ชาวบ้านให้ข้อมูล คกก.ตรวจสอบ กรณีปิดกั้นการมีส่วนร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นโรงไฟฟ้าชีวมวลสอดไส้ถ่านหิน

ชาวบ้าน 'กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์' รุดให้ข้อมูล คกก.ตรวจสอบ กรณีปิดกั้นการมีส่วนร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นโรงไฟฟ้าชีวมวลสอดไส้ถ่านหิน 

เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2563 ชาวบ้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์ ประมาณ 20 คน ได้เดินทางไปที่ว่าการอำเภอบำเหน็จณรงค์ เพื่อให้ข้อมูลแก่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2560 เกี่ยวกับกรณีการปิดกั้นประชาชนไม่ให้เข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นในการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมสำหรับโครงการเหมืองแร่โปแตชและเกลือหิน อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ ของบริษัท อาเซียนโปแตชชัยภูมิ จำกัด (มหาชน)

โดยชาวบ้านได้มีการร้องเรียนขอให้ตรวจสอบกรณีปิดกั้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่และข่าวลือเกี่ยวกับการที่ผู้นำหมู่บ้านมีผลประโยชน์ทับซ้อนจากบริษัทฯ โดยชาวบ้านได้รับทราบข้อเท็จจริงมาว่า บริษัทฯ ได้ให้ผู้นำหมู่บ้านหารายชื่อชาวบ้านในพื้นที่ หมู่บ้านละ 50 คน เพื่อเข้าร่วมในการประชุมรับฟังความคิดเห็น โดยที่จะได้รับเงินนายหน้าหาคนเข้าร่วมหัวละ 100 บาท และหลังจากรายงาน EIA ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) บริษัทก็ได้พาผู้นำหมู่บ้านไปเลี้ยงฉลองที่ประเทศลาวถึง 3 วัน

นอกจากนี้เมื่อต้นเดือน พ.ค. 2562 ก็ได้มีข่าวลืออีกว่า บริษัทฯ จะแจกจ่ายที่ดินในกรรมสิทธิ์ของบริษัทฯ ให้ผู้นำหมู่บ้านรอบเขตพื้นที่โครงการรัศมี 5 กิโลเมตร เพื่อให้ทำการเกษตรโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการเช่าพื้นที่ และต่อมามีการเปลี่ยนแปลงว่า จะให้เช่าที่ดินในราคาไร่ละ 200-500 บาทต่อปี โดยให้หมู่บ้านละ 50-60 ไร่ ซึ่งให้ผู้ใหญ่บ้านแต่ละบ้านไปจัดสรรปันส่วนกันเองว่า ผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านจะได้คนละกี่ไร่

ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง ซึ่งเป็นที่มาของการตรวจสอบข้อเท็จจริงในครั้งนี้

โดยหลังจากที่ชาวบ้านได้เข้าให้ข้อมูลแก่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วเสร็จก็จะเดินทางไปยัง สภ.หัวทะเล เพื่อแจ้งความเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่มิชอบด้วยกฎหมาย จากกรณีการข่มขู่คุกคามชาวบ้านหนึ่งในสมาชิกกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์ เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2563 ต่อไป ซึ่งต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ เพจเหมืองแร่ ชัยภูมิ ยังได้เพิ่มเติมกรณีแจ้งความเอาผิดกรณีการที่ตำรวจ สภ.หัวทะเล จำนวน 7 นาย มีการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ไว้ดังนี้

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์