บังคับให้นักเรียนต้องอยู่บ้าน ใครสั่งหรือจำเป็น

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

จากการติดตามข่าวสารและสถานการณ์ที่ผ่านมา ศธ. และ สพฐ. ได้มีการเปิดเผยแนวทางการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์การระบาดของเชื้อโควิด-19 โดยสรุปเน้นการปิดสถานศึกษา ให้นักเรียนอยู่กับบ้าน เรียนผ่านระบบทางไกล ตลอดปีการศึกษา 2563 เหมือนบังคับให้นักเรียนต้องอยู่บ้าน อ้างเพื่อป้องกันการระบาด  

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมามีการอบรมผ่านระบบทางไกล เรื่อง การจัดการเรียนการสอนทางไกลในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อชี้แจงแนวทางในการจัดการเรียนการสอนทางไกลและเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดภาคเรียน สรุปได้ว่า โรงเรียนสามารถดำเนินการได้ 3 แนวทาง คือ 1.เปิดทำการสอนได้ตามปกติ โดยทำการขออนุญาตจาก “ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ” เป็นผู้เห็นชอบ 2.จัดการเรียนการสอนระดับปฐมวัยถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ด้วยระบบทางไกลผ่าน DLTV และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ด้วยวีดิทัศน์การสอนโดยครูต้นแบบ และระบบออนไลน์ 3.สามารถผสมผสานระหว่างแนวทางที่ 1 กับแนวทางที่ 2 ได้ สุดท้ายเป็นภาระของโรงเรียนที่ต้องเลือกรูปแบบตามแนวทางที่กำหนดเอง เพื่อให้สามารถสอนได้จริงตามบริบทพื้นที่ เน้นว่า "ส่วนกลางทำหน้าที่สนับสนุนการจัดการเรียนการสอนเท่านั้น" ส่วนการประเมินผลระดับชาติยังมีการดำเนินการอยู่ ปฏิทินการจัดการศึกษาปรับเปลี่ยนแค่ปีการศึกษา 2563 เท่านั้น หลังจากนั้นหากเข้าสู่ภาวะปกติก็ปฏิบัติตามเดิม พร้อมกำชับให้สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐานและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา งดกิจกรรมที่ไม่จำเป็น เน้นการจัดการเรียนการสอนของนักเรียนเป็นสำคัญ

ก่อนหน้า นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เปิดเผย เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2563 ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบ การเตรียมความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนเพื่อรองรับการเปิดภาคเรียนที่หนึ่ง ปีการศึกษา 2563 โดยจะดำเนินการให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ได้มีการกำหนดแนวทางการจัดการเรียนการสอนระบบทางไกล โดยแบ่งเป็น 4 ระยะ ระยะที่ 1 เตรียมความพร้อม ระยะที่ 2 ทดลองการเรียนการสอน ระยะที่ 3 จัดการเรียนการสอน ระยะที่ 4 การสอบและการศึกษาต่อ ตามช่วงเวลาที่กำหนด 

และได้ชี้แจงรายละเอียดของระยะที่ 3 การจัดการเรียนการสอน (1 กรกฎาคม 2563 – 30 เมษายน 2564)  ว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีการวางแผนไว้สำหรับ 2 สถานการณ์ นั่นคือ สถานการณ์ที่ 1 กรณีที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) ยังไม่คลี่คลาย จะจัดการเรียนการสอนระดับปฐมวัยถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ด้วยระบบทางไกลผ่าน DLTV และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ด้วยวีดิทัศน์การสอนโดยครูต้นแบบ และระบบออนไลน์ด้วยเครื่องมือการเรียนรู้ตามความเหมาะสมและบริบทของสถานศึกษา และสถานการณ์ที่ 2 กรณีที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid–19) คลี่คลาย จะจัดการเรียนการสอนปกติในโรงเรียน โดยให้เว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) และมีแผนเตรียมการเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ โดยจะต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน

ในช่วงเวลาที่ผ่านมาท่าทีของ กระทรวงศึกษาธิการ มุ่งเน้นในแนวทางที่ 1 กรณีที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid–19) ไม่คลี่คลาย มากกว่าแนวทางที่ 2 และคาดว่า จะไม่มีการจัดการเรียนการสอนที่โรงเรียนในปีการศึกษา 2563 ที่จะมาถึง รวมทั้งไม่มีการปิดภาคเรียนในภาคเรียนที่ 1/2563 กำหนดให้จัดการเรียนการสอนยาวตลอดปีการศึกษา โดยใช้รูปแบบจัดการเรียนการสอนด้วยระบบทางไกลผ่าน DLTV และระบบออนไลน์ ทั้งหมดถูกจำกัดรูปแบบด้วยคำว่า “ตามความเหมาะสมและบริบทของสถานศึกษา ส่วนกลางทำหน้าที่สนับสนุนการจัดการเรียนการสอนเท่านั้น” เอาแบบชาวบ้านก็คือ จัดการเรียนการสอบแบบเฉพาะหน้า ตามความสามารถของแต่ละโรงเรียน 

ฝากคำถามไว้กับ นักคิดห้องแอร์ ทั้งหลายว่า ผู้ปกครองไม่พร้อม นักเรียนไม่พร้อม ครูจำเป็นต้องพร้อม สื่อไม่พร้อม งบประมาณไม่พร้อม ท่านก็ยังจะทำอีกหรือ ทั้งที่ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ที่เป็นเส้นตาย ก็ยังไม่รู้ว่าสถานการณ์โควิด-19 จะเป็นอย่างไร หากในวันนั้นการระบาดของโรคสิ้นสุดลงแล้วสิ่งที่ท่านละลายแม่น้ำทิ้งไปใครจะรับผิดชอบ หรือหากสถานการณ์การระบาดหนักกว่าเดิม ท่านใจดำพอจะส่งครูไปเสี่ยงรับการติดเชื้อตามบ้านใช่ไหม ขอฝากให้เปิดแอร์เย็นๆ แล้วคิดดู

หรือว่ามีใครบังคับให้ท่านทำเช่นนี้ ?
 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์