‘กลัวอดตายมากกว่า’  ร้านตัดผมกลับมาคึก พร้อมมาตรการป้องกัน หลังผ่อนปรน 6 กลุ่มกิจการ

กิจการร้านตัดผมกลับมาคึกคักอีกครั้งหลัง ศบค.ประกาศมาตรการผ่อนปรน 6 กลุ่มกิจการ ด้านผู้ประกอบการตรวจเข้มก่อนให้บริการลูกค้า ย้ำ “ถ้าพูดถึงอาชีพนี้ทุกคนไม่กลัวโควิดกันแล้ว ทุกคนกลัวอดตายมากกว่า” 

3 พ.ค. 2563 หลังศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ออกมาตรการผ่อนปรน 6 กลุ่มกิจการที่มีความเสี่ยงแพร่ระบาดต่ำ ซึ่งมีผลบังคับใช้วันที่ 3 พ.ค.นี้ คาดว่าทำให้ร้านตัดผมทั่วกรุงเทพฯ กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งหลังจากที่รัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ สั่งปิดกิจการชั่วคราวเมื่อช่วงปลายเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา

ภาพประชาชนต่อคิวรอใช้บริการตัดผม บริเวณหน้าร้านตัดผมย่านห้วยขวาง

บรรยากาศภายในร้านตัดผม

วิชุดา คณะพัฒน์ ช่างตัดผมร้านอมรบาร์เบอร์ย่านห้วยขวางให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวประชาไทว่า ตนรู้สึกตื่นเต้นและดีใจมากที่ได้เปิดร้านตัดผมวันแรกในรอบหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเนื่องจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 บรรยากาศในร้านวันนี้เลยดูวุ่นวายและคึกคักพอสมควร เพราะทางร้านและลูกค้ายังอยู่ในช่วงปรับตัวตามมาตรการคำสั่งของรัฐบาลที่เพิ่งออกประกาศ

วิชุดา คณะพัฒน์ ช่างตัดผมร้านอมรบาร์เบอร์ย่านห้วยขวาง

วิชุดา กล่าวต่อว่าในช่วงปิดกิจการหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ตนขาดรายได้จากการประกอบอาชีพช่างตัดผมไปหนึ่งเดือน ต้องหาอาชีพเสริมเพื่อจุนเจือรายได้ที่หายไป เช่น ขายลูกชิ้นหน้าร้านตัดผมร่วมกับเจ้าของร้าน หรือขายน้ำหวาน ต้องทำทุกอย่างเพราะรายได้ไม่พอจ่าย ก่อนหน้านี้ค่อนข้างกังวลเรื่องโรคระบาด แต่ช่วงหลังรู้สึกเฉยๆ เพราะกลัวอดตายมากกว่า

“คืออย่างโรคถ้าถึงเวลามันก็ต้องตาย แต่เรามั่นใจเราเซฟตัวเราดีที่สุดมันก็ไม่มีอะไร เช่น ล้างมือ พกแอลกอฮอล์ ใส่หน้ากากอนามัย ไม่ไปในที่คนพลุกพล่าน ตอนนี้ถ้าพูดถึงอาชีพนี้ทุกคนไม่กลัวโควิดกันแล้ว ทุกคนกลัวอดตายมากกว่า” ช่างตัดผมย่านห้วยขวางกล่าว

วิชุดา คณะพัฒน์ ช่างตัดผมร้านอมรบาร์เบอร์ย่านห้วยขวาง

วิชุดา ยังกล่าวต่ออีกว่า สำหรับมาตรการการตรวจคัดกรองลูกค้าทางร้านก็ได้ปฏิบัติตามที่รัฐบาลสั่งอย่างเคร่งครัด มีการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ฉีดสเปรย์แอลกอฮอล์บริเวณมือและเท้าลูกค้าก่อนเข้าไปในร้าน ขอความร่วมมือลูกค้าล้างมือตรงจุดที่ทางร้านเตรียมไว้ให้ สวมหน้ากากอนามัยขณะอยู่ในร้าน และเว้นระยะห่างของเก้าอี้นั่งรอสำหรับลูกค้า รวมถึงนั่งลูกค้าสามารถนั่งรอในร้านได้ไม่เกิน 3 คน

