีกรายหนึ่งที่ลี้ภัยในประเทศไทย เจ้าฉางฟู กล่าวว่าในขณะที่ผู้คนในไทยชื่นชมจีนที่ประสบความสำเร็จทางเศรษฐกิจ แต่พวกเขาก็ไม่ชอบใจที่รัฐบาลจีนปราบปรามลงโทษผู้นับถือศาสนาและไม่ใส่ใจความปลอดภัยต่อสาธารณะ เจ้าฉางฟูบอกอีกว่าชาวไทยมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นมากกว่า และมีเสรีภาพในการที่จะวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ซึ่งผู้คนก็วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลภายใต้การนำของประยุทธ จันทร์โอชา กันมาก และผู้คนก็มองว่ารัฐบาลไทยชุดนี้พึ่งพาพรรคคอมมิวนิสต์จีนมากเกินไป

สถานการณ์ในไทยนั้นไม่อำนวยกับผู้ต่อต้านรัฐบาลที่ลี้ภัยไปอยู่เท่าใดนัก เพราะไทยมักจะยอมทำตามข้อเรียกร้องของจีนโดยการส่งตัวผู้ต่อต้านรัฐบาลให้กับจีนถึงแม้ว่าพวกเขาจะได้รับสถานะผู้ลี้ภัยจากสหประชาชาติ หนึ่งในนั้นคือกรณีของกุ้ยหมินไห่คนขายหนังสือที่ถูกจับที่พัทยาในปี 2558

หลี่เสี่ยวหลง นักกิจกรรมชาวจีนที่อยู่ในไทยเปิดเผยว่ามีหลายประเทศที่มีความสัมพันธ์กับจีนในเชิงธุรกิจเช่นเชิงการท่องเที่ยวและหลายประเทศที่กลายเป็นประเทศที่ต้องพึ่งพิงทางเศรษฐกิจกับจีน พวกเขาปล่อยให้จีนไม่ต้องรับผิดชอบกับอะไรต่างๆ มานานแล้ว แต่กรณี COVID-19 ล่าสุดก็ทำให้หลายคนที่มีปมไม่พอใจจีนสะสมมาระเบิดออกพร้อมๆ กัน

นักวิจารณ์จีนอีกคนหนึ่งคือ จินชาน กล่าวว่าระบบการศึกษาจีนสอนให้คนทุกคนคิดแบบเดียวกันไปหมด นั่นหมายความว่าทำให้คนขาดความคิดอิสระของตัวเอง จินชานกล่าวอีกว่าด้วยความที่ชาวจีนเหล่านี้มีความรู้สึกหลงตัวเองในความเป็นชาติมหาอำนาจบวกกับความคับแคบดังที่กล่าวมาทำให้พวกเขารู้สึกเปราะบางกับบางประเด็นและโต้ตอบเกิดจริงด้วยความไม่พอใจอย่างมาก ทั้งๆ ที่ประเด็นเหล่านั้นอาจจะไม่ได้ทำให้คนในที่อื่นรู้สึกอะไรเลย นอกจากนี้การที่กลุ่มแบบชมพูน้อยมีอยู่ตามอินเทอร์เน็ตนั้นเป็นเพราะการที่สีจิ้นผิงมีนโยบายแผ่ขยายอำนาจอิทธิพลจีนไปนอกประเทศด้วย

นักข่าวพลเมืองและผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ โจวชูกวง ที่ปัจจุบันกลายเป็นคนสัญชาติไต้หวันแล้วนั้นกล่าวว่าไทยถูกมองว่าเป็นผู้ชนะในศึก #nnevvy ในครั้งนี้ เชาเชื่อว่าชาวไทยมีชัยเหนือเหล่า "เสี่ยวเฟิ่นหง" หรือ "ชมพูน้อย" เหล่านี้ด้วยทัศนคติและประสบการณ์ของพวกเขาเอง เพราะพวก "ชมพูน้อย" พวกนี้ทำได้อย่างมากที่สุดก็แค่ใช้คำแบบด่าพ่อล่อแม่เท่านั้น

เรียบเรียงจาก

Milk Tea Alliance Takes on China's Little Pinks in Meme War, Radio Free Asia, 15-04-2020

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์