โซเชียลเดือด #ยานเกราะพ่องง ขึ้นเทรนด์อันดับหนึ่งทวิตเตอร์

ชาวโซเชียลตั้งคำถามวงเงินจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์กว่า 4 พันล้านบาท ขณะที่เงินเยียวยา 5,000 บาท มีไม่ทั่วถึง รังสิมันต์ โรม ส.ส.พรรคก้าวไกลระบุ เรื่องนี้สะท้อนถึงความอ่อนด้อยในการประเมินความมั่นคงของประเทศ ยิ่งตอกย้ำว่าคนเหล่านี้อยู่ห่างไกลประชาชน

22 เม.ย. 2563 จากกรณีเมื่อวันที่ 20 เม.ย. ที่ผ่านมา เว็บไซต์กองจัดหากรมสรรพาวุธทหารบก เผยแพร่ ประกาศ กองทัพบก โดย กรมสรรพาวุธทหารบก เรื่อง เผยแพร่แผนการจัดซื้อจัดจ้าง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 เรื่อง ยานเกราะล้อยาง พร้อมระบบอาวุธ และการบริการทางเทคนิค ฯลฯ จำนวน 50 คัน โดยวิธีFMS

เอกสารได้ระบุสาระสำคัญว่า กรมสรรพาวุธทหารบกเตรียมจัดซื้อยานเกราะล้อยางที่มีระบบอาวุธและการบริการทางเทคนิค 50 คัน โดยวิธี FMS (Foreign Military Sales: โครงการความช่วยเหลือทางทหารระหว่างกองทัพบกไทยกับกองทัพบกสหรัฐฯ) งบประมาณโครงการ 4,515,000,000 บาท คาดว่าจะประกาศจัดซื้อจัดจ้าง เดือนเม.ย. 2563

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา กรมสรรพาวุธทหารบก ก็มีประกาศเรื่อง เผยแพร่แผนการจัดซื้อจัดจ้าง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 เรื่อง การจ้างซ่อมปรับปรุงปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน ขนาด 40 มิลลิเมตร แอล 70 จำนวน 19 หน่วยยิง 446,500,000 บาท และเผยแพร่แผนการจัดซื้อจัดจ้าง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 เรื่อง สป.5 สำหรับสนับสนุนรถถังหลัก แบบ VT4 จำนวน 4 รายการ  199,998,825 บาท

ทั้งที่ก่อนหน้านี้วันที่ 8 เม.ย. มีมติคณะรัฐมนตรี ให้กระทรวงต่างๆ พิจารณาตัดโอนงบประมาณเพื่อนำมาช่วยเหลือประชาชนในช่วงสถานการณ์โรคโควิด-19 ระบาด โดยกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพถูกจับตามองเรื่องการปรับลดงบประมาณในการจัด ซื้ออาวุธ มาเพื่อนำมาสนับสนุนแผนงานช่วยประชาชน จากข้อมูลพบว่าในกรอบวงเงินงบประมาณปี 2563 กระทรวงกลาโหมได้รับการจัดสรรงบประมาณ 2.3 แสนล้านบาท แบ่งเป็นงบประจำ 70 % และ งบลงทุน 30 %

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากข่าวเรื่องการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ดังกล่าวทำให้เกิดกระแสความไม่พอใจขึ้นในโลกโซเซียล และทำให้ #ยานเกราะพ่องง ขึ้นมาติดเทรนด์อันดับหนึ่งในทวิตเตอร์ 

รังสิมันต์ โรม ส.ส.พรรคก้าวไกล ทวีตระบุว่า การที่ผู้นำกองทัพซื้ออาวุธช่วงนี้ โดยไม่สนใจว่าเรื่องสำคัญเวลานี้คือสุขภาพและปากท้อง สะท้อนถึงความอ่อนด้อยในการประเมินความมั่นคงของประเทศ ไม่รู้ว่าอะไรคือภัยคุกคามที่แท้จริง ยิ่งตอกย้ำว่าคนเหล่านี้อยู่ห่างไกลประชาชนจนไม่รู้สึกรู้สาถึงการเสียสละของประชาชนว่ามากมายเพียงใด

นอกจากนี้ชาวโซเชียลยังตั้งข้อสังเกตวงเงินที่ใช้จัดซื้อกว่า 4 พันล้านบาท เชื่อมโยงกับกรณีที่ นายกฯเพิ่งจะแถลงข่าวว่าเงินเยียวยาคนละ 5,000 บาทยังไม่ทั่วถึง ต้องรอเงินกู้ จาก พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทด้วย

 

ขณะที่วันนี้สำนักข่าวไทยรายงานว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้ตัดงบประมาณปี 2563 ของกองทัพบกแล้วกว่า 30% ตามที่รัฐบาลสั่งให้นำเงินคืนคลัง เพื่อให้รัฐบาลนำงบประมาณมา ช่วยแก้ปัญหาจากโควิด-19 โดยมีการชะลอโครงการจัดหายุทโธปกรณ์ไปหลายโครงการ 

โดยเฉพาะได้ชะลอการจัดซื้อรถยานเกราะสไตร์เกอร์  ที่เดิมทีเป็นโครงการในปีงบประมาณ 2563 ไปเป็นโครงการของปีงบประมาณปี 2564 และงบประมาณปี 2565 ส่วนกรณีประกาศที่กรมสรรพาวุธออกมาเผยแพร่ดังกล่าวนั้นเป็นเพียงแผนการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบของปี 2563 ไม่ใช่การใช้งบฯปี 2563 

สำหรับเหตุผลที่ไม่สามารถยกเลิกโครงการจัดซื้อรถเกราะล้อยางStryker จำนวน 50 คันได้นั้น แหล่งข่าวกองทัพบก ระบุว่า เพราะเป็นโครงการต่อเนื่องและเป็นการจัดซื้อระบบ FMS เป็นไปตามความช่วยเหลือทางทหารกับสหรัฐอเมริกาที่เข้า สภาคองเกรสของสหรัฐฯ เรียบร้อยแล้ว และ จัดซื้อรถเกราะสไตร์เกอร์ 50 คันแต่ทางสหรัฐฯให้เพิ่มอีก 30 คัน รวมทั้งโครงการกองทัพบกจะได้รถเกราะจำนวนกว่า 130 คัน เมื่อรวมกับที่สหรัฐฯให้ความข่วยเหลือเพิ่มเติมในฐานะที่ไทยกับสหรัฐฯ มีความสัมพันธ์อันดีทางทหารมายาวนาน จึงได้รับการช่วยเหลือทั้ง รถเกราะ รถติดปืน ค.120 มม. รถพยาบาล  รถผู้บังคับบัญชา และ รถลาดตระเวน จึงต้องเดินหน้าโครงการต่อ รวมถึงโครงการนี้ผ่านการอนุมัติจาก ครม.ไปแล้ว 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์