นศ.ขอคู่สงครามเคารพหลักมนุษยธรรมช่วง COVID-19 กอ.รมน.แจงเหตุปะทะที่หนองจิก ไม่ใช่ปฏิบัติการทางทหาร

  • PerMAS ขอให้คู่สงครามเคารพหลักมนุษยธรรมในช่วงวิกฤติไวรัส COVID-19
  • BRN ออก YouTube ประณามไทยล้ำเส้นมนุษยธรรมช่วงโรคระบาด
  • กอ.รมน.แจง จนท.บังคับใช้กฎหมาย ไม่ใช่ปฏิบัติการทางทหาร

 

2 พ.ค.2563 จากกรณีช่วงเย็นของวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมาเกิดเหตุความรุนแรงที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี จนมีผู้เสียชีวิต 3 คน นั้น ล่าสุดวานนี้ (1 พ.ค.) สหพันธ์นิสิตนักศึกษานักเรียนและเยาวชนปาตานี PerMAS ออกแถลงการณ์ต่อกรณีดังกล่าว โดยขอให้คู่สงครามเคารพหลักมนุษยธรรมในช่วงวิกฤติไวรัส COVID-19 ขอให้รัฐไทยยกเลิกนโยบายปราบปรามและยุติการปฏิบัติกิจกรรมทางอาวุธทุกกรณี และหันมาแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยวิธีการทางการเมืองโดยสันติวิธี ขอให้ BRN ในฐานะคู่ขัดแย้งหลักของรัฐไทยอดทนอดกลั้นและไม่ตอบโต้ด้วยอาวุธเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการแก้ปัญหาไวรัสCOVID-19

รวมทั้งขอเรียกร้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.)ปาตานีผลักดันให้มีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้รัฐบาลทบทวนนโยบายการแก้ปัญหาปาตานีให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

ซึ่งมีรายละเอียดของแถลงการณ์ดังนี้

 

แถลงการณ์ สหพันธ์นิสิตนักศึกษานักเรียนและเยาวชนปาตานีPerMAS

เรื่อง ขอให้คู่สงครามเคารพหลักมนุษยธรรมในช่วงวิกฤติไวรัส COVID-19

ด้วยปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่ขัดกันด้วยอาวุธในพื้นที่ปาตานีตลอด 16 ปี ประชาชนได้รับผลกระทบไม่น้อยจากสภาวะสงคราม และในปัจจุบันได้รับผลกระทบจากไวรัส COVID-19 ที่กำลังระบาดไปทั่วโลกในพื้นที่ปาตานีมีผู้ติดเชื้อรวมกันไม่ต่ำกว่า 300 คน จนเกิดฉันทามติร่วมกันของทุกฝ่ายในสังคมหันมาให้ความสำคัญต่อเรื่องมนุษยธรรมและการแก้ไขปัญหา COVID-19 เป็นลำดับแรก และได้รับข่าวดีเมื่อ BRN ในฐานะคู่ขัดแย้งหลักของรัฐไทยได้ประกาศต่อสาธารณะชน ถึงการยุติกิจกรรมทางอาวุธชั่วคราว เพื่อเปิดทางให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสุดความสามารถบนเงื่อนไขว่า "ต้องไม่ถูกโจมตีจากรัฐไทยก่อน" แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2563 เจ้าหน้าที่ทหารไทยได้เข้าโจมตีกองกำลังปฏิวัติแห่งชาติปาตานี ณ อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เป็นเหตุให้เสียชีวิต 3 ราย

สหพันธ์นิสิตนักศึกษานักเรียนและเยาวชนปาตานี PerMAS เป็นองค์กรเคลื่อนไหวการเมืองของเยาวชนปาตานี โดยยึดหลักประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน ขอแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิตและเป็นกังวลอย่างยิ่งว่าจะเกิดการตอบโต้กลับของ BRN เนื่องจากรัฐไทยได้ละเมิดเงื่อนไขสำคัญในการยุติการปฏิบัติกิจกรรมทางอาวุธของ BRN