อมร มณเทียร เจ้าของร้านตัดผมตรวจวัดอุณหภูมิลูกค้าก่อนเข้าไปภายในร้าน

ช่างตัดผมฉีดสเปรย์แอลกอฮอล์บนมือลูกค้าก่อนทำการตัดผม

ช่างตัดผมให้บริการลูกค้าโดยสวมหน้ากากอนามัยป้องกัน

ป้ายประกาศมาตรการความปลอดภัยในการให้บริการลูกค้าที่ติดอยู่บนกระจกภายในร้านตัดผม

ทั้งนี้ เดลินิวส์รายงานด้วยว่า ผู้สื่อข่าวเดินทางไปสำรวจภายหลังมีมาตรการผ่อนปรนกิจการ ร้านตัดผม ในพื้นที่เขตห้วยขวาง ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงเละเขตดินแดง กทม. ซึ่งมีร้านเสริมสวยและตัดผมเปิดอยู่กว่า 20 ร้าน พบว่าทุกร้านกลับมาเปิดให้บริการตามปกติ และพบว่ามีประชาชนทยอยกันมาตัดผมอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย 

ขณะที่ ไทยโพสต์ รายงานบรรยากาศร้าน The Cozy cutz ย่านบางเขน ว่า กลับมาเปิดใหม่ พร้อมทั้งมาตรการป้องกัน เช่น การติดตั้งม่านพลาสติก เพื่อเป็นฉากกั้นในการให้บริการ การสวมอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล ได้แก่ หน้ากากอนามัย ถุงมือยาง ผ้ากันเปื้อน Face shield การเตรียมแอลกอฮอล์ และสบู่ เพื่อล้างทำความสะอาดอุปกรณ์ก่อนและหลังการให้บริการ การจัดแต่งร้านให้มีการเว้นระยะห่างทางสังคม รวมทั้ง มีการนำเครื่องอบฆ่าเชื้อที่ได้สั่งมาจากต่างประเทศ เพื่ออบฆ่าเชื้ออุปกรณ์ที่มีคมต่างๆ เช่น กรรไกร ใบมีด พร้อมมีป้ายแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตนเพื่อให้ปลอดจากไวรัส โควิด - 19 ด้วย 

6 กลุ่มกิจการมาตรการผ่อนปรน

ตลาด : ตลาดสด ตลาดนัด ตลาดน้ำ ตลาดชุมชน ถนนคนเดิน แผงลอย

ร้านจำหน่ายอาหาร : ร้านอาหารทั่วไป ร้านเครื่องดื่ม ขนมหวาน ไอศครีม (นอกห้าง) ร้านอาหารริมทาง รถเข็น หาบเร่

กิจการค้าปลีก-ส่ง : ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อบริเวณพื้นที่นั่ง/ยืนรับประทาน รถเร่หรือรถวิ่งขายสินค้าอุปโภคบริโภค ร้านค้าปลีกขนาดย่อม ร้านค้าชุมชน ร้านค้าปลีกธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม

กีฬาสันทนาการ : กิจกรรมในสวนสาธารณะ ได้แก่ เดิน รำไทเก็ก สนามกีฬากลางแจ้งที่เป็นการออกกำลังกายโดยไม่ได้เล่นเป็นทีมและไม่มีการแข่งขัน ได้แก่ เทนนิส ยิงปืน ยิงธนู จักรยาน กอล์ฟและสนามซ้อม

ร้านตัดผมเสริมสวย : ร้านตัดผมเฉพาะตัด สระ ไดร์ผม

อื่นๆ : ร้านตัดขนสัตว์ ร้านรับฝากเลี้ยงสัตว์

มาตรการที่ยังคงบังคับใช้ และดำเนินการต่อไป

-มาตรการเคอร์ฟิว ยังคงอยู่ที่เวลา 22.00 – 04.00 น.

-มาตรการควบคุมการเดินทางเข้า - ออก ราชอาณาจักร ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ

-มาตรการสถานกักกันโดยรัฐจัดให้หรือ State Quarantine 

-มาตรการจำกัดการบินเข้า – ออก ของสายการบินระหว่างประเทศ โดยอนุญาตเฉพาะสายการบินบางประเภทเท่านั้น 

-งดการเดินทางข้ามจังหวัดโดยไม่มีเหตุจำเป็น

-คงแนวทางการทำงานที่บ้านให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 50

-เข้มงวดไม่ให้ประชาชนเข้าไปในพื้นที่ หรือสถานที่ที่มีคนจำนวนมากไปทำกิจกรรมร่วมกัน หรือเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคเป็นการชั่วคราว 

อย่างไรก็ตามมาตราการผ่อนปรนดังกล่าวรัฐบาลจะประเมินผลหลังครบ 14 วัน หากมีผู้ติดเชื้อเพิ่ม อาจพิจารณาให้ปิดกิจการตามเดิม แต่หากจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ ทางรัฐบาลอาจจะพิจารณาเพิ่มประเภทกิจการและกิจกรรมที่สามารถเปิดดำเนินการได้ในระยะที่ 2 สำหรับวันนี้มียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่เพียง 3 ราย หายแล้ว 2,739 ราย 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์