คลื่นลูกที่สอง: นศ.เคลื่อนไหวเตรียมไล่เผด็จการหลังสถานการณ์โควิด-19 ลดระดับการแพร่ระบาด

นักศึกษาหลายกลุ่มรวมตัวเคลื่อนไหว เตรียมขับไล่รัฐบาลเผด็จการ ถอดถอน ส.ว. 250 คัดค้านการต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในช่วงโควิด-19 กำลังซาลง

28 เม.ย. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่านักศึกษาหลายกลุ่มทั่วประเทศกำลังรวมตัวเคลื่อนไหวกันในโลกออนไลน์ เพื่อขับไล่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รวมถึงเปิดแคมเปญล่ารายชื่อถอดถอน ส.ว. 250 เสียง หลังเกิดกระแส #MobFromeHome "โควิดหายมาไล่รัฐบาลกันไหม?" และหลังเกิดกรณีที่เสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) ออกมาตอบโต้กลุ่มนักศึกษาว่ามีหน้าที่เรียนก็เรียนไป ไม่ใช่มาเคลื่อนไหวไล่ ส.ว.ไล่รัฐบาล ในช่วงหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา 

‘สมัชชานักศึกษาอีสาน’ รวมตัวไล่รัฐบาลเผด็จการ

วันนี้กลุ่มนักศึกษาภาคอีสาน 6 มหาวิทยาลัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น,มหาวิทยาลัยสารคาม,มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี,มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร,มหาวิทยาลัยราชภัฎชัยภูมิ,มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี รวมตัวเคลื่อนไหวกันในนาม ‘สมัชชานักศึกษาอีสาน’ เพื่อขับไล่รัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ ‘สมัชชานักศึกษาอีสาน’ 

ทั้งนี้กลุ่มสมัชชานักศึกษาอีสานได้เผยแพร่วิดิโอ ‘สมัชชานักศึกษาอีสาน ชวนคิดบัญชีรัฐบาล’ ภายในเนื้อหาวิดิโอพูดถึงความรู้สึกของนักศึกษา ในการบริหารประเทศของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ตั้งแต่เข้ามาทำงาน และพูดถึงว่าอยากเห็นประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยที่คนทุกคนเท่าเทียมกัน โดยอยู่ภายใต้หลักสิทธิมนุษยชน 

นักศึกษากลุ่มนี้ยังกล่าวต่อในวิดิโออีกว่า หลังจากสถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้น ทางกลุ่มนักศึกษาจะรวมตัวกันเรียกร้องให้รัฐบาลที่นำโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่ง และเชิญชวนทุกคนมาช่วยกันขับไล่รัฐบาล

นศ.เปิดแคมเปญรายชื่อถอด ส​.​ว.250 ชี้เป็นเสียงที่ไม่ได้มาจาก ปชช.

ขณะที่วานนี้ (27 เม.ย.)นักศึกษา 12 กลุ่ม รวมตัวกันเปิดแคมเปญล่ารายชื่อถอดถอน ส.ว.250 ในเว็บไซต์ change.org โดยนักศึกษาให้เหตุผลที่ ส.ว.250 ท่าน ไม่ควรดํารงตําแหน่ง คือ

1.ที่มาไม่มีความชอบธรรมเหตุเพราะถูกเลือกโดยคณะรัฐประหาร

2.ไม่มีผลงานที่ทำเพื่อประชาชน

3.ใส่ร้าย นิสิต/นักศึกษา ที่ออกมาเรียกร้องความยุติธรรมคืนแก่ประเทศ

4.ภาษีของประชาชนไม่ควรสูญเปล่าเพราะความเห็นแก่ตัวของ ส.ว.250 ท่าน

นักศึกษายังกล่าวอีกว่า การล่ารายชื่อถอดถอน ส.ว.250 ท่าน เป็นแค่จุดเริ่มต้นของการเรียกร้องประชาธิปไตยคืนสู่ประเทศไทยเพียงเท่านั้น รายชื่อทั้งหมดพวกเรานิสิตนักศึกษาจะนำไปยื่นถึงสภาเพื่อให้นำไปพิจารณาต่อไป 

