แรงงานไทยในมาเลเซียลักลอบเข้าไทย ยอมเสี่ยงโดนจับ เหตุเอกสารไม่ครบ ขอยาก

144 แรงงานไทยในมาเลเซียลักลอบหนีข้ามช่องทางธรรมชาติ ยอมเสี่ยงให้ จนท. จับกุม เผยลำบากอดอยาก ก่อนหน้านี้ไม่ผ่าน ตม. เพราะเอกสารไม่ครบ แรงงานอีกคนระบุ เอกสาร เช่น ใบรับรองแพทย์ ใบรับรองจากสถานทูต นั้นขอยากและมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม


ภาพจากสำนักข่าวไทย

21 เม.ย.2563 วันนี้ ไทยพีบีเอสระบุว่า ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง จับกุมตัวแรงงานไทยที่ลักลอบหนีข้ามมาทางช่องทางธรรมชาติ ริมแม่น้ำสุไหงโก-ลก จำนวน 144 คน ซึ่งแรงงานกลุ่มนี้รอเดินทางข้ามมาทางด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก แต่เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้ข้ามด่านฯ จึงยอมเสี่ยงเดินข้ามแม่น้ำเข้ามาให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงจับกุม

หนึ่งในแรงงาน บอกว่า วันที่ 19 เม.ย. เดินทางไปรอบริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองมาเลเซียเพื่อกลับเข้าประเทศไทยแต่เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้เข้าประเทศและผลักดันกลับประเทศเพื่อนบ้านเนื่องจากเอกสารไม่ครบถ้วน ทำให้แรงงานไทยลำบากและอดอยาก เนื่องจากแต่ละคนไม่มีเงินติดตัวจึงตัดสินใจลักลอบเดินทางกลับเข้าประเทศเพื่อให้เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวทั้งที่รู้ผิดกฏหมาย

หลังจับกุมเจ้าหน้าที่ได้นำแรงงานไทยทั้งหมดมายังจุดคัดกรองด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก เพื่อเปรียบเทียบปรับคนละ 800 บาท ก่อนจะประสานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ที่คนไทยกลุ่มนี้อาศัยอยู่มารับตัวที่ด่านพรมแดน อ.สุไหงโก-ลก โดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแต่ละจังหวัดจะทำการกักตัวเพื่อดูอาการ 14 วัน ตามศูนย์ Local Quarantine รองรับผู้ที่ต้องกักตัวเพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของ COVID -19 ตามกระบวนการควบคุมโรคระบาดต่อไป อย่างไรก็ตามทั้งหมดจะถูกดำเนินคดีหลบหนีเข้าเมือง

ก่อนหน้านี้วันที่ 16 เม.ย. ที่ผ่านมา เบนาร์นิวส์รายงานว่า รุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงโกลก เปิดเผยแก่เบนาร์นิวส์ว่า เจ้าหน้าที่ได้เปรียบเทียบปรับ คนไทย 94 ราย ที่ตกค้างในมาเลเซียหลังการประกาศปิดประเทศ และกลับเข้าเมืองโดยไม่ถูกต้องตามริมแม่น้ำสุไหงโกลก พร้อมได้ส่งตัวทั้งหมดเข้าระบบตรวจโรคและกักตัว

“ตอนนี้ ที่หนีเข้ามาเราก็ดำเนินการส่งให้พนักงานสอบสวนปรับตามหลักกฎหมาย โดยจะมีค่าปรับไม่เกิน 800 บาท เพราะเป็นการผิดกฎหมายเข้าเมือง ขั้นตอนต่อไปคือ จะนำสู่กระบวนการคัดกรองโรค นำส่งไปยังโลคัล ควอแรนทีน ตามภูมิลำเนาที่เขาอยู่ ที่จับได้ล่าสุด 94 คน ส่วนใหญ่ก็เป็นคนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เขาก็เข้ามาตามช่องทางธรรมชาติ เจ้าหน้าที่ทหารก็จับตัวได้ทั้งหมด โดยล่าสุด 94 คนนี้ จับได้ตอนเวลาประมาณ 15.00 น. วานนี้ ตั้งแต่ปิดด่านมา 300 กว่าคนแล้ว” นายรุ่งเรือง กล่าว

นายรุ่งเรือง ระบุว่า คนทั้งหมดจะถูกส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแต่ละจังหวัดจะทำการกักตัวเพื่อดูอาการ 14 วัน ตามศูนย์กักตัวของแต่ละจังหวัด (Local Quarantine) เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) ตามกระบวนการควบคุมโรคระบาดต่อไป

“จากการสอบถามแรงงานกลุ่มนี้ เปิดเผยว่า เดินทางตั้งแต่เช้าจากรัฐปาหัง ซึ่งไกลจากด่านลันเตาปันยัง ประเทศมาเลเซีย ประมาณ 300 กิโลเมตรจะไปภูมิลำเนา เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้รัฐบาลมีมาตรการปิดด่านพรมแดนทุกช่องทาง ซึ่งพวกเขาไม่รู้จะไปช่องทางไหน จึงชวนกันลักลอบจะข้ามแดนทางข้ามธรรมชาติ” นายรุ่งเรือง กล่าวเพิ่มเติม

ด้าน รอแม เจะเตะ พนักงานร้านต้มยำจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ กล่าวว่า การขอกลับไทยตามมาตรการของรัฐมีความยุ่งยาก แรงงานไทยในมาเลเซียจึงตัดสินใจข้ามมาแบบผิดกฎหมาย

“จะไม่ให้พวกเขาหนีออกทางธรรมชาติได้ยังไง คนที่จะออกจากมาเลได้ เมื่อด่านเปิดเขาบังคับต้องมีใบรับรองแพทย์ ใบรับรองจากสถานทูตที่นี่ หนังสือแต่ละอย่าง การขอไม่ใช่ง่าย ๆ แถมต้องมีค่าใช้จ่ายอีก อยู่ที่นี่ก็อด” นายรอแม กล่าว

ทั้งนี้ ประเทศมาเลเซีย ได้ประกาศปิดประเทศ เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2563 เพื่อลดการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยจากเดิมการปิดจะสิ้นสุดในวันที่ 14 เมษายน 2563 แต่ในวันที่ 10 เมษายน ได้มีการประกาศขยายการปิดประเทศออกไปเป็นวันที่ 28 เมษายน 2563 ทำให้ด่านชายแดนมาเลเซีย-ไทย ต้องปิดการเข้าออกไปด้วย ซึ่งส่งผลกระทบต่อแรงงานชาวไทยที่ไปทำงานในประเทศมาเลเซียจำนวนมาก เนื่องจากไม่สามารถกลับประเทศได้ และจำนวนมากไม่มีงานทำ เนื่องจากธุรกิจหลายชนิดในมาเลเซียได้ปิดกิจการด้วย

 

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์