ทางสหพันธ์นิสิตนักศึกษานักเรียนและเยาวชนปาตานี PerMAS ขอเสนอข้อเรียกร้องต่อคู่ขัดแย้งหลักและผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนและหลักมนุษยธรรมในสภาวะที่สังคมปาตานีได้รับผลกระทบและกำลังต่อสู้กับไวรัส COVID-19 เพื่อเป็นหลักประกันที่สำคัญในการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและแก้ปัญหาไวรัส COVID-19 สามารถกระทำได้อย่างเต็มที่ จึงเสนอข้อเรียกร้องดังต่อไปนี้

1. ขอให้รัฐไทยยกเลิกนโยบายปราบปรามและยุติการปฏิบัติกิจกรรมทางอาวุธทุกกรณี และหันมาแก้ปํญหาความขัดแย้งด้วยวิธีการทางการเมืองโดยสันติวิธี

2. ขอให้ BRN ในฐานะคู่ขัดแย้งหลักของรัฐไทยอดทนอดกลั้นและไม่ตอบโต้ด้วยอาวุธเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการแก้ปัญหาไวรัส COVID-19

3.ขอเรียกร้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ปาตานีผลักดันให้มีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้รัฐบาลทบทวนนโยบายการแก้ปัญหาปาตานีให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

สหพันธ์นิสิตนักศึกษานักเรียนและเยาวชนปาตานี PerMAS เป็นกำลังใจและขอให้ประชาชนชาวปาตานีอดทนอดกลั้นให้ผ่านพ้นสถานการณ์อันโหดร้ายนี้ไปด้วยกัน

ด้วยจิตรักสันติภาพและประชาธิปไตย
สหพันธ์นิสิตนักศึกษานักเรียนและเยาวชนปาตานี PerMAS
1 พ.ค. 2563

B.R.N ออก YouTube ประณามไทยล้ำเส้นมนุษยธรรมช่วงโรคระบาด

The Motive รายงานด้วยว่าหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว ขบวนการปลดแอกเอกราชปาตานี หรือ BRN ออกแถลงการณ์ โดย อับดุลการีม คาลิบ โฆษกของ BRN ผ่านการเผยแพร่ช่องทาง Information Depertement BRN ในเว็บไซด์ดัง YouTube มีหัวข้อวีดีโอว่า “MISI KEMANUASIAAN HARUS DIUTAMAKAN” ซึ่งแปลว่า ‘พันธกิจด้านมนุษยธรรมต้องมาก่อน’

กอ.รมน.แจง จนท.บังคับใช้กฎหมาย ไม่ใช่ปฏิบัติทางทหาร

วันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า) รายงานว่า พ.อ.เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 เม.ย.2563 เวลาประมาณ 17.00 น. เจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังเข้าพิสูจน์ทราบเพื่อบังคับใช้กฏหมายในพื้นที่ บ้านปะการือสง ต.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี และได้ปะทะกับกลุ่มคนร้ายเป็นเหตุให้เจ้าหน้าได้รับบาดเจ็บ 1 นาย ปัจจุบัน อาการปลอดภัย จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบคนร้ายเสียชีวิต 3 ราย สามารถตรวจยึดอาวุธปืนได้จำนวน 3 กระบอก ประกอบด้วย ปืนลูกซอง ปืนเล็กยาว เอ เค 102 และปืนพกขนาด 38 สำหรับอาวุธที่ตรวจยึดได้ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 จะนำไปตรวจสอบประวัติและความเชื่อมโยงทางคดีที่เกี่ยวข้อง ต่อไป

โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ระบุว่า จากการตรวจสอบ ผู้เสียชีวิต ทั้ง 3 ราย พบว่ามีประวัติหมายจับรวม 10 หมาย ก่อคดีที่สร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์มาอย่างต่อเนื่อง ทั้ง 3 คน ยังเป็นผู้ต้องสงสัย เหตุโจมตีจุดตรวจ บ้านกอแลและ อ.เมือง จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2562 อีกด้วย โดยคดีที่กลุ่มคนร้ายทั้ง 3 คน ได้ก่อขึ้นล้วนเป็นคดีที่มีความรุนแรง อุกฉกรรจ์ สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน รวมทั้งผู้บริสุทธ์เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเรื่องของวางระเบิด 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน ก่อให้เกิดความสะเทือนขวัญ และความหวาดกลัวให้แก่พี่น้องประชาชน สร้างความเสียหายต่อระบบเศรฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ ทำลายความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชน รวมถึงทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนในวงกว้าง  คดีวางระเบิดห้างบิ๊กซี ปัตตานี กลุ่มคนร้ายกระทำการด้วยความโหดเหี้ยม ล่อลวง นุสนธ์ ขจรดำ ช่างติดผ้าใบเพื่อนำรถยนต์ไปก่อเหตุวางระเบิด หลังจากนั้น ได้สังหารนุสน ขจรดำ นำศพไปทิ้ง ป่าละเมาะข้างทาง และได้นำรถยนต์ไปก่อเหตุระเบิด ณ ห้างบิ๊กชีปัตตานี สร้างความหวาดกลัว สร้างความแตกตื่นให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นอย่างยิ่ง ส่วนคดีปล้นร้านทองในพื้นที่ อำภอนาทวี จังหวัดสขลา กลุ่มคนร้ายได้มีการวางแผน

ปล้นรถตู้ จากพื้นที่อำเกอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เพื่อนำไปปล้นร้านทองถือเป็นคดีที่อุกอาจ เนื่องจากปฏิบัติการในช่วงกลางวัน และกลุ่มคนร้ายได้หลบหนีไป ซึ่งคดีทั้งหมดนี้ถือเป็นคดีที่สร้างความหวาดกลัวให้แก่พี่น้องประชาชน รวมทั้งทำลายระบบเศรษฐกิจพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในภาพรวม

การปฏิบัติในครั้งนี้ เป็นการบังคับใช้กฎหมายกับอาชญากรที่กระทำผิดกฎหมายสร้างความเดือดร้อนและความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สิน ของพี่น้องประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรัฐไม่สามารถละเว้นการปฏิบัติได้

ทั้งนี้ ผลจากการแจ้งข่าวของพี่น้องประชาชนที่พบความเคลื่อนไหวกลุ่มบุคคลต้องสงสัย เจ้าหน้าที่จึงได้สนธิกำลังเข้าพิสูจน์ทราบ แต่ถูกกลุ่มคนร้ายเปิดฉากยิงใส่ จึงได้เกิดการปะทะ และเกิดการสูญเสียดังกล่าว โดยในห้วงเดือนรอมฎอนซึ่งเป็นเดือนอันศักดิ์สิทธิ์และเดือนแห่งการทำความดี แต่ในห้วงที่ผ่านมาได้พบเบาะแสและภาพข่าวความเคลื่อนไหว ของคนร้ายเตรียมก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มมาตรการในการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดยิ่งขึ้น สำหรับผู้ให้การสนับสนุนโดยฉพาะผู้ให้ที่พักพิง เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบพฤติกรรมเพื่อดำเนินการตามกฎหมายฐานให้การสนับสนุนผู้ก่อเหตุรุนแรงต่อไป

ทั้งนี้ช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด - 19 ซึ่งพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีอัตราการแพร่ระบาดค่อนข้างสูง โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ระบุว่า เจ้าหน้าที่รัฐต้องสร้างความรับรู้ ความเข้าใจ ให้แก่พี่น้องประชาชนในการป้องกัน และกำจัดเชื้อโควิด - 19 ในทุกรูปแบบ แต่ยังมีผู้ไม่หวังดีและผู้ก่อเหตุรุนแรงพยายามสร้างสถานการณ์ลอบทำร้ายเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง ด้วยการวางระเบิดหรือด้วยการปฏิบัติการอื่นๆ เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปปฏิบัติงานได้อย่างสะดวก จึงขอฝากพี่น้องประชาชนหากพบเห็นบุคคลที่ต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ ให้แจ้งมายังเจ้าหน้าที่ หรือแจ้งไปยังหมายเลขโทรศัพท์สายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 โทร 061-1732999 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์