พร้อมระบุด้วยว่า ทั้งนี้องค์กรใดสนใจร่วมแคมเปญของพวกเราแจ้งได้ที่ เพจ มศว คนรุ่นเปลี่ยน

รายชื่อกลุ่มนักศึกษา 12 องค์กร

1.มศว คนรุ่นเปลี่ยน

2.ภาคีนักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพ

3.มอกะเสด

4.พะยอมเก๋า

5.กลุ่มมหานครเพื่อประชาธิปไตย

6.ลูกพ่อขุนฯ โค่นล้มเผด็จการ

7.ฟันเฟืองประชาธิปไตย อาชีวะปกป้องประชาธิปไตยแห่งประเทศไท

 8.ขอนแก่นพอกันที

9.ภาคีนักศึกษาศาลายา

10.กลุ่มประชาคมศิลปากรเพื่อประชาธิปไตย

11.กลุ่มประชาคมมศวเพื่อเสรีภาพ

12.มวล.เสรี 

สนท.ค้านต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ชี้เป็นเครื่องมือลิดรอดสิทธิปชช. มากกว่าคุมโรค

27 เม.ย. สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์เรื่อง 'การต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไม่ได้ช่วยควบคุมโรค แต่เป็นเครื่องมือปิดกั้นเสรีภาพประชาชน' โดยมีรายละเอียดของแถลงการณ์ดังนี้

จากการที่รัฐบาลต่ออายุ พ.ร.ก.ทาง สนท.เห็นตรงกันว่าไม่ใช่มาตรการสำคัญในการควบคุมโรคหากแต่เป็นการปิดกั้นเสรีภาพการแสดงออกของประชาชนและจากเนื้อหาและมาตรการใน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ทาง สนท.ยังเห็นว่ามาตรการดังกล่าว เกินจำเป็นต่อการควบคุมโรคระบาดแต่ออกไปในแนวทางลิดรอนสิทธิและเสรีภาพของประชาชน มากกว่าจะใช้เพื่อควบคุมโรคระบาด

เนื่องด้วย ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (ศบค.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาเป็นประธานในที่ประชุม ได้พิจารณาขยายการใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ) ไปอีกหนึ่งเดือน จากเดิมที่จะครบกำหนดสิ้นสุดการใช้ในวันที่ 30 เมษายน ที่จะถึงนี้ โดยให้เหตุผลว่า เพื่อให้รัฐบาลสามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 มีประสิทธิภาพ

สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทยมีความกังวลว่า การต่ออายุพระราชกำหนดดังกล่าวจะไม่ได้เป็นไปเพื่อการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 เพราะตลอดช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ได้เกิดกรณีการใช้อำนาจตามพระราชกำหนดในการข่มขู่ และปิดกั้นสิทธิเสรีภาพของประชาชนในทางที่ไม่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรคหลายกรณี อาทิ กรณีการข่มขู่นักศึกษาที่ขอพบผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หรือกรณีการห้ามประชาชนบริจาคสิ่งของและยึดของบริจาคดังกล่าว อีกทั้งการต่ออายุพระราชกำหนดยังอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงการดำเนินชีวิตของพี่น้องประชาชนมากเกินสมควร นอกจากนี้ แม้จะไม่มีการต่ออายุพระราชกำหนด รัฐบาลก็สามารถใช้กฎหมายปกติ เช่น พระราชบัญญัติโรคติดต่อร้ายแรง พ.ศ.2558 ในการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดได้อยู่แล้ว

สหภาพจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนการต่ออายุพระราชกำหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน และพิจารณาใช้กฎหมายที่ส่งผลกระทบน้อยกว่า เช่น พระราชบัญญัติโรคติดต่อร้ายแรง พ.ศ.2558 ในการควบคุมโรคแทน ทั้งนี้ สหภาพขอให้รัฐบาลคำนึงถึงและมีมาตรการเยียวยาให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉินทุกคน เพราะประชาชนทุกคนเป็นเจ้าของประเทศโดยเสมอภาค

 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์