เผยแพร่คำสั่งตั้งชุดตรวจเฉพาะกิจร่วม ค้นหาผู้ป่วย COVID-19 เชิงรุก

ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คำสั่งศูนย์ฯ แก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ฉบับที่ 11 สั่งปรับการตั้งจุดตรวจ คุมการระบาด COVID-19 ให้ตำรวจร่วมกับสามเหล่าทัพ และตั้งชุดตรวจเฉพาะกิจร่วม ค้นหาผู้ป่วย COVID-19 เชิงรุก


ที่มาภาพประกอบ: สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

เมื่อวันที่ 2 พ.ค. 2563 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง ที่ 11/2563 เรื่อง การปฏิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ลงนามโดย พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง มีรายละเอียดดังนี้

เพื่อให้การปฏิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 5)

ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 6) และคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ 2/2563 ลงวันที่ 1 พ.ค. 2563 เรื่อง แนวปฏิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

อาศัยอำนาจตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 4/2563 ลงวันที่ 25 มี.ค. 2563 เรื่อง แต่งตั้งผู้กำกับการปฏิบัติงาน หัวหน้าผู้รับผิดชอบและพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ข้อ 3 (6) ข้อ 4 และข้อ 5 คำสั่งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงที่ 1/2563 ลงวันที่ 27 มี.ค. 2563 ข้อ 1 จึงให้หน่วยขึ้นตรงของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง ปฏิบัติดังนี้

1. ปรับการจัดตั้งจุดตรวจควบคุมการแพร่ระบาดโรค COVID-19 และจุดตรวจเพื่อบังคับใช้มาตรการในห้วงเวลาห้ามออกนอกเคหสถาน ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ รวมทั้งจัดชุดสายตรวจ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือชุดสายตรวจร่วมข้าราชการตำรวจ ข้าราชการทหาร ข้าราชการพลเรือน และพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย โดยดำรงความต่อเนื่องในการบังคับใช้ มาตรการ ข้อกำหนด การรักษาความสงบเรียบร้อย การป้องกันการก่ออาชญากรรม และเพิ่มการปฏิบัติเชิงรุกต่อพื้นที่เสี่ยง พื้นที่เพ่งเล็ง ทำการตรวจกิจการและกิจกรรมที่ได้รับการผ่อนคลายเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามมาตรการที่ทางราชการกำหนด โดยให้ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นหน่วยหลักในการวางแผนและประสานการปฏิบัติกับศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง กองทัพบก ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ด้านความมั่นคง กองทัพเรือ ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง กองทัพอากาศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

2. ให้ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง ทั้งสี่ศูนย์ตำมข้อ 1 สนับสนุน การใช้กำลังในการจัด ชุดตรวจเฉพาะกิจร่วม เพื่อปฏิบัติตามมาตรการค้นหาผู้ป่วยโรค COVID-19 เชิงรุกในพื้นที่เสี่ยงและกลุ่มเสี่ยง ตามที่ได้รับการร้องขอจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง กรณีที่มีปัญหาในการปฏิบัติตามแนวทางนี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่หารือผู้บัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจเป็นการทั่วไปในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง หรือรายงานนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาสั่งการ

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค. 2563 เป็นต้นไป

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์